ปิโตรฯ-ถอยไม่ได้

25กันยายน กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติดีเดย์เปิดให้เอกชนที่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติเบื้องต้น ยื่นซองประมูลสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแหล่งเอราวัณ และ ในรูปแบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (พีเอสซี)

จากนั้นวันที่ 26 กันยายน จะเปิดซองผู้เข้าร่วมประมูล และพิจารณาข้อเสนอแต่ละราย ก่อนเสนอ รมว.กระทรวงพลังงานและคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป คาดว่าจะประกาศรายชื่อผู้ชนะการประมูล 25 ธันวาคมนี้ และภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 จะลงนามกับผู้ชนะการประมูล

แต่กลุ่มคนหน้าเดิมๆ ที่แฝงในกลุ่มเอ็นจีโอ และในรูปพรรคการเมืองหน้าใหม่ ยังดิ้นรนเคลื่อนไหวเพื่อล้มการประมูลครั้งนี้ โดยเรียกร้องให้เลื่อนการยื่นซองประมูลออกไป อีกทั้งให้ใช้ระบบสัญญาจ้างผลิตแทนระบบแบ่งปันผลผลิต แล้วให้จัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติ (เอ็นโอซี) มาบริหารจัดการ

ทั้งนี้ การจะใช้รูปแบบใดในการประมูลนั้น ระบุไว้ชัดเจนในประกาศคณะกรรมการปิโตรเลียม เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการ กําหนดพื้นที่ที่จะดําเนินการสํารวจหรือผลิตปิโตรเลียมในรูปแบบของสัมปทาน สัญญาแบ่งปันผลผลิต หรือสัญญาจ้างบริการ

สำหรับระบบสัญญาจ้างบริการหรือจ้างผลิตนั้น จะใช้กับแหล่งขนาดใหญ่ โดยมีปริมาณสำรองน้ำมันดิบ 300 ล้านบาร์เรลขึ้นไป หรือมีปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติ 3 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุตขึ้นไป และมีปริมาณการผลิตสะสมรวมกับปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติที่เหลืออยู่เฉลี่ยทั้งพื้นที่ที่มีค่ามากกว่า 40,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อหลุมผลิต

แต่แหล่งเอราวัณ มีปริมาณสำรองอยู่ที่ 1.7 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต ขณะที่แหล่งบงกชมีปริมาณสำรองแค่ 0.4 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต ต่ำกว่าเกณฑ์ที่จะใช้ระบบสัญญาจ้างผลิต

เมื่อปริมาณสำรองน้อย หากใช้ระบบสัญญาจ้างผลิต คงไม่มีเอกชนรายไหนมายื่นประมูล ซึ่งก็เข้าทางกลุ่มเอ็นจีโอ ที่ต้องการล้มการประมูลนี้อยู่แล้ว

ส่วนข้อเสนอตั้ง “เอ็นโอซี” ที่ขายฝันว่าจะสามารถลดราคาน้ำมันได้ถึงลิตรละ 3 บาท และก๊าซหุงต้มลดลง 45 บาทต่อถังนั้น ทำให้คิดถึง “เวเนซุเอลา” ที่กำลังประสบวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เงินเฟ้อสูงถึงกว่า 82,000 เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าสิ้นปีนี้อาจพุ่งไปถึง 1 ล้านเปอร์เซ็นต์ ชาวเวเนซุเอลาต้องอพยพออกนอกประเทศกว่า 2.3 ล้านคน และยังมีเพิ่มต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ต้นตอมาจาก “เอ็นโอซี” นั่นเอง เริ่มตั้งแต่สมัย ฮูโก ชาเวส เป็นประธานาธิบดีเมื่อปี 2542 เข้ายึดสัมปทานน้ำมันเอกชน แล้วตั้ง “เอ็นโอซี” บริหารแทน ขายน้ำมันราคาถูกให้ประชาชนแค่ลิตรละ 30-40 สตางค์ รวมทั้งนำรายได้จากน้ำมันไปอุดหนุนราคาสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ใช้งบประมาณปีละนับหมื่นล้านดอลลาร์

“เวเนซุเอลา” มีรายได้จากน้ำมันถึง 95% เมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลง รายได้ของประเทศก็หดหาย งบประมาณที่ใช้อุดหนุนราคาสินค้าก็ร่อยหรอ ท้ายที่สุดผลก็ย้อนกลับมาทำร้ายชาวเวเนซุเอลา

แต่ดูเหมือนคนบางกลุ่มยังอยากจะเดินซ้ำรอย “เวเนซุเอลา” ด้วยการตั้ง “เอ็นโอซี” อีก

ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน คงจะรู้อะไรเป็นอะไร จึงยืนยันเดินหน้าประมูลตามแผน

ขณะที่ วีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ย้ำว่า “ไม่สามารถถอยได้อีกแล้ว หากการประมูลถูกเลื่อนออกไปได้อีก จะดำเนินการใหม่ไม่ทันรัฐบาลชุดนี้ เพราะหากเริ่มต้นใหม่ ต้องใช้เวลาเตรียมการไม่น้อยกว่า 3 ปี”

นั่นหมายความว่า ความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศเสี่ยงจะเกิดวิกฤต เพราะหากเลื่อนการประมูลออกไป จะทำให้การผลิตก๊าซทั้งจากแหล่งเอราวัณ และบงกช ที่มีสัดส่วนกว่า 70% ของปริมาณก๊าซในอ่าวไทยต้องหยุดชะงัก กระทบชิ่งไปถึงการผลิตไฟฟ้า และก๊าซหุงต้ม ที่กระเทือนเป็นลูกโซ่ไปถึงระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

หากประมูลปิโตรเลียมครั้งนี้ต้องถอยหลังอีก คนไทยคงได้ลงเหวกันแน่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon