โอลิมปิกการเงินโลก
งานใหญ่ของประเทศไทยปีนี้ คือเป็นเจ้าภาพ 2026 Annual Meetings of the International Monetary Fund and the World Bank Group การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group: WBG) หรือ IMF-WBG Annual Meetings
เป็นการประชุมของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้บริหารสถาบันการเงิน นักคิด และนักวิชาการด้านเศรษฐกิจการเงินจากทั่วทุกมุมโลก มาร่วมหารือประเด็นสำคัญ อาทิ การเติบโตทางเศรษฐกิจ เสถียรภาพทางการเงิน การลดความยากจน และเรื่องสำคัญอื่นๆ นำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
การจัดประชุมระดับโลกนี้เริ่มต้นเมื่อปี 2490 จัดขึ้นเป็นประจำในเดือนตุลาคมของทุกปี ณ สำนักงานใหญ่ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ต่อเนื่องกัน 2 ปี และทุกปีที่ 3 จะหมุนเวียนไปจัดที่ประเทศสมาชิก เพื่อเชื่อมโยงความหลากหลายของภูมิภาคและความร่วมมือจากทั่วโลก
จากจุดเริ่มต้นถึงปัจจุบันมีเพียง 3 ประเทศได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพถึง 2 ครั้ง ได้แก่ ตุรกี ปี 2498, 2552 ญี่ปุ่น ปี 2507, 2555 และไทย ครั้งแรกเมื่อปี 2534 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และในปี 2569 ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมอีกครั้ง ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
หัวเรือใหญ่ของงานคือ IMF และ WBG ผู้กำหนดธีมหลักการประชุมแต่ละปี เพื่ออภิปรายประเด็นสำคัญทางเศรษฐกิจ การเงิน และความท้าทายระดับโลกที่ทุกประเทศต้องรับมือร่วมกัน
งานใหญ่ขนาดนี้ สำคัญต่อภาพลักษณ์ของไทยในหลายมิติ รัฐบาลคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน ทั้งภาครัฐ เอกชน สื่อมวลชน และประชาชนจากสมาชิก 191 ประเทศทั่วโลก
ถือเป็นโอกาสประเทศไทยจะแสดงความพร้อม ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน สถานที่จัดงาน การคมนาคมขนส่ง สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการต่างๆ
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดดเด่น มีศิลปวัฒนธรรมน่าสนใจ สำคัญที่สุดคือความน่ารักของคนไทยสร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือนได้ตลอด
ไทยในฐานะเจ้าภาพกำหนดหัวข้อสำคัญการพูดคุยภายใต้ชื่อ “Thailands New Horizons: Empowering People, Building Resilience”มีเป้าหมายสะท้อนแนวคิดการพัฒนาให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ระบบเศรษฐกิจและการเงินพร้อมรับมือความเสี่ยงในอนาคต
ธีมนี้มุ่งต่อยอดจุดแข็งของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นความก้าวหน้าด้านการชำระเงินดิจิทัล เศรษฐกิจสร้างสรรค์ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และศักยภาพของแรงงานไทย พร้อมทั้งการยกระดับทักษะ ความรู้ และโอกาสทางเศรษฐกิจของประชาชน เพื่อให้รายได้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมเดือน ต.ค.นี้ เป็นภารกิจสำคัญเปรียบเหมือนโอลิมปิกด้านการเงินการคลังของโลก คาดว่าจะมีทั้งผู้นำและผู้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจการเงินระดับสูง ตั้งแต่ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้แทนสถาบันการเงินต่างๆ ตลอดจนคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ เป็นเวทีสำคัญการหารือด้านเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศ เข้าร่วม
“การประชุมเวิลด์แบงก์คือ คนถือเงินทั้งหมดในโลกนี้มาบ้านเรา เป็นสิ่งสำคัญมาก จะทำให้เม็ดเงินทั้งหลายเขาถืออยู่ สร้างโอกาสทำให้ตกอยู่ในประเทศเราได้มากแค่ไหน บุคคลสำคัญแต่ละประเทศเข้ามาประชุมในไทยมีหลายประเทศ ผู้นำบางประเทศควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แม้จะมาประชุมในสถานะรัฐมนตรี แต่มีตำแหน่งผู้นำประเทศด้วย เราต้องต้อนรับอำนวยความสะดวก สร้างความปลอดภัยให้ตลอดเวลาที่พำนักอยู่ในไทย บางท่านเป็นถึงประมุขของรัฐด้วย จึงจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานด้านความมั่นคง ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองด้วย” นายกฯกล่าว
งานนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญ พิสูจน์ให้เห็นว่ารัฐบาลจะสามารถฉกฉวยโอกาสนี้ เข้ามาช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทยเพิ่มขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไร
จากปัจจุบันภาพพจน์ประเทศไทยในสายตาชาวโลก ค่อนข้างอ่อนเปลี้ยเหนื่อยล้า เศรษฐกิจเติบโตอย่างเชื่องช้า เต็มที
สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา

