สถานีคิดเลขที่12 : ละครโรงใหญ่ : โดย จำลอง ดอกปิก

แม้ฝ่าด่านเรื่องที่ ธงรัฐบาลชัดไปได้ มิยอมให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ว่าด้วยการศึกษา ม.44 อย่างเด็ดขาด

แต่ร่องรอย ความบาดหมาง

ขณะที่มีศึกใหญ่รออยู่ข้างหน้า ทั้งการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563

อาจทำให้ ‘บิ๊กตู่’ จำเป็นต้องตัดสินใจสักอย่าง

เพื่อซื้อประกันความเสี่ยง เรื่องสำคัญที่ หากสภามีมติ ไม่ให้ความเห็นชอบ หรือไม่ไว้วางใจ รัฐบาลต้องรับผิดชอบ อาจถึงขั้นต้องยุบสภา

เนื่องจากเห็นแล้วว่า การพึ่งพาอาศัยเสียงพรรคร่วมรัฐบาลที่มีอยู่ปัจจุบันนั้น

มีความไม่แน่นอน

เป็นความไม่แน่นอน ที่เกิดขึ้นจากปัญหาความไม่เป็นเอกภาพ

ที่น่าหวาดเสียวเป็นที่ยิ่ง ก็เนื่องจากเสียงปริ่มน้ำ

มือไม่กี่มือ เสียงไม่กี่เสียง สามารถหักล้มรัฐบาลได้ทันที ประหนึ่งว่า อนาคตของคนร่วม 200 คน ขึ้นอยู่กับ ส.ส.เพียงไม่กี่คน

การที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล พร้อมใจโดดร่ม โหวตสวนมติวิป

กระทั่งแพ้เสียงฝ่ายค้าน ในญัตติด่วน เสนอตั้งกรรมาธิการ ม.44 เป็นรูปธรรมตัวอย่าง ฝากผีฝากไข้ได้หรือไม่

ในที่สุดถึงขั้นต้องเรียกใช้บริการเสริมงูเห่า

เพื่อเป็นหลักประกัน

ทั้งที่ไพ่ใบนี้ ไม่ควรใช้พร่ำเพรื่อ หากสถานการณ์ไม่คับขัน จำเป็นจริงๆ

เพราะมันมีค่าที่ต้องจ่ายสูงมาก

ในมุมรัฐบาล อาจเห็นว่า ไม่มีทางเลือก ทางออกแก้เกมดีกว่านี้

อีกทั้งรู้ตื้นลึก หนาบาง เบื้องหลังการถ่ายทำเป็นอย่างดี จึงไม่ประมาทเมื่อจะพลิกหักมตินั้น

ไม่ว่าเหตุผลแท้จริง ที่ ส.ส.โดยเฉพาะจากพรรคประชาธิปัตย์ โดดร่มและโหวตสวน มาจากความไม่พอใจ เรื่องประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่พอใจการเสนอมาตรการช่วยชาวนา เป็นค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวที่งัดกันแรงใน ครม. หรือข้ออ้าง การแยกแยะญัตติในสภา กับเสถียรภาพรัฐบาล หรือหลายๆ เรื่องรวมกัน

แต่การแสดงปฏิกิริยาตอบโต้อย่างนี้ รัฐบาลก็ย่อมต้องจับสัญญาณอันตรายทางการเมืองได้

และจะให้มั่นใจได้อย่างไร เมื่อเรื่องใน ครม.สัปดาห์ที่ผ่านมายังค้างคา แต่ทว่าก็เกิดเรื่องใหม่ แรงกว่าเดิมในวงประชุมคณะรัฐมนตรีวันอังคารถัดมา ก่อนจัดปาร์ตี้ โชว์สามัคคีกลมเกลียวตอนเย็น

แม้รุ่งขึ้น 4 ธันวาฯ ฝ่ายรัฐบาลปิดจ๊อบสำเร็จ โหวตล้มญัตติตั้งกรรมาธิการ ม.44 สำเร็จ

แต่ก็ใช้ทั้งตัวช่วย บริการเสริม

แต่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 4 คน ก็ยังโหวตแบบเดิม
มิหนำซ้ำบางคน อ้างอุดมการณ์ข้อ 4 ของพรรค จะไม่สนับสนุนระบบ หรือวิถีแห่งเผด็จการ

แม้จะผ่านด่านนี้ไปได้ แต่ปัญหาระหว่างทาง อาจทำให้
‘บิ๊กตู่’ จำเป็นต้องตัดสินใจสักอย่าง

ทางหนึ่งอาจปรับ ครม.เพิ่มเสียงรัฐบาล อย่างที่ปรากฏเป็นกระแสข่าว ดึงพรรคเศรษฐกิจใหม่ร่วม

แต่จำนวนเสียง ส.ส.พรรคนี้ 6 คน ก็ไม่มากพอเสริมแกร่งรัฐบาล ทดแทนเสียงที่อาจมีปัญหา มีปฏิกิริยา ต่อรองของพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบัน ครั้นจะดึงพรรคในซีกฝ่ายค้าน พรรคอื่นเข้าร่วม ก็ไม่มีพรรคที่มีขนาดเสียงใกล้เคียง ที่มีก็มากกว่าซึ่งเป็นผลดี แต่ติดล็อก การแบ่งขั้วข้าง ปลาคนละน้ำชัดเจน

แม้ต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง แต่ทางเลือกมีไม่มากนัก

คงต้องตัดสินใจกอดคอ ถูลู่ถูกัง กันต่อไปแบบนี้ โดยปรับจูนคลื่นใหม่ในหมู่พรรคร่วมรัฐบาลให้ตรงกัน คู่ขนานไปกับการดึงพรรคฝ่ายค้านเข้าร่วมรัฐบาลเพิ่มเสียง

แก้เกมพรรคร่วมที่อาจต้องทำใจ เปิดพื้นที่ให้ แสดงออก ปล่อยของ โชว์กล้า ท้าทายบ้าง

การเมืองก็ละครโรงใหญ่ดีๆ นี่เอง

ต้องเล่นเป็น ดึงบ้าง-ปล่อยบ้าง จบเป็นฉากๆ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้พณ.ปรามพ่อค้าช่วงเทศกาลปีใหม่ ห้ามขายแพงเกินป้าย (คลิป)
บทความถัดไปเรียงคนมาเป็นข่าว : 7 ธันวาคม 2562 : ปักหมุด