เดินหน้าชน : โมเดล ‘ป๋าเปรม’ : สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา

23.06.26 | 07:32 น.

โมเดล‘ป๋าเปรม’

ทิศทางสถานการณ์เศรษฐกิจไทย หลังจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางดูเหมือนจะคลี่คลายขึ้นบ้าง ทำให้ปัญหาเศรษฐกิจด้านต่างๆ กำลังเขม็งเกลียว คลี่คลายลงพอให้มีโอกาสได้หายใจหายคอกันบ้าง

เมื่อราคาน้ำมันและพลังงาน รวมถึงราคาปุ๋ย วัตถุดิบ ต้นทุนการผลิตต่างๆ ขยับลงมา แม้จะยังไม่มั่นใจว่าจะยั่งยืนยาวนานแค่ไหน แต่ก็ถือว่าความตึงเครียดได้ลดลงตามลำดับ

เหลือแค่ว่าแต่ละฝ่ายจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นอย่างไร และยั่งยืนแค่ไหน จากเหตุการณ์การสู้รบทั้งศึกอิหร่านและยูเครน เป็นปัจจัยเหนือการควบคุมของประเทศไทย

รัฐบาลกำลังพยายามเร่งหามาตรการต่างๆ หลายโครงการ เข้ามาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 และอีกหลายๆ โครงการ กำลังเร่งสปีดเดินเครื่องกันอย่างเต็มกำลัง

Advertisement

สิ่งสำคัญนับจากนี้เมื่อสถานการณ์สงครามคลี่คลาย รัฐบาลจะใช้โอกาสนี้ “ชิงจังหวะ” เดินหน้าสร้างความมั่นคงแข็งแรงทางเศรษฐกิจ แก้ปัญหาปากท้องไปในทิศทางไหน ในระยะต่อไป

เป็นคำถามที่หลายฝ่ายกังวลว่ารัฐบาลจะเดินหน้าอย่างไร ประเทศไทยจะเดินหน้าอย่างไร ท่ามกลางการแข่งขันและปัจจัยลบรุมเร้ามากมาย

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ถึงกรณีสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ เอสแอนด์พี ประกาศ “คงอันดับ” ความน่าเชื่อถือของประเทศไทยไว้ระดับ BBB+ พร้อมแนวโน้มมีเสถียรภาพ หรือ Stable Outlook และ สถาบัน IMD จัดอันดับความสามารถการแข่งขันของไทย อันดับดีขึ้น 4 อันดับ จากอันดับ 30 ขึ้นมาอยู่อันดับ 26 จากกว่า 70 เขตเศรษฐกิจ

“ผลการจัดอันดับล่าสุดนี้ มีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน รัฐบาลจะนำมาปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น จากการขับเคลื่อนผ่านกลไก คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธาน ในระยะต่อไป”

“จะจัดตั้งคณะทำงานย่อยเพื่อขับเคลื่อน 4 ด้านหลัก ประกอบด้วยคณะทำงานด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการค้าและความสามารถในการแข่งขัน ด้านกฎหมายและกฎระเบียบทางธุรกิจ และด้านแรงงาน”

“หากดำเนินการเป็นระบบ ประเทศไทยจะพัฒนาการดีขึ้นภายใน 3-4 ปี แนวทางการทำงานจะอิงรูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเช่นเดียวกับยุครัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ภาครัฐทำหน้าที่สนับสนุนและให้ภาคเอกชนเป็นผู้นำ เนื่องจากสถานการณ์โลกในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว” นายเอกนิติกล่าว

คำสัมภาษณ์ดังกล่าวของนายเอกนิติ น่าจะทำให้พอเห็นทิศทางการทำงานของรัฐบาลอนุทินนับจากนี้ชัดขึ้นมาบ้าง

ถือว่าเป็นสิ่งท้าทายและน่าติดตามอย่างยิ่ง แนวทางการทำงานของรัฐบาลจะอิงรูปแบบความร่วมมือระหว่างรัฐกับเอกชนเหมือนยุค “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ช่วงปี พ.ศ.2523-2531

หากย้อนไปดูประวัติศาสตร์จะเห็นได้ว่ายุคนั้นประเทศไทยเจอมรสุมจากหลายๆ ด้าน พัดกระหน่ำหนักบ้างเบาบ้าง แต่ประเทศไทยก็สามารถผ่านมาได้

แถมหลังจากนั้นยังทำให้ประเทศไทยได้รับความสนใจจากนานาประเทศอย่างมาก มาจากความร่วมมือร่วมใจระหว่างภาครัฐและเอกชน

แต่สิ่งสำคัญสมัย “ป๋าเปรม” ได้รับการยอมรับคือ “ความซื่อสัตย์” เมื่อเทียบกับรัฐบาลอื่นๆ ที่ผ่านมา

ดังนั้นหากรัฐบาลอนุทินจะใช้โมเดล “ป๋าเปรม” ก็น่าจะรับไปทั้งหมด เชื่อว่าประเทศไทยจะไล่แซงเพื่อนบ้านชาติอื่นๆ ในอาเซียนได้ไม่ยาก

สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา