สถานีคิดเลขที่12 : ปรับๆ เปลี่ยนๆ : โดย วรศักดิ์ ประยูรศุข

โควิดมาเยือนรอบนี้ แม้ไทยใช้แม่ไม้มวยไทยหมัดเท้าเข่าศอกเตะถีบสกัด ไม่เพลี่ยงพล้ำมากนัก แต่ความบอบช้ำทางเศรษฐกิจไม่ใช่น้อยๆ

รัฐบาลต้องเยียวยา กระตุ้น อัดฉีดเป็นการใหญ่ เพื่อรีสตาร์ตชีพจรเศรษฐกิจให้กลับมาเต้นแรง และปรับตัวสู้กับสภาพต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป

พร้อมๆ กัน การเมืองก็อยู่ระหว่างปรับปรุงยกเครื่องครั้งใหญ่อีกเหมือนกัน

โดยเฉพาะการปรับ ครม. ที่พรรคพลังประชารัฐ จุดชนวนขึ้นมาก่อน

แต่คนช่วยเหยียบคันเร่ง กลายเป็นพรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่มี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นแกนนำสำคัญ

ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

ปรับ ครม.เมื่อไหร่ หม่อมเต่าก็จะขอเปิดหมวก พ้น รมว.แรงงานไปด้วย

เข้าใจได้ว่าเคมีของอดีตข้าราชการระดับสูงกับนักการเมือง คงไปกันยาก

ตอนนี้ทางพรรคคงเตรียมคนมาแทน และเท่ากับว่าการปรับคงจะต้องเกิดขึ้น

นี่ยังไม่นับ รมว.บางกระทรวง ที่นั่งข้ามยุค อยากกลับบ้านไปนอนเล่นในบั้นปลาย

ส่วนพรรคพลังประชารัฐ จะประชุมกรรมการบริหารชุดรักษาการ 19 มิ.ย.นี้ เพื่อกำหนดแนวทางการประชุมใหญ่ ซึ่งมีวาระการประชุมสำคัญ คือการเลือกกรรมการบริหารชุดใหม่ ที่คาดว่าจะมีขึ้นต้นเดือน ก.ค.

งานนี้ ส.ส.ส่วนหนึ่ง สนับสนุน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ให้เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรค

จากนั้นบิ๊กป้อมต้องตัดใจเลือกเลขาธิการพรรค

จะเป็น “เสี่ยแฮงค์ อนุชา นาคาศัย” ที่ทำงานกับบิ๊กป้อมมาตลอด วิ่งงานให้พรรคตั้งแต่เลือกตั้งจนปัจจุบัน หรือ “เสี่ยสันติ พร้อมพัฒน์” ที่ถึงพร้อมด้วยยุทธปัจจัย ทุกฝ่ายจับตาดูอยู่

จากจุดนี้ จะนำไปสู่การปรับ ครม.ในโควต้าของ พปชร.ซึ่งพรรคคงให้เกียรติ นายกฯ เป็นผู้ดูแลจัดการ

แต่ในระบบพรรค นายกฯหนีไม่พ้นพลังหรือแรงกดดันจาก ส.ส.ซึ่งสนับสนุนคนนั้น ไม่อยากได้คนนี้

อีกพรรคที่กำลังขยับขยาย ได้แก่ เพื่อไทย อีกหนึ่งยักษ์ใหญ่ของการเมืองไทย ที่เจอรัฐธรรมนูญเข้าไปถึงกับเดี้ยง

แกนนำพรรคส่วนหนึ่ง แยกตัวมาตั้งกลุ่ม “แคร์” คาดว่าจะพัฒนาไปเป็นพรรคการเมืองต่อไป

และยังมีอดีตผู้สมัครพรรคไทยรักษาชาติที่ถูกยุบก่อนลงสนามอีกกลุ่ม ที่
ตระเตรียมตั้งพรรคอยู่

การจัดตั้งพรรค คงค่อยๆ ลงตัว ตามเวลาของบทเฉพาะกาล 5 ปีของรัฐธรรมนูญ

การเขย่าเก้าอี้ ขยับขยายของพรรคการเมือง ที่เกิดขึ้น เป็นผลทั้งโดยอ้อมและโดยตรงจากรัฐธรรมนูญ

ขณะที่สถานการณ์โควิดทำให้ประชาชนเดือดร้อน และคาดหวังมากขึ้นจากฝ่ายการเมือง เป็นปัจจัยเร่งรัด

รัฐบาลได้คะแนนจากการควบคุมโควิดอยู่พอสมควร แต่จะใช้ดอกผลนี้ ปรับ ครม.แก้ปัญหาการเมืองเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้แค่ไหน

งานนี้ต้องคิดให้หนักๆ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ศาลรอการกำหนดโทษ’อัจฉริยะ’คดีไลฟ์สด ฉุนนักข่าว บอกใครจ้างมาให้ไป สัมภาษณ์คนนั้น
บทความถัดไปส.ส.ก้าวไกล ขอบคุณศาลรธน. รับคำร้องวินิจฉัยสมาชิกภาพ”ธรรมนัส”