อดีตรมว.ต่างประเทศ ชี้ โลกโหยหา ‘สติ’ การันตี Meditation as Living Practice ดีจริง สถาบันโพธิคยาฯ ลุยต่อยอด เล่มใหม่ ‘Universal Dharma’
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่ ชั้น LG ฮอลล์ 5-7 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เขตคลองเตย กรุงเทพฯ สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) จัดงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 (Book Expo Thailand 2026) ภายใต้แนวคิด “Unread Messages – คุณได้รับ ‘ข้อความใหม่’” ระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายนนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 10.00 น. ที่บูธสำนักพิมพ์มติชน J02 ภายใต้ธีม ‘Bloom เติบโตไปด้วยกัน’ มีผู้อ่านหลากหลายวัยทยอยเลือกซื้อหนังสืออย่างคึกคัก พร้อมหนังสือปกใหม่ที่ครอบคลุมประเด็นร่วมสมัย ผลงานจากนักเขียนและนักแปลหลากหลายวงการ ในราคาพิเศษลดสูงสุด 20%
บรรยากาศเวลา 11.00 น. ที่เวที Author’s Salon สำนักพิมพ์มติชนจัดกิจกรรม ‘Meditation as Living Practice’ โดย ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 (BGVI) และ ดร.อลงกต ชูแก้ว ผู้ช่วยเลขาธิการ BGVI ผู้ร่วมเขียนหนังสือ ‘Meditation as Living Practice: การพัฒนาจิตใจ สู่การเปลี่ยนแปลงสังคม’ ดำเนินรายการโดย ตวงพร อัศววิไล

ในตอนหนึ่ง นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรองเลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 กล่าวว่า การจะสร้างความเข้าใจไม่ใช่เรื่องง่าย หนังสือ Meditation as Living Practice ที่ ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ ริเริ่มทำขึ้นมานั้นดีมาก ตนก็ใช้วิธีการปฏิบัติในชีวิตประจำวันอยู่ตลอดเวลา
“อย่างที่ดร.สุภชัยพูดถึงสิ่งเร้า ผมใช้คำว่า Stimulus ที่เข้ามาในแต่ละบุคคลนั้นเป็นครูทั้งนั้น ในท้ายที่สุดแล้วถ้าเราสามารถถกเถียงกับครูได้จนกระทั่งเราแก้ปัญหาได้ แต่ไม่ใช่ว่าปัญหาแก้ได้ 100% แต่เป็นการแก้ปัญหาบนวิถีทางที่ถูกต้อง และสิ่งที่เราได้รับคือปัญญา
ดร.สุภชัย อาจจะเป็นนักธุรกิจ ในชีวิตอยู่ในจุดที่สามารถสร้างอาณาจักรของตัวเองได้ การเป็นนักการเมือง หรือการเป็นข้าราชการไม่สามารถที่จะมองข้ามสิ่งหนึ่งที่พุทธศาสนาพูดไว้คือคำว่าปัจจัย หรือ Condition เนื่องจากว่าในกรอบของการเมืองระหว่างประเทศ ไม่สารมารถควบคุมปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ มนุษย์คือธรรมชาติ เราควบคุมมนุษย์ไม่ได้“ นายมาริษ กล่าว

นายมาริษ กล่าวต่อไปว่า ในท้ายที่สุดเราหาวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด แต่ไม่ได้หมายความว่าถูกต้องที่สุด เพราะเราควบคุมปัจจัยไม่ได้ เราควบคุมได้อย่างเดียวคือตัวเราเอง เพราะฉะนั้นสิ่งนี้จะเป็นจุดๆหนึ่งที่ให้ทุกคนได้ใช้ในการพิจารณาและสร้างปัญญา
“ในท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่ ดร.สุภชัย พูดมาตลอดเวลาว่าปัญญาต้องเกิด ถ้าปัญญาไม่มี การตัดสินใจของเรา การทำอะไรก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราไม่มีศีล หรือไม่เข้าใจคำว่า โลภ โกรธ หลง การตัดสินใจ การมีแอ็กชั่นทั้งหลายถ้าอยู่บนพื้นฐานของโลภ โกรธ หลง นี้ อย่างไรก็สร้างปัญหาต่ออยู่แล้ว” นายมาริษ กล่าว

นายมาริษ กล่าวว่า หนังสือ MEDITATION AS LIVING PRACTICE พูดถึงปัญญาสำคัญที่สุด เพราะกรณีของตนในบทบาทรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ตนไม่สามารถหยุดคิดได้ เมื่อมีสิ่งเร้าเข้ามา โดยเฉพาะเวทีต่างประเทศ ตนหยุดไม่ได้ถ้าหยุด อย่างตนเงียบไป 5 วินาที วงการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะบอกว่าคุณยอมรับ
ดังนั้นถ้าไม่มีปัญญามันไม่สามารถที่จะตอบสนองได้ทันที ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะฉะนั้นต้องเข้าใจด้วยว่ามันมีเหตุ ปัจจัย ส่วนผลควบคุมไม่ได้แน่นอนเพราะปัจจัยเราก็ควบคุมไม่ได้ แต่ปัญญาเท่านั้นที่ควบคุมได้
”ในท้ายที่สุดแล้วโลกกำลังโหยหาสิ่งหนึ่งที่หาได้ยากเย็นยิ่ง คือเรื่องของ Mindfulness ซึ่งตรงกับหนังสือที่ดร.สุภชัย นำไปเผยแพร่ในหนังสือเล่มนี้“ นายมาริษ กล่าว

ด้าน ดร.อลงกต กล่าวว่า หนังสือเล่มนี้พิมพ์ออกมาในจำนวนที่ตนเองยังตกใจ โดยเคาะยอดพิมพ์อยู่ที่ 5,000 เล่ม เพื่อกระจายไปสู่การรับรู้ตามแนวคิดของ ดร.สุภชัย ทั้งหมดนี้อยู่บนพื้นฐานของการต่อยอดไปสู่หนังสืออีกเล่มหนึ่ง ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการผลิต ชื่อว่า ‘Universal Dharma’ โดยอาศัยกูรูจากทั่วโลกประมาณ 40-60 ท่าน จากหลากหลายความเชื่อ มาร่วมให้นิยามความหมายของคำว่า ‘ธรรมะ‘ ที่ไม่ใช่ของศาสนาใดศาสนาหนึ่ง และนำมาสร้างข้อสรุปร่วมกัน ซึ่งเป็นความฝันที่ ดร.สุภชัย อยากเห็นในหนังสือเล่มต่อไปที่ต่อยอดจากเล่มนี้





