‘สุนัข-แมว’-กสม.

16.10.18 | 13:30 น.

เสียรังวัดอีกแล้วสำหรับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ไฟเขียวกฎหมายป้องกันทารุณกรรมสัตว์เพิ่มเติมเก็บค่าตีทะเบียน “สุนัข-แมว” ตัวละ 450 บาท

หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 25,000 บาท

จน กฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องแสดง “สปิริต” ขอโทษขอโพยต่อประชาชน
เหตุเป็นหน่วยงานที่ผลักดันกฎหมายเสนอ ครม.
หลังถูกสังคมโซเชียล นักวิชาการ ผู้รักสัตว์ ออกมารุมถล่มยับเยิน

กระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ เองต้องมาสยบข่าวไม่ให้ลุกลามบานปลายว่าสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไปทบทวนแล้ว

หากย้อนกลับไปดูกฎหมายที่รัฐบาลนี้ผลักดันออกมาบังคับใช้ที่ถูกต่อต้านหนักถึงกับ “พับเก็บ” ไว้ใต้พรมหลายฉบับ
ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขกฎหมายจราจรทางบกควบรวมเป็นการขนส่งทางบก ที่เพิ่มโทษผู้ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่-หมดอายุ
มีโทษสูงสุดจำคุก 3 เดือน ปรับ 5 หมื่นบาท หรือการใช้ ม.44 ออกกฎเหล็ก 2 ฉบับ เพิ่มประสิทธิภาพจราจรทางบกและเพิ่มความปลอดภัยในรถโดยสารสาธารณะ
โดยให้ผู้โดยสารรัดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง ในรถทัวร์ รถตู้โดยสารปรับเหลือ 13 ที่นั่ง ส่วนปิกอัพห้ามนั่งกระบะท้าย นั่งแค็บ

Advertisement

ซึ่งเป็นการบังคับใช้กฎหมายประเภท Mala prohibita ที่เกิดผลในทางปฏิบัติค่อนข้างยาก
อย่างไรก็ตาม การออกมาตรการต่างๆ นั้นนับว่าเป็นเจตนาและจุดเริ่มต้นที่ดีของรัฐบาล

ดังนั้น การวางแผนบังคับใช้ควรเป็น “สเต็ป”
เริ่มจากค่อยๆ ปรับทัศนคติประชาชน สังคม ให้ศึกษา เรียนรู้ ข้อดี ข้อเสีย ประชาสัมพันธ์ รณรงค์ในรูปแบบต่างๆ ไปพร้อมๆ กัน

ที่สำคัญชี้ให้เห็นเหตุผลการออกกฎหมายของรัฐบาลครั้งนี้ทำเพื่อใคร? จนสังคมส่วนใหญ่เริ่มคล้อยตาม
จากนั้นค่อยขยับบังคับใช้กฎหมายไปที่ละขั้นตอนอย่างมีระบบ

ไม่ใช้วิธีการ “หักดิบ” เช่นนี้!?

ทั้งนี้ มีอีกเรื่องที่อยากฝากเป็นการบ้านก็คือ 7 ว่าที่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่ใครจะไปตำหนิหรือกล่าวโทษ ก็ไม่ถูกต้องเป็นธรรมมากนักว่าทำไมมี “เอ็นจีโอ” เข้าไปกินรวบองค์กรอิสระนี้

เพราะ 4 ใน 7 คนติดกลุ่มเข้ามาเพื่อเป็น กสม.นั้นไม่ได้เข้ามาเองได้ แต่ได้รับการโหวตจากคณะกรรมการสรรหาที่มีตั้ง 10 คน

ขณะนี้รายชื่อทั้ง 7 คนอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติความประพฤติฯกำลังดำเนินการอยู่
ราวปลายเดือนตุลาคมนี้ สนช.จะต้องประชุม “ลับ” เพื่อรับฟังรายงานของคณะกรรมาธิการ จากนั้นที่ประชุม สนช.จะพิจารณาและลงมติว่า 7 คนที่เสนอชื่อมานั้นใครจะได้เป็นกรรมการสิทธิฯ ซึ่งถือเอาคะแนนเสียงเกินครึ่งเป็นเกณฑ์!

ประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากคือ นอกจากมีเอ็นจีโอถูกสรรหาเข้ามามากเกินครึ่ง บางคนมีจุดยืนคัดค้านการลงโทษประหารชีวิต

การพิจารณาและลงมติเลือก กสม.โดย สนช.คงต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ

หลังจากลงมติผ่านกฎหมายให้เซ็ตซีโร่ กรรมการสิทธิฯ ทำให้ กสม.ชุด นายวัส ติงสมิตร ที่ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2558 จะต้องพ้นสภาพไปเมื่อสรรหาได้ กสม.ชุดใหม่เข้ารับตำแหน่ง อย่าลืมเหตุที่ สนช.มีมติเซ็ตซีโร่ เพราะองค์ประกอบของ กสม.ไม่สอดคล้องกับหลักการ “ปารีส”

ที่กำหนดให้สถาบันสิทธิมนุษยชนของทุกประเทศที่เป็นสมาชิกสหประชาชาติ ต้องเป็นตัวแทนของภาคส่วนต่างๆ อย่างหลากหลาย เป็นอิสระจากภาครัฐ มีอำนาจในการส่งเสริม ปกป้อง คุ้มครอง สิทธิมนุษยชน เป็นต้น

ดังนั้น ปลายเดือนตุลาคมนี้ สนช.จะมีมติเห็นชอบ 7 ว่าที่ กสม.ทั้งหมด

หรือจะตัดใครบางคนออกไป เพื่อลบข้อครหาเอ็นจีโอ “กินรวบ” กสม.หรือไม่ต้องติดตาม!?!