เดินหน้าชน : ศึก ‘ตู่-ผู้กองนัส’ อีกยก

คอลัมน์เดินหน้าชน : ศึก‘ตู่-ผู้กองนัส’อีกยก

คอลัมน์เดินหน้าชน : ศึก ‘ตู่-ผู้กองนัส’ อีกยก โดย โกนจา

ภาวะขาลอยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปรากฏภาพเด่นชัดและสะท้อนถึงภาวะหวั่นไหวของ “บิ๊กตู่” ฟังได้จากเสียงที่เล็ดลอดออกจากห้องประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่กำชับให้พรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรคกำชับ ส.ส.อย่าขาดประชุมโดยเด็ดขาด ให้ช่วยกันเข้าประชุมทุกครั้งที่มีกฎหมายสำคัญเข้าสู่การพิจารณาของสภา

สภาจะเปิดสมัยประชุมในวันที่ 1 พ.ย.นี้ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 8-9 พ.ย. มีกำหนดการประชุมร่วมรัฐสภา ซึ่งจะมีการพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญคือการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศที่ค้างมาจากการประชุมสมัยที่ผ่านมา เช่น ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นต้น

วิธีที่จะล้มรัฐบาลเห็นผลที่สุด คือ การล้มในสภา ดังเช่น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค พปชร. ที่เคยพยายามมาแล้วในการซักฟอกครั้งที่ผ่านมา

แม้จะล้มเหลวแต่ก็สร้างบาดแผลในใจ “บิ๊กตู่” จนต้องปลด “ร.อ.ธรรมนัส” ออกจากเก้าอี้ รมช.เกษตรฯ

แต่ภาวะที่เลขาธิการพรรคใหญ่ซึ่งเป็นแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล วิธีการที่ถูกกระทำเช่นนี้ เหมือนเป็นการลดทอนศักดิ์ศรีคนการเมือง

นับจากวันนั้น ความเคลื่อนไหว ร.อ.ธรรมนัส เดินหน้าเล่นบทบู๊ กระชับพื้นที่ภายในพรรคเพื่อชิงมวลชน จึงปรากฏภาพจัดทัพ ส.ส.แห่แหนไปต้อนรับ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. ที่เดินทางไปช่วยน้ำท่วม หวังสร้างภาพเปรียบเทียบในภาวะที่ “บิ๊กตู่” ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วม แต่มี ส.ส.ไปต้อนรับแค่หยิบมือ และมาถึงฟางเส้นสุดท้ายคือการทำโพลประเมิน ส.ส.ในพรรคที่สะท้อนภาพว่า “ธรรมนัส” ปิดหน้าสู้เต็มตัว

สร้างความกังวลให้ “บิ๊กตู่” และในที่สุดก็พลิกเกมสู้เต็มกำลัง

ภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เรียก นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและ รมว.พลังงาน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัล นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และ นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หารือที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงแนวทางการทำงานหลังเปิดประชุมสภา 1 พ.ย. และปม พปชร.ทำโพลประเมินคะแนนนิยม

จึงได้ข้อสรุปตรงกันคือต้องยุติปัญหาด้วยการปรับโครงสร้างพรรค บีบให้คณะกรรมการบริหารพรรค (บก.บห.) ที่มีอยู่ 26 คน ยื่่นลาออกเกินกึ่งหนึ่งเพื่อเปิดทางจัดประชุมเลือก กก.บห.ชุดใหม่

ก่อนเคลื่อนขบวนไปยังมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัดไปหารือกับ “พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร ที่เปรียบเสมือนแบ๊ก
อัพของทีมธรรมนัส พร้อมดึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นแนวร่วมกล่อมอีกคน เพื่อขอไฟเขียวเปิดทางขับ “ธรรมนัส” พ้นเก้าอี้เลขาฯพรรค

ในขณะที่บรรดา ส.ส.และแกนนำพรรคสาย ร.อ.ธรรมนัส ต่างรับรู้ถึงเกมล้างบางครั้งนี้และนัดหารือเพื่อรับมือสถานการณ์ในทันที

ณ วันนี้ “ธรรมนัส” กลายเป็นเสี้ยนในใจ “บิ๊กตู่” ที่สะกิดถูกเมื่อใดก็เจ็บแปลบขึ้นทุกครั้ง

แม้ข้อบังคับพรรค พปชร. ข้อ 15 ระบุว่า กรรมการบริหารพรรคทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง เมื่อกรรมการบริหารพรรคการเมืองว่างลงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการบริหารพรรคการเมืองทั้งหมด ซึ่งเทคนิคการให้กรรมการบริหารที่มีอยู่ 26 คน ในขณะนี้ลาออกอย่างน้อย 14 คน จึงถูกนำมาใช้เพื่อให้มีการประชุมใหญ่ภายใน 45 วัน เพื่อล้างบางฝ่าย ร.อ.ธรรมนัสให้พ้นหน้าที่ภายในพรรค

หากกรรมการบริหารลาออกไม่ถึงครึ่งจะทำอย่างไร ถ้าลาออกไม่ถึง 14 คน หัวหน้าพรรคจะแต่งตั้งคนใหม่มาทำหน้าที่จนกว่าจะมีการเลือกตั้งคนมาแทนตำแหน่งที่ว่างใน 90 วัน

แต่วิธีที่ง่ายที่สุดให้กรรมการบริหารพ้นจากตำแหน่งทั้งชุด คือ พล.อ.ประวิตร ลาออกจากหัวหน้าพรรค

นับจากช่วงนี้จนถึงวันที่ต้องเดินหน้าเปลี่ยนแปลงในพปชร. ซึ่งคาบเกี่ยวกับการเปิดประชุมรัฐสภา เกมงัดข้อประลองกำลังระหว่างทีมบิ๊กตู่และทีมธรรมนัสจะเด่นชัด แหลมคมและรุนแรงยิ่งขึ้น

สะท้อนถึงภาวะเปราะบางของรัฐบาลว่าจะแบกรับภาวะศึกในศึกนอกได้มากน้อยแค่ไหน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon