สถานีคิดเลขที่ 12 : อนาคต ‘เพื่อไทย’ โดย จำลอง ดอกปิก

สถานีคิดเลขที่ 12 : อนาคต‘เพื่อไทย’ พรรคเพื่อไทย เตรียมจัดประชุมใหญ่

สถานีคิดเลขที่ 12 : อนาคต ‘เพื่อไทย’ โดย จำลอง ดอกปิก

พรรคเพื่อไทย เตรียมจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 28 ตุลาคมนี้ ที่ขอนแก่น

โปรแกรมงาน ภายใต้หัวข้อ พรุ่งนี้เพื่อไทย เพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน

จะเปิดให้ ส.ส.-ผู้เชี่ยวชาญ แสดงวิสัยทัศน์ ปลุกความหวัง คืนความฝันให้กับคนไทยทุกคน

‘พรุ่งนี้เพื่อไทย : เพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน คือคำมั่นสัญญาจากพรรคเพื่อไทย ชีวิต ความฝันความหวัง ศักดิ์ศรีของประชาชนจะกลับมา ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน เพราะพรรคเพื่อไทยทำได้จริงทุกครั้งที่สัญญา’

พรรคเพื่อไทยตีปี๊บ โฆษณาอีเวนต์ สัปดาห์หน้าเอาไว้อย่างนี้

พรรคเพื่อไทย ต่อยอดชนะเลือกตั้งทั่วไปเรื่อยมา นับแต่ปี 2544 สมัยใช้ชื่อไทยรักไทย

จากนั้นไม่ว่า ลงสนามในนามพลังประชาชน และล่าสุดคือเพื่อไทย ไม่มีครั้งใด ที่ไม่สามารถกวาดที่นั่งส.ส.ในสภาได้สูงสุด

24 มีนาคม 2562 ก็ชนะเลือกตั้ง

แต่แตกต่างกับทุกครั้ง กล่าวคือ ได้ฉันทานุมัติจากประชาชนก็จริง แต่พ่ายกติกา ฉบับที่ ส.ส.พลังประชารัฐ ระบุ ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา

ที่ให้ความสำคัญกับการรวบรวมเสียงข้างมากในรัฐสภา อันมีองค์ประกอบจาก ส.ส. 500 คน และส.ว.แต่งตั้ง 250 คนเป็นเกณฑ์ตัดสิน เลือกนายกรัฐมนตรี-ตั้งรัฐบาล

พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง

แต่กลายเป็นฝ่ายค้าน

พรรคเพื่อไทยหมายมั่นปั้นมือ กลับมาผงาดอีกครั้ง ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่จะถึง ซึ่งมีความเคลื่อนไหว เตรียมการแล้ว

พรรคการเมืองต่างๆ ลงพื้นที่ เปิดตัวผู้สมัครคึกคัก

โดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาล ที่คล้ายเป็นการส่งสัญญาณ การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในไม่ช้า ไม่เร็วนี้

จะมีก็เพียง เพื่อไทยที่ยังเงียบอยู่

ฉะนั้น การจัดประชุมใหญ่วันที่ 28 ตุลาคม

จึงมองได้ไม่ต่างจากเป็นพิธีกรรม สตาร์ตออกตัว เข้าสู่สนามเลือกตั้ง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชื่อดัง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประกาศผ่านการแถลงข่าวเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา มั่นใจระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จะทำให้เพื่อไทยเป็นพรรคอันดับหนึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ด้วยการกวาด ส.ส. 200 ที่นั่งขึ้นไป

โทนี่ วูดซัม ก็มั่นใจ

ตั้งเป้า ชนะถล่มทลาย

แลนด์สไลด์แบบมืดฟ้ามัวดิน

ที่ตั้งเป้าอย่างนี้ คงเพราะรู้ดีว่า ชนะอย่างครั้งล่าสุด 134 ที่นั่ง

ไม่มีความหมาย

ครั้นจะคาดหวัง รวมเสียงกับพันธมิตร ฝั่งที่เรียกตัวเองว่า เป็นฝ่ายประชาธิปไตย ก็มีความไม่แน่นอน ต้องสู้ชนะด้วยตัวเองเท่านั้น ถึงการันตีแผนการยึดคืนทำเนียบรัฐบาล

ชนะ 134 ที่นั่งก็แพ้ การรวบรวมเสียงในรัฐสภาเพื่อจัดตั้งรัฐบาลอยู่ดี

หากชนะ 200 ที่นั่ง ก็ไม่แน่ว่า จะไม่พ่ายซ้ำให้กับพลังประชารัฐ เป็นครั้งที่สอง เมื่อบทเฉพาะกาลยังคุ้มครองอำนาจโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีของ 250 ส.ว.

แล้วถล่มทลายที่ว่าของโทนี่ จะเป็นแบบไหน

พรรคเดียวกวาด 375 เสียงจากเก้าอี้ ส.ส.ทั้งหมด 500 ที่นั่ง ชนะสภาล่าง สภาสูง รวบเกินครึ่งรัฐสภา ไม่มีทาง

แผนที่แย้มมา คือ ต้องชนะแบบ เอาให้อีกฝ่ายได้อาย

ไม่กล้าใช้เสียง ส.ว.เป็นฐานรองล็อกเก้าอี้นายกฯตั้งรัฐบาล เนื่องจากไม่มีความชอบธรรม จากการพ่ายเลือกตั้งหมดรูป

แผนนี้จะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ยังเป็นคำถาม

เมื่อคู่แข่งสำคัญ มีอำนาจ สะเบียงกรัง อาวุธเลือกตั้งครบมือ

นี่เป็นโจทย์ใหญ่มากสำหรับพรรคเพื่อไทย

เพราะไม่เพียงแต่ พลังประชารัฐ ที่มี ‘บิ๊กตู่’ ผู้ก่อการ ยึดอำนาจโค่นรัฐบาลเพื่อไทยเท่านั้น เป็นคู่แข่งสำคัญ

หากแต่ในซีกฝ่ายค้านด้วยกัน ก้าวไกลก็มาแรง สด ใหม่

เสนอในสิ่งที่ก้าวหน้ากว่า

เลือกตั้งครั้งหน้า จึงเป็นเดิมพันสำคัญที่แพ้อีกมิได้ หากไม่ชนะตามแผน ล้มเหลวพังพ่าย ประตูกลับมาเป็นรัฐบาลปิดตาย

แน่นอนว่า อนาคตพรรคเพื่อไทยก็แขวนอยู่บนเส้นด้าย

แค่เป็นฝ่ายค้านครั้งแรกยังระส่ำระสายเพียงนี้ หากเบิ้ลสองสมัย 8 ปี คิดดูจะขนาดไหน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon