เดินหน้าชน : โกง

หนึ่งในนโยบายสำคัญและเร่งด่วนของ คสช.คือ การขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น
แต่นโยบายนี้ ถูกปรามาสว่าทำไม่ได้จริง เพราะเป็นปัญหาสังคมที่ฝังรากลึก คนยังมีค่านิยมที่ผิดๆ ยังมีผู้มีอำนาจหรือผู้มีอิทธิพลเกี่ยวข้อง และระบบอุปถัมภ์ที่ช่วยเหลือให้พ้นผิด ฯลฯ

การทุจริตที่มักจะพูดถึงคือ โครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งในอดีตมีข้อมูลจากการสำรวจพบว่า บางโครงการต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะร้อยละ 5-10 ของมูลค่าโครงการ บางช่วงเวลาเงินใต้โต๊ะจะพุ่งสูงถึงร้อยละ 30-40

ปัจจุบันก็เชื่อกันว่า “เงินใต้โต๊ะ” ยังมีอยู่

ส่วนการฮั้วประมูลโครงการต่างๆ ที่ก่อนหน้านี้มีข่าวกลุ่มชายฉกรรจ์คอยขัดขวางและทำร้ายคู่แข่งบ่อยครั้ง แต่ปัจจุบันไม่ค่อยมีข่าวลักษณะนี้ เพราะบางพื้นที่มีกระแสข่าวว่า มีเจ้าหน้าที่เข้าไปรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวก ทำให้การยื่นซองเสนอราคาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ล่าสุุด ดร.มานะ นิมิตมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก “อัตราจ่ายเงินใต้โต๊ะ-ค่าน้ำร้อนน้ำชา-ค่าอำนวยความสะดวก” ที่จะต้องจ่าย

เช่น การก่อสร้างบ้านและอาคาร ถ้าเป็นชาวบ้านหรือคนค้าขายทั่วไป ต้องจ่ายตั้งแต่ 3,000-5,000 บาท หรือ 50,000 บาท จนถึงหลักแสน

ส่วนการขออนุญาตก่อสร้างทั้งโครงการ บ้านเดี่ยว/ตึกแถว 5,000-7,000 บาทต่อหลัง ทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น 3,500 บาทต่อหลัง บ้านแฝดบ้านแถวสองชั้น 3,000 บาทต่อหลัง คอนโดฯไม่เกิน 8 ชั้น อาคารละ 100,000 บาท เกินกว่า 8 ชั้น อาคารละ 500,000 บาท ขณะที่ขอใบอนุญาตจัดสรร 50,000-80,000 บาท

ค่าออกเอกสารสิทธิห้องชุดคอนโดฯ ห้องละ 1,000 บาท

ขณะที่ขอสร้างบ้านตัวอย่าง 20,000-35,000 บาท สร้างห้องตัวอย่างคอนโดฯ 180,000 บาท สร้างสำนักงานขาย 20,000-60,000 บาท สร้างที่พักคนงาน 20,000 บาท สร้างซุ้ม ป้อมยาม ป้าย 7,000-30,000 บาท สร้างรั้ว เขื่อนกันดิน 30,000 บาท

แม้เลขที่บ้านก็มีราคา 100-200 บาทต่อหน่วย ส่วนค่าทะเบียนบ้านห้องละ 500 บาท

นอกจากนี้ ยังมีการเชื่อมทาง เชื่อมท่อน้ำทิ้ง ค่าลัดคิวปักเสาไฟฟ้า ขอติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างในโครงการ ทำถนน สะพานข้ามคลอง ก็มีราคาใต้โต๊ะเช่นกัน

ค่าน้ำร้อนน้ำชาและค่าอำนวยความสะดวกเหล่านี้ จึงแสดงให้เห็นว่า การปราบทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องยาก เพราะข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐแทนที่จะจัดการกับปัญหา แต่กลับมากระทำผิดเสียเอง

ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ก็มีข่าวครึกโครมเกี่ยวกับการทุจริต เช่น โครงการอาหารกลางวันนักเรียน, เงินทอนวัด ที่มีการจับกุมทั้งข้าราชการและพระชั้นผู้ใหญ่, การโกงเงินคนจน เบี้ยผู้สูงอายุ และศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ฯลฯ

ทั้งนี้ การทุจริตมีหลากหลายวิธีและหลากหลายประเภท หรือเรียกกันว่า สารพัดโกง

การแต่งตั้งโยกย้าย ที่พรรคพวกได้ดี การวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง การช่วยหรืออำนวยความสะดวกให้พรรคพวกได้โครงการต่างๆ ก็เป็นการทุจริตอีกรูปแบบหนึ่ง

นอกจากนี้ การช่วยเหลือให้พรรคพวกเพื่อนพ้องพ้นผิด หรือไม่ถูกตรวจสอบก็ถือเป็นการทุจริต

การเลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่านมา หลายคนก็เชื่อว่ามีการทุจริตหรือการโกงกันเกิดขึ้น ซึ่งบางเรื่องแม้ไม่มีเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ก็เป็นการโกงเพื่อให้ตัวเองได้เปรียบ

รวมทั้งมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับกติกาการเลือกตั้ง การแบ่งเขต การนับคะแนน และสูตรคิด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

ขณะที่การซื้อเสียง ก็มี ส.ส.นำมาพูดในสภา

หาก คสช. รัฐบาล และ กกต. จะยืนยันว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาโปร่งใส บริสุทธิ์ยุติธรรม หลายคนคงไม่เชื่อ

เพราะเสียง “โกง โกง โกง” ดังลั่นในสภา

ทรงพร ศรีสุวรรณ

บทความก่อนหน้านี้ชมรม SIAM BIG BAND จัดคอนเสิร์ตการกุศลช่วยเหลือสถาบันประสาทวิทยา 21 ก.ค.นี้ ที่เอเชียทีค
บทความถัดไปสุดทน! ผู้ปกครองโวย รร.เอกชนชื่อดัง จัดอาหารกลางวัน ไม่สมค่าเทอมครึ่งแสน