สถานีคิดเลขที่12 : ถอยก้าวเดียวไม่พอ

ใครต้องถอย ระหว่างรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับมวลชนคณะราษฎร ที่ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย พ่วงเงื่อนไขหลายข้อ

หรือว่า ต้องขยับเปิดพื้นที่ให้กันและกัน ทั้ง 2 ฝ่าย

เป็นข้อถกเถียง คำถาม ที่ต้องการคำตอบ และการปฏิบัติจริงในขณะนี้

เพื่อระงับยับยั้งมิให้ปัญหาความขัดแย้งลุกลามบานปลาย ส่งผลร้ายต่อประเทศชาติ

นายกฯเรียกร้องถอยคนละก้าว

สัญญาณประนีประนอม คือการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร

แต่สัญญาณไม่ยอม ก็ปรากฏชัด ระดับซุปเปอร์เอชดี ทั้งในการต่อสู้ในเวทีสภา และนอกสภา

สงครามตัวแทน ผ่านการเมืองมวลชน

นำมาซึ่งความวิตก ของผู้คนในสังคม

สุ่มเสี่ยง นำสู่การเผชิญหน้า กลายเป็นเงื่อนไขใช้กำลัง แก้ปัญหาด้วยวิธีรุนแรง

สูญเสียเลือดเนื้อ ซ้ำรอยวงจรอุบาทว์

วันเดียวกับที่ ‘บิ๊กตู่’ เรียกร้องถอยคนละก้าว กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล ยื่น 3 ข้อเรียกร้อง

นายกฯลาออก และยุติดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมทุกคน

ขีดเส้น 3 วัน ต้องมีคำตอบชัดเจน ไม่เช่นนั้น จะกลับมาทวง

ในจำนวน 3 ข้อเรียกนี้

เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ให้มีเนื้อหาเป็นประชาธิปไตย 1 ในข้อเรียกร้องที่เป็นหัวใจแต่แรกหายไป

ไม่อยู่ในสารบบหลัก

แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ากลุ่มผู้ชุมนุมยังคงมั่นคงกับเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ

เนื่องจากเป็นต้นตอปัญหา ต้องรื้อถอน

ตัดตอนการสืบทอดอำนาจ

แต่อาจเห็นว่า หากยื่นเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ จะค่อนข้างเบา

ปลุกเร้ามวลชน กดดัน ‘บิ๊กตู่’ ทำตามหัวใจสำคัญของข้อเรียกร้องจริง คือแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้ไม่เท่า จี้ลาออก

เนื่องจากแนวโน้มฝ่ายรัฐบาลไหลไปในทางแก้มากกว่าไม่แก้

หากยื่นเงื่อนไขที่รัฐบาลรับได้ ตอบสนองได้

จะมีสิ่งใด เป็นหมากเกม นำสู่การบรรลุเป้าหมาย นอกเสียจากต้องยื่นเงื่อนไขวิถีโค้งที่สูงมากเป็นพิเศษซึ่งรัฐบาลไม่อาจรับได้ เพื่อบีบให้เจรจาต่อรอง แลกเปลี่ยน

ยอมให้แก้ในสิ่งที่เรียกร้องต้องการ

แก้แก่นแกน ไม่ใช่กระพี้เปลือก

เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ แม้เป็นทางออกสันติวิธีที่ดีที่สุด ฝ่ายรัฐบาลรับได้ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา

แต่ที่เป็นปัญหา คือเนื้อใน บทบัญญัติ จะแก้ เขียนใหม่อย่างไร

ให้ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย

วันนี้วิกฤตจ่อ แต่ฝ่ายรัฐบาล ส.ว.เสียงชี้ขาด ยังหาข้อยุติร่วมกันไม่ได้

การใช้กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่เป็นทางออกแก้ปัญหาความขัดแย้ง ที่ฝ่ายต่างๆ คาดหวัง จึงยังคงมีความไม่แน่นอน

มิพักต้องพูดถึง จะทันต่อการแก้ปัญหา ที่พัฒนารวดเร็วหรือไม่

ไม่แน่นอน เนื่องจากเสียงในรัฐสภา เอนเอียงไปในทางแก้รายมาตรามากกว่า แนวทางที่คณะราษฎรเรียกร้อง

ไม่แน่นอน เนื่องจากข้อเรียกร้องของนักเรียน นิสิต นักศึกษานั้น ได้ถูกหยิบโยง เป็นเหตุผล ความชอบธรรมให้กับอีกฝั่งไม่แก้

ขณะเดียวกัน ไม่เพียงแต่ ไม่ถอยคนละก้าว

เรายังได้เห็น สัญญาณพร้อมฟาดฟัน

การสืบเท้าก้าวรุก ตั้งแถวเผชิญหน้า

ไม่มีทีท่าล่าถอย

ถ้าแต่ละฝ่ายยังยืนกรานหาญห้าวไม่ก้าวข้าม แช่แข็งประเด็นที่เห็นต่างเอาไว้ ไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม แล้วแสวงหาจุดร่วมที่รับได้ เห็นพ้องตรงกันว่า จำเป็นต้องแก้ไข ลดทอนความขัดแย้ง

เราจะหาทางออก แก้วิกฤตครั้งนี้ได้อย่างไร ยังเป็นคำถาม และเป็นการบ้านที่แต่ละฝ่าย ต้องนำกลับไปทบทวนอย่างกระตือรือร้น จริงจัง

การถอยก้าวเดียวเพียงพอต่อ บางสถานการณ์เท่านั้น

บางครั้งอาจต้องมากกว่านั้น ถึงขั้นยกธงยอมแพ้ เพื่อทำให้การแก้ปัญหาง่ายขึ้นก็ต้องยอม

นอกจากไม่ใช่เรื่องเสียหาย ยังเป็นชัยชนะของส่วนรวม รบราชนะบนความปราชัย ซากปรักหักพังของชาติบ้านเมือง มีประโยชน์อันใด

จำลอง ดอกปิก

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อาศรมมิวสิก : เมื่อ John Williams เดินทางถึงกรุงเวียนนาในวัย 88 ปี ดนตรีประกอบภาพยนตร์จึงก้าวเข้าขั้น Classic
บทความถัดไปรายงานหน้า2 : เปิดสภาถก‘แก้วิกฤต’ ทางออกสันติวิธี-ความหวัง?