สถานีคิดเลขที่12 : (ปรับ)สูตรไหนดี : โดย จำลอง ดอกปิก

การปรับ ครม. มิได้เป็นเพียงกระแสข่าวเลื่อนลอย หาใครยืนยันแน่ชัดไม่ได้ อีกต่อไป

เหตุผล ความจำเป็นในขณะนี้ มีอย่างแน่นอน

อย่างน้อยที่สุด ต้องปรับเปลี่ยน 1 ตำแหน่ง คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โควต้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย

ที่พรรคเสนอชื่อ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ดำรงตำแหน่งแทน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล

กระแสข่าวการปรับ ครม.โชยมาตั้งแต่ปลายปี’62 ยันต้นปี’63 ก่อนโควิดระบาด

‘บิ๊กตู่’ อาจพิจารณาปรับเปลี่ยนตัว รัฐมนตรีเศรษฐกิจ เพิ่มประสิทธิภาพบริหารรับมือภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอ ควบคู่ไปกับการปรับรัฐมนตรีบางคน ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมถึงปรับเปลี่ยน หมุนเวียน เพื่อบริหารจัดการแก้ปัญหาการเมือง

แต่ประเทศเผชิญปัญหาโรคระบาด รัฐบาลจัดเป็นวาระเร่งด่วนที่ต้องทุ่มเทแก้ไข

เรื่องปรับ ครม.ต้องพักไว้ เนื่องจากมีเรื่องสำคัญกว่า

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเฟสท้ายๆ ของการแก้ไขโรคระบาด

พรรคพลังประชารัฐ เกิดปัญหาขัดแย้งภายใน นำสู่การจัดแถวกรรมการบริหารพรรคใหม่

ต้องเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค อุตตม สาวนายน
และสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์

แต่เป้าหมายกลุ่มก่อการยึดอำนาจพรรค

น่าเชื่อได้ว่า ไม่หยุดอยู่แค่ตำแหน่งภายในพรรคเท่านั้น หากแต่รวมถึง เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่าการพลังงาน ที่ทั้งสองดำรงตำแหน่งอยู่

การปรับ ครม.จึงกลับมายึดพื้นที่ กระแสข่าวร้อนการเมืองอีกครั้ง

ยิ่งเมื่อมีปัญหาความขัดแย้งในพรรครวมพลังประชาชาติไทย เป็นหัวเชื้อชั้นดี

เหตุผล ความจำเป็น รูปธรรมต้องปรับชัดเจน จากเรื่องเลื่อนลอย ก็ยกระดับ สู่ความเป็นจริง

แต่ก็เป็นความเป็นจริง ที่เปลี่ยนไปเป็นอีกด้าน

จากแนวคิด เสียงเรียกร้อง ปรับเพื่อเพิ่ม เสริมแกร่งประสิทธิภาพบริหาร รับมือสู้วิกฤตเศรษฐกิจ

เป็นการปรับเพื่อแก้ปัญหาการเมืองภายใน อย่างเป็นด้านหลัก

เรื่องการบริหารจัดการแก้ปัญหา เรื่องเศรษฐกิจเป็นด้านรอง

จริงอยู่ การบริหารการเมืองในรัฐผสมเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากส่งผลต่อ เสถียรภาพความมั่นคงของรัฐบาล

ยิ่งเป็นปัญหาในพรรคแกนนำก็ยิ่งสำคัญ

แต่การปรับ ครม.ทุกครั้ง นำมาซึ่งความเป็นปึกแผ่นประการเดียวที่ไหน

ยิ่งถ้ามุ่งไปที่การแก้ปัญหาต่อรอง มุ้งม่านการเมือง

มากกว่าเหตุผล ความจำเป็นด้านการบริหาร เพื่อแก้ปัญหาร่วมของประเทศที่ปรากฏ และส่งผลกระทบต่อประชาชน

ปรับเพื่อแก้ปัญหาการเมืองอย่างนี้ ไม่มีทางจบสิ้น

เนื่องจากมีทั้งคนต้องออก และเข้า มีทั้งผู้ที่สมหวัง และผิดหวัง

ไม่มีครั้งใด ปรับแล้ว ไม่กระเพื่อม

ครั้งนี้ก็เช่นกัน แค่เริ่มต้น มีหัวเชื้อปรับ หลายพรรคฝุ่นตลบ

พลังประชารัฐขัดแย้ง แบ่งกลุ่มก๊ก แย่งชิงเก้าอี้ ประชาธิปัตย์ก็มีทีท่าเปิดศึกรอบใหม่ พรรคเล็ก พรรคน้อยแตะมือเป็นพันธมิตรรวมเสียง จ้องต่อรอง

การปรับ ครม.เพื่อแก้ปัญหาการเมือง จึงไม่แน่เสมอไปว่าจะแก้ได้จริง

ก่อให้เกิดเสถียรภาพขึ้นได้จริง เป็นประโยชน์ต่อการบริหารประเทศ ขับเคลื่อนนโยบายได้ต่อเนื่อง ไม่ขาดตอน

การปรับ ครม.โดยมุ่งหมายระงับปัญหา

ไม่มีทางไม่มีปัญหาการเมือง

โดยเฉพาะการหักกันแรง ตั้งป้อมแย่งตำแหน่งเดือด อย่างที่เกิดขึ้น

อีกทั้งยังเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ในความรู้สึกประชาชน เนื่องจากแทนที่จะมุ่งดำเนินการแก้ปัญหา ความบกพร่อง ล้มเหลวในการบริหาร

กลับมุ่งไปที่ การแก้ปัญหาการเมือง

แบ่งเค้ก จัดสรรผลประโยชน์ในหมู่นักการเมือง

เสถียรภาพรัฐบาลก็ไม่ได้ดียิ่งขึ้น ความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลก็เสื่อมถอยมลาย

หากปรับ ครม.ไหลตามเสียงการเมือง มองไม่เห็นเหลี่ยมมุมไหนคุ้มค่า

แม้แต่เสมอตัว

‘บิ๊กตู่’ อาจต้องคิดหนักว่า จะปรับเล็ก หรือปรับใหญ่

สูตรหักปากกาเซียน หักการเมือง ที่อื้ออึงอยู่ในขณะนี้ ก็มีความเป็นไปได้

อย่ามองข้ามไป ปรับแค่กระทรวงแรงงานเก้าอี้เดียว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รายงานหน้า2 : เปิดข้อเสนอสภาอุตฯถึงรัฐบาล ฟื้นฟู-เยียวยา‘โควิด-19’
บทความถัดไปดิจิเทรนด์ฟอร์เวิร์ด : ‘เฟซบุ๊ก’ช่วยเอฟบีไอเจาะระบบหาคนร้ายที่เชื่อมต่อผ่านทอร์