หน้าแรก บทความ เดินหน้าชน แจกกล้วยเป็นก...

แจกกล้วยเป็นกิโล

2.03.23 | 12:00 น.

แจกกล้วยเป็นกิโล

ฟังน้ำเสียงของ “ชวน หลีกภัย” ประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่เปรยถึงปัญหาภายในพรรค เช่น มีบางคนในพรรคอยากให้มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค แต่เชื่อว่าเหตุผลความไม่พอใจตัวหัวหน้าพรรคไม่ใช่เหตุผลของการย้ายสังกัดพรรค แต่เหตุผลสำคัญ คือ การกลัวแพ้เลือกตั้งและการเจรจาทาบทามให้มีการย้ายพรรค

ชวนระบุว่า “ผมไปพบเพื่อนนักการเมืองที่ย้ายพรรค ไปเยี่ยมท่านที่โรงพยาบาล ท่านโทรหาผมว่าเมื่อคุณชวนกลับแล้ว ผมกอดภรรยาร้องไห้จะออกจากพรรคได้ยังไง จะบอกคุณชวนยังไง วันนั้นบอกไม่ย้าย ท่านบอกผมว่าเขาให้ท่าน 200 ล้านบาท ให้กวาดจังหวัดนั้นจะให้เป็นรัฐมนตรี”

ยิ่งผมได้รับฟังข้อมูลข่าวสารการเมืองเชิงลึก ยิ่งทำให้ตกใจกับ “มันนี่ โพลิติก” ในยุคการเมืองที่เสแสร้งว่าใช้รัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป

วันนี้ตลาดการซื้อขาย ส.ส. มูลค่าการซื้อขายรายหัวสูงกว่าการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา มีรายงานว่า บางพรรคยอมควักกระเป๋าสู้ค่าตัว ส.ส.เกรดเอ หลักตั้งแต่ 30-70 ล้านบาท

Advertisement

การวางตัวผู้สมัคร ส.ส. 400 เขต และระบบปาร์ตี้ลิสต์ 100 คน รวมถึง กระสุน เสบียงกรัง นั้นพร้อมแล้ว รอเพียงระฆังยุบสภาดังขึ้นเท่านั้น ทุกอย่างก็จะเข้าสู่สนามการเลือกตั้งเต็มตัว

ความจริงตลาดซื้อขาย ส.ส.คึกคักมาก่อนหน้านี้แล้ว และมีความจริงอย่างหนึ่ง คือ มูลค่าการซื้อขายรายหัวนั้นสูงมากเพราะบางพรรคที่ ส.ส.ไหลเข้ามา เนื่องจากนั่งบริหารประเทศมา 4 ปี จึงสะสมเสบียงกรังเต็มกระเป๋า อย่าแปลกใจพรรคนี้ที่ยอมควักสู้ค่าตัว ส.ส.เกรดเอ หลักตั้งแต่ 30-70 ล้าน

บางเขตที่ต้องจ่าย 70 ล้าน คือ เขตพื้นที่เป้าหมายคือต้องชนะ บางจังหวัดส่งผู้สมัครแพคเกจครอบครัวที่มองแล้วมีโอกาสสูงก็ส่งลงทั้งพ่อ-แม่-ลูก ราคาเหมารวม 100 ล้าน ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่พรรคการเมืองนั้นอยากได้ ส.ส.ไว้เพื่อปักธง สร้างความชอบธรรมในการตั้งรัฐบาลก็จะมีการทุ่มทุนสู้ไม่อั้น

บางพรรคจ่ายให้กับ ส.ส.ปัจจุบันที่ยืนยันว่าจะลงสมัครในพรรคเดิม งวดแรกคนละ 5 กิโล หรือ 5 ล้านบาท โดยทุกคนต้องทำเป็นสัญญาเงินกู้ไว้เป็นหลักฐานกันเบี้ยว ส่วน ส.ส.หน้าใหม่ ตอนนี้บางพรรคได้เริ่มจ่ายรอบแรกไปแล้วรายละ 1 ล้านบาท บางพรรคจ่าย 1.5 ล้านบาทซึ่งผู้สมัครต้องทำการบ้านส่งพรรคทุกวัน เพื่อยืนยันว่าได้ทำกิจกรรมซึ่งรายจ่ายก้อนแรกดังกล่าวนี้ไม่เกี่ยวกับจ่ายรายเดือนด้วย

บางพรรคที่เกิดใหม่มีเงินทุนลงขันไหลจากบรรดาธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่กอบโกยมาช่วงนั่งเป็นรัฐบาลจึงต้องต่างตอบแทน พรรคนี้ได้จ่ายล่วงหน้ามานานหลายเดือนแล้ว โดยผู้สมัครหน้าใหม่ที่พรรคอนุมัติให้ลงสมัครและได้เข้าอบรมกับพรรคแล้วได้รับเดือนละ 5 หมื่นบาท ขณะที่ ส.ส.ปัจจุบัน พรรคจ่ายเดือนละ 5 แสนบาท บางพรรค 4 แสนบาท และบางพรรค 1 แสนบาท หาก ส.ส.รายใดมีสังกัดหัวหน้ามุ้งหรือกลุ่มก็จะจ่ายเสริมให้อีกขั้นต่ำคนละ 1-2 แสนบาท

ลองคำนวณกันเล่นๆ ว่าพรรคเหล่านี้นำเม็ดเงินมากระตุ้นเศรษฐกิจประเทศมากน้อยขนาดไหน

ยิ่งผมนั่งอ่านบทสัมภาษณ์ของ “ดร.เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง” อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ถึง “มันนี่ โพลิติก” และผลที่ตามมาหลังเลือกตั้งใหญ่ ปี’66

อาจารย์บอกว่า “ที่ผ่านมามีการพูดเรื่องการ ‘แจกกล้วย’ ในสภา เป็นความลับที่ปิดกันให้แซ่ด รู้กันทั่วไปเลย เรื่องเล่าที่เคยได้ยินกันมาในยุคก่อนรัฐธรรมนูญ 2540 มันกลับมาหลังการเลือกตั้ง 2562 และถ้ามองถึงการเลือกตั้ง 2566 ที่มีการดูดขนาดนี้ มันย่อมต้องใช้เงินจำนวนมากในการทำให้คนอยู่ในแถว ปัญหาคือการเมืองที่ใช้เงินจำนวนมากขนาดนี้ จะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย”

ดร.เข็มทองยอมรับว่า ผู้คนในสังคมบางส่วนเริ่มชาชินกับสิ่งที่เกิดขึ้น หลังผู้มีอำนาจปล่อยให้มีการ “ดูด” และ “แจกกล้วย” โดยไม่มีการระงับการกระทำหรือเอาผิด ทำให้ปทัสถานการเมืองไทยเปลี่ยนไป เปรียบเหมือนปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่ปีแรกๆ ผู้คนตกใจ ก่อนทนๆกันไป อยู่ด้วยกันไป โดยที่รู้ว่าอาจจะทำให้เป็นมะเร็งนะ แต่ยังไม่ตายตอนนี้ รออีก 10 ปี

“สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ขอบฟ้าของประชาชนหดลง ถ้าประเทศนี้เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เลย คนก็ settle (ตัดสินใจ) กับผลประโยชน์เฉพาะหน้าที่อยู่ใกล้ตัว จับต้องได้ เหนือผลประโยชน์เชิงอุดมการณ์ที่เป็นเรื่องระยะไกล กว่าจะเปลี่ยนแปลงได้ต้องใช้เวลาอีก 10-20 ปี และยิ่งเศรษฐกิจแย่จนคนต้องดิ้นรน ทุกอย่างมันบีบให้โหวตเตอร์เหลือจินตนาการการเมืองนิดเดียว”

ผมจึงหวังคนไทยจะไม่ชาชินกับสิ่งที่เกิดขึ้น อย่าเห็นแค่ผลประโยชน์เฉพาะหน้า ขอให้วันที่ 7 พ.ค.นี้เป็นวันที่สร้างอนาคตของประเทศร่วมกัน

พันธศักดิ์ รักพงษ์