วาทะตราตรึง ‘ธวัชชัย’ เล่าไทม์ไลน์ 27 ปี ‘แผนที่ (กรุงศรีอยุธยา)’ เปลี่ยนชีวิต เชื่อมั่นพลังความรู้
เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ห้องนิทรรศการชั่วคราว 3 มิวเซียมสยาม ท่าเตียน กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์มติชน ร่วมกับศูนย์ข้อมูลมติชน จัดงานเปิดตัวหนังสือ ‘กรุงศรีอยุธยาในแผนที่ฝรั่ง’ ผลงาน ธวัชชัย ตั้งศิริวานิช ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศทั่วไป มีบุคคลในแวดวงต่างๆ เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก โดยมีผู้บริหารในเครือมติชน นำโดย นางสาวปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และนายนฤตย์ เสกธีระ บรณาธิการ นสพ.มติชน ให้การต้อนรับ
ต่อมา เมื่อเวลาประมาณ 13.45 น. นายราเมศ พรหมเย็น ผอ.สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) กล่าวเปิดงาน
จากนั้น เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. นายสุจิตต์ วงษ์เทศ ผู้ก่อตั้งนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ปาฐกถาพิเศษ โดยมีผู้เข้าร่วมล้นหลาม จนต้องจัดเก้าอี้เสริมภายนอกห้อง

ต่อมาเมื่อเวลาราว 14.50 น. นายธวัชชัย ตั้งศิริวานิช ผู้เขียนหนังสือ ‘กรุงศรีอยุธยาในแผนที่ฝรั่ง’ บรรยายพิเศษ
นายธวัชชัยกล่าวว่า วันนี้รู้สึกตื่นเต้นและตื้นตัน ที่มีผู้เข้าร่วมมากขนาดนี้ หลังจากตนหายไป 17 ปี ตั้งแต่พิมพ์ครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.2549
“ผมอยากจะบอกมติชนว่า เราไม่ลืมกัน วันนี้มีความพิเศษนิดหน่อย ที่ทำให้ผมได้มาอยู่ที่นี่ แม้หลายอย่างในชีวิตไม่ได้เป็นไปด้วยความตั้งใจ” นายธวัชชัยเผย
นายธวัชชัยกล่าวว่า มิวเซียมสยาม เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ของชาติสยามของกรุงศรีอยุธยา แต่วันนี้และพื้นแห่งที่นี้ เป็นพื้นที่ที่มีความหมายพิเศษสำหรับประวัติครอบครัว ตนจะขออนุญาตพูดสัก 2-3 นาทีในตอนท้าย
จากนั้น นายธวัชชัย ย้อนเล่าเหตุการณ์เมื่อ พ.ศ. 2539 หลังพลัดหลงไปร้านแผนที่แห่งหนึ่ง ซึ่งเปลี่ยนชีวิตตนทันที จากเดิมไม่เคยสนใจประวัติศาสตร์ จนได้มานั่งอยู่ตรงนี้
“ถ้าผมไม่ได้เข้าไปในร้านแผนที่ The Map House ที่ BEAUCHAMP PLACE ประเทศอังกฤษในวันนั้น ผมก็คงไม่ได้มานั่งอยู่ที่มิวเซียมสยามในวันนี้
ต้องย้อนกลับไปผมเรียนที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ตั้งแต่ปี 2513-2523 พออยู่ประมาณ ม.ศ. 2 อยู่ๆที่บ้านก็ถามว่า อยากไปเรียนเมืองนอกไหม ป๊าบอกว่าส่งผมไปเหมือนปล่อยนกปล่อยปลา แต่สำหรับผม ผมไม่ได้มองตัวเองว่าเป็นนกหรือกา ผมมองตัวเองว่าเป็นนางนวล ผมอยากฉาบปีกตัวเองด้วยแสงตะวัน ผมอยากเห็นสังคมที่มันไร้ซึ่งความอยุติธรรม ผมอยากตามรอยอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์” นายธวัชชัยกล่าว
นายธวัชชัยกล่าวว่า พอไปอยู่อังกฤษได้ไม่กี่เดือน ตั้งใจตังใจจะเรียนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เศรษฐศาสตร์การเมือง ตามรอยอาจารย์ป๋วย สมัครไปก็ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่สุดท้ายเขาก็รับ ซึ่งกำลังจะปูเรื่องว่า คนอย่างตนเวลาจะทำอย่างไรก็จะทำให้สุด

“เวลาที่เขียนหนังสือก็ต้องเขียนให้สุด ต้องเขียนกับสำนักพิมพ์ที่ผมมีความมั่นใจว่าจะทำหนังสือออกมาได้ดีที่สุด ชีวิตผมสุดอย่างเดียว ไม่สุดผมไม่ทำ เพราะพื้นฐานสภาวะสังคมในตอนนั้น ซึ่งความสนใจส่วนตัวผม ที่โตมาในยุค 14 ตุลา และ 6 ตุลา
ผมเป็นคนที่รู้สึกว่า ผมไม่ใช่นักปฏิวัติ แต่เป็นนักเปลี่ยนแปลงผมตั้งแต่เด็กๆ อยากเปลี่ยนแปลงสังคม แต่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าเราจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร เราอยากจะสนใจแต่พวกเรื่องเศรษฐศาสตร์การเมือง เราไม่ได้สนใจประวัติศาสตร์แม้แต่นิดเดียว ซึ่งประวัติศาสตร์สำหรับผมมันเริ่มต้นหลังสมัย ร.5 หลัง 2475 แต่ก่อนหน้านั้นผมมองว่าน่าเบื่อ ที่มีการท่องจำไปสอบ แล้วก็ลืมไป” นายธวัชชัยกล่าว
นายธวัชชัยกล่าวอีกว่า จนกระทั่งปี พ.ศ.2539 ตนพลัดหลงเข้าระหว่างไปตัดผมแถว BEAUCHAMP PLACE จนพลัดหลงเข้าไปร้านแผนที่ จึงคิดว่าแวะเข้าไปสักหน่อยแล้วค่อยกลับไปตัดผม
“พอเข้าไปในร้าน ถามถึงแผนที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เข้าบอกว่ามี เปิดลิ้นชักออกมาเต็มไปหมดเลย ซึ่งมีราคาค่อนข้างแพง จนเข้าหยิบแผนที่หลักร้อยมาให้ ผมเห็นสีแดงแผนที่ปีค.ศ.1764 ผมบวก 543 พบว่าเป็นปีพ.ศ.2307 เราเสียกรุงครั้งแรก พ.ศ.2310 สมัยพระเจ้าเอกทัศ มันอาจจะเป็นแผนที่แผ่นสุดท้ายด่อนเสียกรุง ราคาแค่หมื่นบาท จึงซื้อ” นายธวัชชัยเผย
นายธวัชชัยกล่าวว่า ตอนนั้นตนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลักษณะของอยุธยาหน้าตาเป็นอย่างไร เราไม่เคยมองอยุธยาจากโดรน แต่เดาคำว่าอยุธยาจาก ‘JUTHIA’ ตนก็ไปซื้อพจนานุกรมภาษาฝรั่งเศส หาแม็กกาซีนเก่าเกี่ยวกับแผนที่สยาม หรือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้เจอ แม็กกาซีน THE MAP COLLECTOR ซึ่งเป็นสีแดงเหมือนกัน เปิดมาเจออยุธยามันใช่เลย เขียนโดย ดอว์น เอฟ. รูนีย์ ซึ่งวันนี้มาร่วมงานนั่งที่แถว 2
“แผนที่นี้อาจจะพิมพ์ไม่กี่หน้า แต่มันทำให้ผมเริ่มสนใจว่ามันมีฝรั่งที่เขาสนใจเรื่องอยุธยาของฝรั่ง แต่จากที่เราอยูาเมืองนอกตั้งแต่ปี 2523 เราไม่รู้หรอกว่าในประเทศไทย เขาทำอะไรพวกนี้หรือเปล่า เราอยู่ในโลกของเรา ไม่รู้ว่ามีองค์ความรู้เกี่ยวกับอยุธยาอย่างไรบ้าง แต่เรารู้สึกว่าไม่รู้ว่ามีใครเขียนไหม แต่วันหนึ่งถ้าเราเขียน เราต้องเขียนให้ได้อย่างนี้ ต่อยอดให้ดีกว่านี้” นายธวัชชัยกล่าว
นายธวัชชัยกล่าวว่า จนเริ่มไปตามหาหนังสือ พ็อกเก็ตบุ๊กต่างๆ พบหนังสือซึ่งอาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ เขียนปรับจากวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก มหาลัยคอร์แนล จนถึงวันนี้ผ่านมา 50 ปี ก็ยังเป็นชิ้นคลาสสิค
“อ่านชาญวิทย์ทีไร เหมือนอ่านลาลูแบร์ อ่านทีไรได้ความรู้ทุกที แล้วหาหนังสือเกี่ยวกับสยาม เริ่มต้นจากบทความสั้นๆ เวลาคุณเริ่มต้น จะเริ่มจากบทความสั้นๆ เช่น Describetion of the old siam มันเริ่มยากมากจนเริ่มท้อ เหลือ 2 ทางว่าจะ หยุด หรือ ไปต่อโชคดีที่ผมเลือกไปต่อ

ผมโชคดีที่ผมเริ่มต้นด้วยหนังสือคลาสสิคทั้งนั้น ผมไม่มีพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ ผมตระเวนหาหนังสือเอง เจออะไรก็ซื้อ พอซื้อจาก 1 เล่ม พ็อกเกตบุ๊ค แล้วขยับมาหนังสือหนาหน่อย ซึ่งผมเขียนเล่มนี้มีจุดเริ่มสนใจอยุธยาจากมุมมองฝรั่ง มันจึงเป็นเหตุผลว่า แผนที่เกี่ยวกับอย่างไรจดหมายเหตุตอนนั้น เอามาศึกษาคู่กันอาจจะมาช่วยเติมเต็มสิ่งที่ขาดของสังคมไทย เติมเต็มเอกสารจากมุมฝรั่ง” นายธวัชชัยเผย
นายธวัชชัยกล่าวว่า ตนคงเป็นแค่นักสะสมหนังสือเก่า ถ้าไม่ได้อาจารย์ชาญวิทย์มาบอกว่า อยากให้เขียนหนังสือบทความสั้นๆ เกี่ยวกับแผนที่อยุธยาในสายตาฝรั่ง และสยามในสายตาฝรั่ง ซึ่งพอได้เขียนบทความนั้น ทำให้ผมรู้สึกว่า โอเคเราเขียนหนังสือได้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการเขียนหนังสือวิชาการชิ้นแรก
นายธวัชชัยกล่าวว่า เมื่อเขียนหนังสือเราต้องการให้ทุกคนเข้าใจและเรียนรู้ เอาข้อมูลไปศึกษาว่าข้อมูลมีจริง ยุคสมัยนั้นฝรั่งให้ความสนใจกับเรา ถ้าจะใช้ศัพท์เก๋ยุคนี้ คือ ‘ซอตฟ์เพาเวอร์’
“ข้อมูลทั้งหมดความมั่งคั่งอลังการยุคนั้น ที่ทำให้ฝรั่งมาสนใจศึกษา หนังสือมีแต่อยุธยาโดดเด่น มีแผนที่อยุธยาขายเต็มไปหมด อันนี้พลังไม่ต่างจากมวยไทยในยุคนี้เลย” นายธวัชชัยเผย
นายธวัชชัยกล่าวว่า หนังสือจึงไม่ได้มีเพียงแผนที่ แต่คุณมีหนังสือเล่มนี้ โดนที่สนใจเกี่ยวกับอยุธยา อยากศึกษาอยากเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของอยุธยา มันมีภาพพิมพ์ต้นแบบ มีหนังสือจดหมายเหตุ
“ผมให้ข้อมูลทุกอย่าง มีอะไรที่เกี่ยวข้องกันแล้วจะทำให้สามารถเข้าใจแผนที่ได้มากขึ้น ผมก็จะใส่ไปเลย อะไรที่ใส่ไปแล้วให้ความรู้คน แล้วมันไม่จับฉ่าย ไม่ทำให้คนหลงประเด็นก็ใส่ไปเลย” นายธวัชชัยเผย
จากนั้น นายธวัชชัยกล่าวว่า ที่นี่วันนี้มีความสำคัญต่อประวัติของครอบครัวตน เพราะว่าสมัยหนุ่มๆวัยรุ่นพ่อตนเคยเป็นจับกัง อยู่ตรงท่าเตียนวัดเลียบขายของ แล้วเขาก็พัฒนาไปขายของที่คลองถมจนตั้งตัวได้
“เขาบอกผมว่าป๊าจบแค่ป.1 นะ ก็ยังทำได้เท่านี้ มีตึก10ชั้นอยู่เยาวราช แล้วชัยเรียนเก่งที่สุดในบ้านป๊าจะส่งให้เรียนให้สูงที่สุด แล้วหรือจะต้องทำให้เหนือกว่าป๊านะ ผมบอกป๊าว่าผมไม่มีทางทำเหนือกว่าป๊าหรอก
แต่สักวันหนึ่งผมจะทำให้ป้าภูมิใจในตัวชายคนนี้ด้วยความบังเอิญวันนี้เป็นวันครบรอบ 40 ปีที่คุณพ่อเสียชีวิต จนผมรู้สึกว่าทุกอย่างในชีวิตมันบังเอิญไปหมด” นายธวัชชัยเผย
นายธวัชชัยกล่าวว่า ตนอยากเป็นนักปฏิวัติเปลี่ยนแปลงสังคม แต่การเปลี่ยนแปลงสังคมของตน ที่ตอนนั้นไม่รู้จะเปลี่ยนอย่างไร จะเป็นนักการเมืองก็พูดไม่เก่ง ใฝ่ฝันอยากเป็นนักการทูต หรือ สื่อมวลชน ก็มีอยู่ 3 อย่าง
“แต่ในที่สุดผมค้นพบตัวเองว่าผมสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้ด้วยการ เผยแพร่ความรู้เพื่อให้สังคมของเรา ให้สังคมแห่งอุดมปัญญา แล้วทำหนังสือนี้ผมบอกเลยว่า ผมขอมติชนทำออกมาให้ดีที่สุด เพื่อดึงดูดให้คนอยากซื้อ แต่อย่าดูราคา รู้สึกไม่ไหว ไม่ซื้อ ซึ่งบอกทำหนังสือให้ดีที่สุดแต่ต้องเป็นราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้” นายธวัชชัยกล่าว

นายธวัชชัยกล่าวอีกว่า ตนเชื่อในความรู้ที่เข้าถึงประชาชน ความรู้ที่สามารถวอล์กอินเข้ามาได้ หนังสือราคาไม่แพงนัก นี่คือความตั้งใจในการทำหนังสือเล่มนี้ หากมีส่วนทำให้ผู้อ่านเกิดแรงบันดาลใจให้เข้าใจประวัติศาสตร์อยุธยา เข้าใจรากเหง้าของตัวเองมากขึ้น
“ถ้ามันจะมีบุญกุศล ที่มันเกิดมาจากอย่างนั้น ผมก็อยากจะอุทิศให้คนสำคัญในชีวิตของผม ถ้าคุณพ่อรับรู้ ผมก็จะได้บอกป๊าว่า วันนี้ชัยทำตามสัญญาแล้วนะทำให้ป้าภูมิใจ” นายธวัชชัยกล่าวทิ้งท้าย
- อ่านข่าว : ชาญวิทย์ ช่วยขาย ‘กรุงศรีอยุธยาในแผนที่ฝรั่ง’ ลั่น ต้องมีทุกบ้าน! เทียบชั้นพจนานุกรม
- สุจิตต์ ฝากเศรษฐา รักษาเมือง ‘อโยธยา’ แนะทบทวนสอบปวศ.ขรก. ลั่น ‘เดี๋ยวยุ่งแน่’
- ผอ.มิวเซียมสยาม ยก ‘มติชน’ ตักศิลา ปวศ. ชี้ ‘กรุงศรีอยุธยาในแผนที่ฝรั่ง’ เปิดมุมมองใหม่
- สุจิตต์เตรียมโพย 26 วัน! จัดเต็มปาฐกถาเปิดตัว ‘อยุธยาในแผนที่ฝรั่ง’ แห่ฟังล้นมิวเซียมสยาม

