เดินหน้าชน : ‘อัปลักษณ์’ ปฏิรูป

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำลังหมดวาระเพื่อส่งไม้ต่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะเหลือเพียงหมวกแค่ใบเดียวคือตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

หากย้อนหลังไปเมื่อ 5 ปีก่อน “บิ๊กตู่” ระบุไว้ในแถลงการณ์เหตุผลการเข้ายึดอำนาจว่า จะปฏิรูปโครงสร้างการเมือง เศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้เกิดความชอบธรรมกับทุกฝ่าย หลังจากนั้นประเทศอยู่ภายใต้สโลแกนยุคปฏิรูปมาตลอด 5 ปี และกำลังผลิดอกออกผลในขณะนี้

ผลแห่งการปฏิรูปการเมือง วันนี้เรากำลังได้ระบบพรรคการเมืองที่อ่อนแอ ได้นักการเมืองที่ไร้สัจจะ หาเสียงอย่าง หลังเลือกตั้งทำอีกอย่าง คำพูดที่ไร้ค่าเหมือนการผายลม สร้างวัฒนธรรมการเมืองที่เหมือนไร้วัฒนธรรม พรรคมี ส.ส.มากที่สุดจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะสูตรคำนวณ ส.ส.แบบพิสดาร เพื่อให้ได้นายกฯที่ต้องอาศัยเสียงโหวตจาก ส.ว.ที่ คสช.แต่งตั้งขึ้นมากับมือ

หลังเลือกตั้งผ่านมาเกือบ 3 เดือน แม้จะได้บิ๊กตู่เป็นนายกฯอีกครั้ง แต่การฟอร์มรัฐบาลยังไม่รู้หัวรู้ก้อย มีเพียงภาพการแก่งแย่งเก้าอี้ พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลถูกขี่คอกดดันทั้งจากกลุ่มก๊วนในพรรค และพรรคที่เชิญชวนกันมาจัดตั้งรัฐบาล พยายามแย่งชิงกระทรวงเกรดเอ เพราะทำให้มีโอกาสได้สิ่งเหล่านี้ 1.ร่ำรวย 2.คะแนนนิยม 3.อำนาจ จากการคุมกลไกรัฐ โดยเฉพาะ ทหาร ตำรวจ มหาดไทย คลัง 4.ดูแลพวกพ้อง เช่น พลังงาน และอุตสาหกรรม ที่มีรัฐวิสาหกิจใหญ่เงินเยอะอยู่ในมือ แทนที่จะเป็นยุคที่พรรคการเมืองเข้ามาเพื่ออยากบริหารงานกระทรวงที่สร้างอนาคตให้กับประเทศ

การแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพลที่ไล่ล่ามาตั้งแต่ต้นรัฐบาล วันนี้ประเทศนี้จะมีผู้อิทธิพลที่เคยถูกไล่ล่ากลับมาเป็นรัฐมนตรี สิ่งที่ประจานได้ชัดเจนที่สุด คือ การไล่ฆ่ากันของ 2 วิน ย่านอุดมสุข ที่ผู้มีอิทธิพลไม่ได้หายไปไหน แค่เปลี่ยนผู้คุ้มครอง ตีเมืองขึ้นของคนสวมเครื่องแบบ

ไม่เว้นแม้แต่การปฏิรูปตำรวจถือว่าเป็นกระบวนการยุติธรรมต้นทางสัมผัสใกล้ชิดกับชาวบ้านตั้งแต่ต้น สุดท้ายก็เป็นเพียงยื้อเวลา เตะถ่วงหลังจากที่เกิดกระแสกดดัน เหมือนเล่นปาหี่ที่เสียเวลาไปเปล่าๆ

การปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติ สุดท้ายความจริงก็โผล่ คดีบุกรุกป่าทั่วประเทศที่สร้างภาพเอาเป็นเอาตายกว่า 5 ปี ก็โดนดองเค็มจับกุมนับพันคดีแต่ไม่มีความคืบหน้า รีสอร์ต ร้านอาหาร ที่ถูกจับไปแล้วยังเปิดให้บริการปกติ นอกจากไม่ได้ป่าคืนแล้ว ยังเตะหมูเข้าปากหมา เปิดช่องให้ข้าราชการขี้ฉ้อหากินกับนายทุนวิ่งให้หลุดคดีอีก

โยงมาถึงการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นในภาครัฐ เพราะ 5 ปีแทบไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง ลำดับประเทศยิ่งเสื่อมถอยลงไปอีก ยิ่งเรื่องฉาวๆ กรณี “แหวนมารดา นาฬิกาเพื่อน” ที่บั่นทอนความน่าเชื่อถือของ ป.ป.ช.อย่างหมดสิ้น

การปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ มีการสร้างเครือข่ายพลังประชารัฐ นำบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการล้วนแต่เป็นที่รู้จักกันดี สุดท้ายความร่ำรวยก็ตกอยู่กับกลุ่มทุน โยนเพียงเศษเงินให้ชาวบ้านที่อดอยากยากแค้นขึ้นทุกวัน จนมีนักวิชาการออกมาให้นิยามว่า “เป็นมาสเตอร์
แพลนในการช่วงชิงมวลชนและสร้างความชอบธรรมใหม่ของชนชั้นนำภาครัฐที่แยบยลมาก”

การปฏิรูปที่น่าจะเป็นผลงานชิ้นเอกของ คสช. คือการปฏิรูปกองทัพ เพราะ คสช.จัดสรรงบประมาณเพื่อจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ให้ 3 เหล่าทัพมากกว่า 7 หมื่นล้านบาท ผุดโครงการอื้อฉาวทั้งเรือดำน้ำ เครื่องบิน รถถัง ต่างสมหวังสมประโยชน์ทุกเหล่าทัพไม่น้อยหน้ากัน ท่ามกลางการกู้หนี้ยืมสินสร้างภาระให้ประเทศชาติ

ผลงาน 5 ปีของ คสช.เป็นยุคแห่งการปฏิรูปโครงสร้างการเมือง เศรษฐกิจและสังคม แต่สุดแสนจะอัปลักษณ์จริงๆ

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผบ.ตร.บอกดูแล’ประชุมอาเซียน’ได้ 100% รับการข่าวพบกลุ่มป่วน เชื่อไร้ปัญหา
บทความถัดไป‘ประธานเอไอไอบี’ พบ ‘บิ๊กตู่’ ยินดีนั่งนายกฯสมัย 2 พร้อมชื่นชมนโยบายไทยแลนด์ 4.0