ส.ส.กานต์ รักผลงาน ‘ปากไก่และใบเรือ’ ลั่น การเมืองมีปัญหา ต้องคุยกันไม่ใช่ ‘บวงสรวง’
เมื่อวันที่ 1 กันยายน ณ มติชน อคาเดมี เขตจตุจักร กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์มติชนร่วมกับศูนย์ข้อมูลมติชน (MIC) จัดงาน “มติชนเปิดโกดังหนังสือการเมือง” ครั้งแรก เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค.- 3 ก.ย. 66 นี้ โดยภายในงานคับคั่งด้วยกองทัพหนังสือการเมืองเล่มสำคัญที่หายาก พร้อมด้วยผลงานของศาสตราจารย์ ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ รวมถึงกิจกรรมเสวนา ‘นิธิแห่งทัศนะและปัญญา’ นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นพิเศษและของพรีเมียมอีกมากมาย
บรรยากาศเวลา 16.00 น. มีกิจกรรม Book Talk: พระ-ผี-เทพ-เจ้า: อำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์แบบไทยๆ ร่วมพูดคุยโดย ผศ.คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง อาจารย์ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และ นายสมชาย แซ่จิว นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมจีน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ภัสริน รามวงศ์ หรือ กานต์ ส.ส.เขตบางซื่อ-ดุสิต พรรคก้าวไกล เดินทางมาร่วมฟังเสวนาดังกล่าว พร้อมเลือกซื้อหนังสือภายในงาน อาทิ เขียนจีนให้เป็นไทย โดย สิทธิเทพ เอกสิทธิพงษ์, 2475 ราสดรส้างชาติ โดย นริศ จรัสจรรยาวงศ์, การเมืองไทยสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี และ ปากไก่และใบเรือ : การท้าทายกรอบความคิดประวัติศาสตร์แบบเดิม โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์ ไปจนถึงหนังสือ ภารตะ-สยาม ศาสนาต้อง (ไม่) ห้ามเรื่องการเมือง โดย คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง

น.ส.ภัสรินกล่าวว่า ให้สัมภาษณ์ถึงความสำคัญของหนังสือการเมืองว่า หนังสือสำคัญมาก ความจริงเราขับเคลื่อนประเทศนี้ และอ่านวิธีการคิด โดยเริ่มจากการอ่านหนังสือ ซึ่งเหมือนกับท่องโลกผ่านสมองของเรา รู้ว่าสวีเดน ญี่ปุ่น คิดอย่างไร สามารถย้อนประวัติศาสตร์ และทำให้คาดการณ์อนาคตได้ด้วย
สมมติเราอยู่ในกรุงเทพฯ การที่จะออกไปดูการเมืองของแถบสแกนดิเนเวีย หรือการเมืองของอเมริกาว่าเป็นอย่างไร ก็ดูผ่านหนังสือ จำได้ว่าตอนเด็กๆ จะมีชุดหนังสือท่องโลกที่เป็นรหัส 123 เป็นวิทยาศาสตร์-การเมือง ปกแข็งๆ เป็นตัวการ์ตูน ที่อ่านตั้งแต่เด็กๆ สิ่งหนึ่งที่เราชอบคือ สังคมและวัฒนธรรม ที่สะท้อนผ่านหนังสือ
เมื่อถามถึงหนังสือที่อยากแนะนำต่อ จะเลือกเล่มไหน ?
น.ส.ภัสรินกล่าวว่า จริงๆ ในฐานะนักเรียนมานุษยวิทยา แล้วก็รักในงานของ ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ มาก อยากแนะนำ “ปากไก่และใบเรือ” เป็นหนังสือที่เล่มดูหนาหน่อย แต่ ศ.ดร.นิธิ ถือเป็นปราชญ์แห่งรัตนโกสินทร์ ถ้าสมมติเราอยากรู้ต้นกำเนิด ทำไมการแก้ปัญหา เราถึงไม่ใช้วอร์รูม แต่มาบวงสรวง เล่มนี้ก็จะบอกวิถีชีวิต หรือค่านิยมความเชื่อผ่านประวัติศาสตร์ ผ่านสิ่งที่เราคิดไม่ถึง ซึ่งมันสะท้อนวิธีคิดของคนไทย
“ปากไก่และใบเรือ ของอาจารย์นิธิ พูดถึงเรื่องวิธีชีวิตของคนไทยด้วย มีหนังสือเล่มหนึ่งของ อ.นิธิ ที่พูดเรื่องการแต่งงาน การครองคู่ของคน เรามักจะคิดว่า คนไทยสมัยก่อนถูกคลุมถุงชน แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ เราก็รักกันเอง มีอิสระในการเลือกคู่กันเอง แต่ว่าการคลุมถุงชนเป็นเรื่องของอีลีท เป็นเรื่องของ ‘เรือล่มในหนองทองจะไปไหน’ เป็นการแต่งงานของชนชั้นสูง

มีบทความหนึ่งของ อ.นิธิ ลงในมติชนเมื่อนานมาแล้ว บอกว่า ในสังคมไทย ชนชั้นนำมักจะแต่งงานไขว้กันเอง ก็จะเขียนว่า แต่ละตระกูลจะแต่งงานไขว้กัน เป็นการรักษาอำนาจและชนชั้น ถ้าอยากดูเรื่องการเมืองให้มาดูทางด้านมานุษยวิทยาด้วย ซึ่งก็จะแตกไปเรื่องการเมืองได้เหมือนกัน เห็นจุดเล็กๆ ไปสู่จุดใหญ่ๆ” น.ส.ภัสรินชี้
เมื่อถามว่า ในความเห็นส่วนตัว มองว่าการเมืองเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันอย่างไรบ้าง ?
น.ส.ภัสรินกล่าวว่า เชื่อมโยงอย่างมาก ถ้าเราไปดูกลุ่มชนชั้นนำ หรืออีลีท เขาแต่งงานโดยนามสกุล มีไม่กี่ร้อยนามสกุล แต่งงานไขว้กันไปไขว้กันมา และทุกวันนี้ก็ยังเป็นกลุ่มชนชั้นนำ ยังเป็นกลุ่มคนที่เป็นนายทุนถือผลประโยชน์ส่วนใหญ่ในประเทศนี้ มันก็คือเรื่องการเมืองที่เราปฏิเสธไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบเศรษฐกิจผูกขาดเองก็ตาม คนตัวเล็กตัวน้อยเติบโตไม่ได้ เพราะว่าเป็นเรื่องที่ไขว้กันไป-มา
น.ส.ภัสรินกล่าวอีกว่า การอ่านหนังสือเป็นเหมือนการเปิดโลก ท่องโลก ซื้อมาก่อนแล้วเดี๋ยวอีก 3 วันค่อยมาตัดสินใจว่าจะอ่านหรือไม่ เท่านี้ก็เป็นการก้าวข้ามแล้ว
“อีกอย่าง หนังสือมีอารมณ์ สัมผัสความรู้สึกที่ไม่เหมือนกับการอ่านผ่านดิจิทัล เราพกพาไปไหนก็ได้ จับต้องได้ หรือแม้แต่งานอาร์ตเวิร์ก หน้าปก คำนำ คนที่เขียนคำนิยม เขาให้คุณค่ากับเรื่องนี้อย่างไรบ้าง หนังสือมีคุณค่ามากๆ” น.ส.ภัสรินกล่าว
เมื่อถามว่า วันนี้มาร่วมฟังเสวนา Book Talk: พระ-ผี-เทพ-เจ้า: อำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์แบบไทยๆ แล้วได้รับความรู้อะไรบ้าง ?
น.ส.ภัสรินเผยว่า ฟังแล้วจะต้องซื้อหนังสือกลับไป เล่มแรกคือหนังสือ ‘ภารตะ-สยาม ศาสนาต้อง (ไม่) ห้ามเรื่องการเมือง’ ของ อ.คมกฤช โดนป้ายยาเต็มที่ แม้จะมาฟังไม่ทันช่วงแรก แต่ก็ได้ความรู้เรื่องศาสนา ความเชื่อ ที่รันระบบวิธีคิดคนอย่างปฏิเสธไม่ได้

ส่วนตัว มีความเชื่อหรือถือเคล็ดอะไรบ้าง ?
น.ส.ภัสรินเผยว่า ก็มีคนแนะนำอย่างเช่นวันโหวตนายกรัฐมนตรี ก็บอกว่าให้ใส่สีมงคล
“สีมงคลตอนนี้ก็คือสีส้ม ใส่ทุกวัน คือ 1.สดใส 2.เป็นสัญลักษณ์ที่ดี ตอนก่อนเข้ามาลงการเมือง เคยคุยกับอาจารย์ด้วย มีแนะนำให้ไปไหว้วัดแขก ไปขอพรพระแม่ ในฐานะที่เป็นนักการเมืองผู้หญิง ทำงานเกี่ยวกับผู้หญิง ก็บอกว่าไปวัดแขก สิ” น.ส.ภัสรินเผย
ในฐานะนักการเมือง เราควรจะทำอย่างกับเรื่องความเชื่อ ควรหยิบยกมาเป็นซอฟต์เพาเวอร์ หรือผลักดันอย่างไรบ้าง ?
น.ส.ภัสรินกล่าวว่า ตนคิดว่าเมื่อเป็นเรื่องของศาสนา มักจะมีศิลปะเข้ามาเกี่ยวข้อง มันเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรม (Culture) นั้นๆ ซึ่งหลายประเทศที่เราเคยไป อย่างประเทศเม็กซิโก ก็จะมีความเชื่อคล้ายเราเหมือนกัน เช่น งานออกพรรษา เขาก็จะมีเปิดประตูผี ไปคาร์นิวัล ไปงานกิจกรรมที่เขาจัดในช่วงนั้น ก็คล้ายเราเหมือนกัน
“ถ้าจะมีการผลักดัน ก็ควรต่อยอดวัฒนธรรม เรื่องความเชื่อในพื้นที่นั้นๆ” น.ส.ภัสรินชี้
เมื่อถามว่า การเมืองกับความเชื่อ สัมพันธ์กันหรือไม่ ส่งผลกระทบอย่างไร ควรจะแยกออกจากกันหรือสามารถไปด้วยกันได้ ?
น.ส.ภัสริน ชี้ว่า เรื่องความเชื่อมันคงมีเลเยอร์ของมัน คงไม่ใช่ก้อนเดียวกัน
“แต่ว่าถ้าไปในทางการเมืองก็คิดว่า 1.การแก้ปัญหา ไม่ใช่การบวงสรวง อันนี้สำคัญ ถ้าสมมติผลักดันไปได้ รัฐบาลถ้าจะแก้ปัญหาอะไร คงไม่ใช่ไปไหว้ศาลก่อน แต่ควรจะเป็นการร่วมพูดคุยที่จับต้องได้ ในเชิงวิทยาศาสตร์”

เมื่อถามว่า คิดเห็นอย่างไรบ้าง กับพิธีรีตรอง หรือรัฐพิธี ?
น.ส.ภัสรินกล่าวว่า ประเทศไทยมี รัฐพิธี เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ถ้าไม่ได้เบียดเบียนเนื้อตัวร่างกาย หรือสิทธิต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่มีเอกลักษณ์อยู่ แต่บางเรื่องก็อาจจะแบ่งเป็นเลเยอร์
“ถ้ามีปัญหา ต้องกลับมาคุยกันก่อน ไม่ใช่จัดพิธีบวงสรวง จับมาคุยกับคนที่เราเห็นหน้าค่าตากัน ไม่ใช่อีกภพหนึ่ง บวงสรวงคงเป็นเรื่องของความมั่นคงทางจิตใจ ทำให้เรารู้สึกว่าแข็งแรง พร้อมที่จะเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราทำถูกต้องแล้ว แต่สิ่งที่จะแก้ปัญหาจริงๆ คือการมีลำดับขั้นตอน มี Priority มีการพูดคุยในลักษณะหาทางออกร่วมกัน ไม่ใช่การบวงสรวง” น.ส.ภัสรินกล่าว
- อ่านข่าว : ‘คมกฤช’ เปรียบ ‘นิธิ’ ครูทุกชนชั้น เชื่อ ‘ผลงานเป็นอมตะ’ ไม่ใช่แค่วิพากษ์ แต่น้ำเสียงห่วงใยสังคม
- ตรีรัตน์ ท้า พท. ‘ยุบสภา’ ถ้าแก้ รธน.ไม่สำเร็จ ฟาด ส.ส.โดดประชุม เงินเดือนหลักแสน เหมือนทำพาร์ทไทม์
- ‘ตรีรัตน์’ ชี้ หนังสือบอกชัด ‘การเมืองไทยวนลูป’ – ยกงาน ‘นิธิ’ มรดกการศึกษา อยากให้พิมพ์ซ้ำเยอะๆ
- ผู้ประกอบการ คว้า ‘ลืมตาอ้าปาก’ หวัง รบ.ใหม่ กู้เศรษฐกิจ น.ศ.กฎหมาย หยิบ ‘ข้าแต่ศาลที่เคารพ’

