เป็นเรื่องปกติที่ 4 รมต.ในรัฐบาลนี้จะถูกนักการเมืองรุมถล่มและเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่ง หลังเปิดตัวเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)
ทั้ง อุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ว่าที่หัวหน้าพรรค สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ว่าที่เลขาธิการพรรค
สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว่าที่รองหัวหน้าพรรค และ กอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนัก
นายกฯ ว่าที่โฆษกพรรค พปชร.
ทั้ง 4 รมต.คงรู้ดีว่าจะต้องเจอแรงเสียดทานนี้ แต่ยืนยันว่าจะไม่อยู่ในตำแหน่งจนถึงวันเลือกตั้ง คาดว่าจะลาออกพร้อมกันช่วงปลายปีนี้หลังมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง
ช่วงนี้ ทั้ง 4 รมต.จึงต้องเร่งงานที่อยู่ในความรับผิดชอบให้คืบหน้ามากที่สุด โดยเฉพาะแผนงานต่างๆ ที่นำไปสู่นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่ทั้ง 4 รมต.เป็นแกนหลักในการผลักดัน
สำหรับ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เร่งนำ “บิ๊กดาต้า” เข้ามาช่วยแก้ปัญหาเพื่อตอบโจทย์ให้ตรงจุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และการค้าระหว่างประเทศ
อย่างร้าน “โชห่วย” ซึ่งล้มหายตายจากไปมาก ก็ช่วยดึงเข้าโครงการร้านธงฟ้าประชารัฐ รับชำระเงินด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่มีผู้รายได้น้อยกว่า 11.4 ล้านคน
ผ่านเครื่องอีดีซี
พร้อมเก็บข้อมูลการจับจ่ายใช้สอยเพื่อวิเคราะห์สถิติเชิงลึก ในการเพิ่มเติมร้านธงฟ้าประชารัฐ ให้เหมาะสมกับเศรษฐกิจของพื้นที่ จำนวนประชากร และความต้องการสินค้าของประชาชน
นอกจากนี้ ยังมีเฟส 2 โดยผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐชำระเงินผ่านแอพพลิเคชั่น “ถุงเงินประชารัฐ” ทั้งร้านค้าในตลาดสด ร้านขายผัก เขียงหมู ร้านก๋วยเตี๋ยว ตั้งเป้าหมายมีร้านค้ารายย่อย 1 แสนรายเข้าร่วมภายในปีนี้
ด้าน อี-คอมเมิร์ซ ซึ่งเป็นแหล่งรวม “บิ๊กดาต้า” ทั้งข้อมูลพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้า ช่องทางการซื้อ-ขาย รูปแบบการซื้อ-ขายสินค้า การขนส่งสินค้า และอื่นๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะรายย่อยได้เข้าถึง เพื่อวางกลยุทธ์ทางการตลาดให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าได้ตรงจุด
ส่วนด้านการค้าระหว่างประเทศ จะนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ “AI” มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ทั้งสถิติการค้าของทุกประเทศทั่วโลก สัญญาณจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เพื่อวางแผนและยุทธศาสตร์สินค้าไทยที่จะบุกเข้าไปยังตลาดต่างๆ
ส่วน อุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม งานใหญ่ที่ต้องผลักดันต่อเนื่องหนีไม่พ้นเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ “อีอีซี”
โดย “อุตตม” ในฐานะประธานบอร์ดอีอีซี ชุดเล็ก ชงอีก 4 โครงการใหญ่ ให้บอร์ดอีอีซีชุดใหญ่ ที่มีนายกฯ เป็นประธานไฟเขียวแล้ว ซึ่งทั้งหมดจะออกทีโออาร์ภายในเดือนนี้ นั่นคือ
1.ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา (MRO) เงินลงทุน 10,588 ล้านบาท ได้เอกชนร่วมทุนธันวาคม เปิดดำเนินการปี 2565
2.โครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก วงเงินลงทุน 2.9 แสนล้านบาท ได้ผู้ร่วมทุนกุมภาพันธ์ 2562 เปิดดำเนินการปี 2566
3.โครงการท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 เงินลงทุน 114,047 ล้านบาท ได้ผู้ลงทุนในกุมภาพันธ์ 2562 เปิดให้บริการปี 2566
4.โครงการท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 เงินลงทุนรวม 55,400 ล้านบาท ได้ผู้ร่วมลงทุนกุมภาพันธ์ปีหน้า เปิดดำเนินการปี 2568
โครงการ “อีอีซี” แม้ชื่อจะบอกว่าเป็นเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก แต่ประโยชน์ที่เกิดขึ้นไม่เฉพาะในพื้นที่ แต่คือประเทศไทยโดยรวมทั้งหมด เพราะจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศนับแสนล้านบาท
“นี่คือสิ่งที่ผมจะเร่งทำ เร่งสร้าง ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประเทศ” อุตตมระบุ
เป็นงานบางส่วนที่ “อุตตม-สนธิรัตน์” เร่งขับเคลื่อน ก่อนเป็นนักการเมืองเต็มตัวเข้าสู่สนามเลือกตั้ง

