ความหวังประเทศ- ความหวัง ‘เพื่อไทย’ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
ดูเหมือนการปรับทัพของพรรคเพื่อไทย โดยการผลักดัน นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ขึ้นมาเป็นผู้นำคนใหม่ หลังจากพรรคเพื่อไทยเจอพายุโหมกระหน่ำ จนซวนเซจวนเจียนจะทรุด “เกือบหลับ แต่กลับมาได้” ดูเหมือนทำให้ภาพลักษณ์ของพรรคเพื่อไทยดูกระฉับกระเฉงขึ้น
นายยศชนันใช้ความโดดเด่น ความเป็นอาจารย์นักวิจัย เป็นถึงตำแหน่ง ศ.ดร. จึงพยายามนำความรู้ความสามารถเข้ามาช่วยปรับใช้กับการทำงานกับรัฐบาลในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รวมถึงกระทรวงในความรับผิดชอบของพรรคเพื่อไทย
เข้ามาช่วงแรกๆ นายยศชนันลงพื้นที่แก้ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม2.5 ร่วมเปิดตัวและติดตั้ง “ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร” นวัตกรรมฝีมือนักวิจัยไทยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมสนับสนุนให้ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยแก้ปัญหาฝุ่นควันพิษ
ต่อมานายยศชนันประกาศยกเครื่องงานวิจัยของไทย ไม่ให้อยู่แค่บนหิ้ง นำมาใช้ประโยชน์ได้จริง เร่งสนับสนุนงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง บนเวทีการประชุม STS forum Japan-Thailand Symposium 2026 จัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย
นอกจากนี้ นายยศชนันยังนำอว.ผนึกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แก้วิกฤตปุ๋ยแพง โดยนำเอไอเดินหน้าโครงการ ปุ๋ยสั่งตัดอัจฉริยะ เพื่อเกษตรกรไทย ลดต้นทุนได้จริง ที่จ.อุดรธานี
หลังจากนั้น นายยศชนันไปร่วมประชุมกับ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ หารือแนวทางความร่วมมือนำจุดแข็งของแต่ละกระทรวงมาต่อยอดร่วมกัน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงงานวิจัยและนวัตกรรมเข้ากับการตลาดและการค้า เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม
ล่าสุดกระทรวงศึกษาธิการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ MOE Human Capital Blueprint Workshop เพื่อออกแบบสถาปัตยกรรมการศึกษาไทยและทุนมนุษย์ เป็นการออกแบบโครงสร้างทั้งระบบการศึกษา ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งหลักสูตร วิธีสอน ครูและบุคลากร ระบบวัดผลและประเมินผล เทคโนโลยีและสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ ระดมความเห็นจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้บริหารหน่วยงานด้านการศึกษา
งานนี้ นายยศชนัน ประกาศชัดเจน จะเข้ามาเร่งยกระดับการศึกษาของไทย
นายยศชนัน กล่าวว่า “วันนี้ถ้ายังยึดโยงกับการปรับหลักสูตรเป็นวงรอบทุกสามปี สี่ปี ห้าปี อาจช้าเกินไป เด็กคนหนึ่งจะปรับตัวได้ เถียงกันมากเรื่องพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มีร่างพ.ร.บ.ยื่นมาจากหลายพรรค หลายภาคส่วน จำเป็นต้องรับฟังทุกภาคส่วน ไม่ควรมีร่างไหนเป็นพระเอก แต่ต้องรวมทุกร่างมาด้วยกัน มีศธ.เป็นเจ้าภาพ ทำให้มีพื้นที่เป็นกลาง ทุกคนออกเสียงได้”
“มีคำถามว่าการพัฒนามนุษย์ของไทยควรไปทิศทางไหน เราตั้งต้นได้จากหลายส่วน แต่วันนี้ถ้าตั้งต้นว่า ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นก็แล้วแต่ เด็กไทยสามารถปรับตัว รองรับการเปลี่ยนแปลงได้ทุกรูปแบบ เพราะฉะนั้นพื้นฐานที่มีต่อเด็กจึงสำคัญ เช่น ถ้าวันนี้เราเริ่มบางอย่างเป็นพื้นฐานช้า จะไม่เป็นธรรมชาติกับชีวิต การเปลี่ยนแปลงของสมองควรจะเข้ากับหลักสูตรใช่หรือไม่ต้องมาคุยกัน”
“อาจไม่ต้องเอาหลักสูตรกับเวลาเป็นตัวตั้ง คนมีอายุก็กลับไปเป็นนักเรียนได้ ตนคุยกับเพื่อนอาจารย์ชาวญี่ปุ่น เป็นศาสตราจารย์คิดเรื่องการกระตุ้นสมอง พอเกษียณอายุราชการตอน 65 ก็คิดว่าเขาจะไปเที่ยวแล้ว แต่เปล่า เขาจะกลับไปเรียนหนังสือใหม่ ต่างกับของเรา 60 กว่าก็คือนอนแล้ว แต่ของเขาเริ่มต้นทำตามความฝัน ไม่ต้องไปยึดโยงกับใคร เพราะเขาทำทุกสิ่งทุกอย่างมาแล้ว”
“ในทางกลับกัน หากเป็นนักเรียน เขาจะรู้สึกทรมานมาก เพราะไม่ใช่สิ่งที่เด็กต้องการ ดังนั้นการเรียนการสอนของเด็กแต่ละพื้นที่ควรเท่าเทียมกันหรือไม่ ถ้าควร เราควรทำยังไงให้แต่ละโรงเรียนไม่ยึดโยงชื่อโรงเรียน แต่ยึดผลลัพธ์จากการศึกษา เรื่องการศึกษารอไม่ได้ ควรทำให้สำเร็จในช่วงที่ท่านเป็นผู้บริหาร ไม่ต้องรอให้คนอื่นทำ เช่นเดียวกันถ้าวันนี้ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติไม่ออกมาเป็นฉันทามติ ตนก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน” นายยศชนันกล่าวกับผู้บริหารการศึกษา
ถือว่าเป็นการสะท้อนภาพของนายยศชนันชัดเจน พยายามพัฒนาด้านการศึกษา เพิ่มพูนความรู้ให้ประชาชน เพื่อให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักจากปัจจัยลบทั้งหลายทั้งปวง
ขณะเดียวกันก็น่าจะช่วยกู้สถานการณ์ให้กับพรรคเพื่อไทย กลับมายิ่งใหญ่เหมือนในอดีตได้ไม่ยาก หากมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ประชาชนสัมผัสได้อย่างแท้จริง
สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา
…………..

