งานหนังสือ+เทศกาลดนตรี = LIT Fest ครั้งแรกของเทศกาลหนังสือไฟลุกพรึ่บ!!

ต้องเป็นงานหนังสือที่สนุกมากแน่ๆ มากแบบ ก.ไก่ล้านตัวเลย

เป็นความคิดเดียวที่วาบขึ้นมาระหว่างที่เราคุยกับ โจ วรรณพิณ หัวเรี่ยวหัวแรงคนสำคัญในการจัดงาน Lit Fest ขึ้นเป็นครั้งแรกของเมืองไทย ระหว่างวันที่ 18-20 ม.ค.นี้ ที่มิวเซียมสยาม

Lit Fest เป็นเทศกาลหนังสือที่ไม่ใช่แค่เอาหนังสือมาวางขาย แต่รวมทุกความสนุกรื่นเริงไว้ในนี้ ไม่ว่าจะดนตรี หนัง งานศิลปะ บอร์ดเกมส์ รวมถึงอาหารอร่อยๆ ซึ่งทุกอย่างถูกแปรเป็นกิจกรรมที่ไม่น่าพลาดเลยสักวัน

“งานนี้เหมือนมีพ่อเป็นงานหนังสือ แม่เป็นเทศกาลดนตรี แล้วคลอดลูกมาเป็น LIT Fest นี่ล่ะ มันจะมีความเป็นเฟสติวัลหรือเทศกาล มากกว่างานแฟร์ขายหนังสือ” โจเอ่ยกับเราด้วยแววตาสดใส เมื่อถามถึงคอนเซ็ปต์ของงานที่กำลังจะเกิดขึ้น

โจเล่าว่า จุดเริ่มต้นของงานครั้งนี้เกิดขึ้นจากความไม่เชื่อว่าหนังสือตายแล้ว ในฐานะของเจ้าของร้านหนังสือออนไลน์อย่าง Readery เขาไม่เชื่อ และใครหลายคนก็ไม่เชื่อเช่นกัน รวมถึง จ๊อก-ชัยพร อินทุวิศาลกุล ผู้บริการโรงพิมพ์ภาพพิมพ์ และบรรณาธิการบริหาร สนพ.สมมติ

“เรารู้สึกว่ามันกำลังเติบโต และก็กำลังสนุกกับหนังสือมากๆ มีการผลิตและการขายหนังสือใหม่ๆ ที่น่าสนใจเยอะมาก เราเลยอยากจัดงานอะไรสักอย่างหนึ่งที่บอกให้โลกรู้ว่างานหนังสือสนุกมาก และพอดีกับที่คุณจ๊อกเดินทางเอาโปรเจ็กต์งานหนังสือในสวน ที่ได้รับการสนับสนุนสถานที่จากมิวเซียมสยาม มาชวนว่าทำกันไหม เราก็ตอบตกลงในวินาทีนั้นเลยว่าทำ และก็จะทำให้มันสนุกมากๆ ด้วย”

โจเล่าว่า แนวคิดหลักของงานคือ Inspired by books เพราะรู้สึกว่าหลายสิ่งหลายอย่างมักได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือ เช่น ดนตรี หนัง ศิลปะ หรือแม้แต่อาหาร เครื่องดื่ม เลยอยากรวบรวมทุกสิ่งที่ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือ มารวมกันไว้ในงานนี้

“เป็นงานที่คนรักหนังสือทั้งหลายมาโชว์ไอเดียที่มาจากหนังสือกัน ไม่ว่าจะเป็นสำนักพิมพ์ที่จะแปลงร่างเป็นร้านต่างๆ เช่น ร้านขายปลาดิบ ร้านเบเกอรี ร้านดอกไม้ ผับ” โจกล่าวพร้อมเสียงหัวเราะ และชวนให้ทายว่าสำนักพิมพ์ไหนบ้างที่จะมาแปลงร่างเป็นร้านเหล่านี้

“ในส่วนของนักร้องนักดนตรีก็เป็นวงที่เรารู้ว่าเขาเป็นนักอ่านหนังสือ ได้แรงบันดาลใจมาเขียนเพลงบ้าง หรือถึงขนาดตั้งเป็นชื่อวงดนตรีบ้าง และก็ยังมีหนังที่พูดถึงคนวงการหนังสือ สายนักอ่านก็มารวมตัวกันจัดบุ๊คคลับ โซนเด็กทุกกิจกรรมก็เกี่ยวข้องกับหนังสือทั้งนั้น จุดเด่นของงานเลยอัดแน่นด้วยแพสชั่นของคนรักหนังสือ และเราคิดว่าสิ่งนี้ล่ะที่จะทำให้งานเทศกาลหนังสือ ดนตรี ศิลปะ ครั้งนี้สนุกมากๆ”

ความสนุกถูกแปรเป็นกิจกรรมไฮไลต์ใน 8 โซน

“โซนแรกคือ Showcase เป็นการรวมตัวของ 38 สำนักพิมพ์ที่จะระดมไอเดียเจ๋งๆ ที่มาจากหนังสือ หรืออธิบายความเป็นสำนักพิมพ์ของตัวเองมาโชว์กัน เช่นในปี 2019 สำนักพิมพ์ a book จะทำหนังสือเกี่ยวกับดอกไม้หลายเล่ม ก็จะมาจัดบูธ a book ให้เป็นร้านดอกไม้ หรือสำนักพิมพ์แสงดาวก็จะยกบ้านพิพิธภัณฑ์ของคุณเอนก นาวิกมูล มาเลย โดยเน้นไปที่ห้องเขียนหนังสือในสมัยโบราณ เป็นต้น”

“สองคือ โซน Art & Craft พบกับกิจกรรม Book Factory คือเรารวบรวมงานเขียนของนักเขียนหลากหลายค่ายต่างสำนักพิมพ์ มาให้คุณเลือกประกอบเล่มด้วยตัวเอง ใส่งาน Art Work และเลือกปกเอง แล้วไปสถานีถัดไป คือเข้าเล่มแบบเย็บจักร เท่านี้คุณก็จะมีหนังสือที่เป็นของคุณเองที่ไม่เหมือนใครบนโลกใบนี้”

“สาม Music มีวงดนตรีที่พลาดไม่ได้เต็มเลย คนที่แนะนำคือ เจี๊ยบ วรรธนา ที่มีเพลงใหม่ 4 เพลงที่ออกพิเศษสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ”

“สี่ Movies เราได้รับความช่วยเหลือจาก Doc Club ซึ่งพี่ธิดา (ธิดา ผลิตผลการพิมพ์) ช่วยเราเลือกหนังที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ”

“ห้า Meet the Writers เรามีนักเขียนมาร่วมงานกว่า 100 คน ซึ่งกิจกรรมน่ารักที่จัดให้นักอ่านกับนักเขียนได้พบกันอันหนึ่งคือ LIT Poetry คุณเล่า เราเขียน เป็นกิจกรรมที่ให้นักอ่านมาเล่าเรื่องส่วนตัวสั้นๆ ให้นักเขียนได้เขียนบทกวีหรือถ้อยคำสดๆ ให้นักอ่านเอาไปเลย”

“หก Talk ไฮไลต์คือการประชันนโยบายหนังสือของ 4 พรรคการเมือง ซึ่งจะทำให้เรารู้เลยว่า การเลือกตั้งคราวหน้าคนรักหนังสือจะเทเสียงให้ใครดี”

“เจ็ด Book Club เราเชิญเพจรีวิวหนังสือ เพจคนรักหนังสือ 15 เพจให้มาล้อมวงคุยเรื่องหนังสือกัน วงหนึ่งที่พลาดไม่ได้เลยคือ จิบน้ำชาจาก เรืองรอง รุ่งรัศมี พร้อมคุยนิยายจีนกับ เล่า ชวนหัว สุดท้ายคือโซนเด็กๆ อย่าง Kids สำหรับนักอ่านรุ่นเยาว์ เราเตรียมกิจกรรมไว้ให้เพียบเลย เช่น เกมล่าขุมทรัพย์จากสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ นักเล่านิทานจากต่างประเทศ”

กิจกรรมเยอะมาก อัดแน่นเต็ม 3 วัน เขียนลงสกู๊ปนี้คงไม่พอ และถ้าใครเป็นแฟนเพลงของ ภูมิจิต , ชาติ-สุชาติ , เจี๊ยบ-วรรธนา , ตุลย์ อพาร์ตเมนต์คุณป้า , Plastic Plastic ละก็ มางานนี้ได้เลย พวกเขามีแรงบันดาลใจในการทำงานเพลงจากหนังสือหลายเล่มเลยทีเดียว เข้าไปดูรายละเอียดเวลากิจกรรมทั้งหมดได้ที่ https://www.facebook.com/LITFest.th/ จะได้เลือกเวลาไปถูก หรือไปทุกวันเลยก็ดีนะ

สำหรับแฟน สนพ.มติชน มีไฮไลต์เด็ดมาฝาก เพราะ My Name is Red นิยายเรื่องดัง โดยนักเขียนระดับโลก ออร์ฮาน ปามุก จะมาเผยโฉมครั้งแรกในงานนี้ My Name is Red เป็นนิยายเรื่องแรกของปามุก เล่มนี้เหมาะมากกับการเปิดตัวในงานหนังสือเก๋ๆ แบบนี้ เพราะเป็นเรื่องราวของคดีฆาตกรรมที่เกี่ยวโยงกับหนังสือ ทั้งคนทำ คนวาด และนิทานเปอร์เซีย โดยย้อนเรื่องราวกลับไปในช่วงศตวรรษที่ 16 แห่งอาณาจักรออตโตมัน ท่ามกลางบรรยากาศของความแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ทางศิลปะ ศาสนา และอำนาจ ของเหล่าจิตรกรแห่งอิสตันบูล เรื่องนี้เล่าสนุกมาก เพราะเล่าคดีฆาตกรรมผ่านมุมมองของศพ สัตว์ และสิ่งของ

นอกจากหนังสือแล้ว ยังมีไฮไลต์เก๋ๆ มาให้ได้กรี๊ดกันด้วย กับเซต My Name is Red ที่มีทั้งหนังสือ กระเป๋า ซองผ้า แก้วกาแฟ ในราคาเพียงแค่ 450 บาท เท่านั้น และมีเพียงวันละ 100 ชุด งานนี้หมดแล้วหมดเลยนะ ต้องรีบหน่อยแล้ว

โจบอกถึงความตั้งใจที่สุดในงานครั้งนี้ว่า อยากให้เป็นงานหนังสือที่สนุกมากๆ เหมือนแฮชแท็กที่ใช้ว่า #หนังสือสนุกไฟลุกพรึ่บ เพราะเชื่อว่างานที่อัดแน่นด้วยแพสชั่นของคนรักหนังสือจะเป็นงานที่สร้างแรงบันดาลใจดีๆ ให้กับทุกคนที่มาได้

“เราตั้งใจมากๆ ว่ามันจะเป็นงานที่เกิดขึ้นทุกปี นี่ก็เริ่มประชุม LIT Fest #2 กันแล้ว”

18-20 ม.ค.นี้ ที่มิวเซียมสยาม ปักหมุดไว้ได้เลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด

แล้วมาสนุกไฟลุกพรึ่บไปด้วยกัน

 

ดอกฝน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้6 นัดติด ‘โซลชาร์’ พาปีศาจแดงบุกเชือดคอไก่ 1-0 ‘แรชฟอร์ด’ ฮีโร่ซัดประตูชัย
บทความถัดไปเรียงหน้ายิง ‘อินเตอร์’ โหดถล่ม ‘เบเนเวนโต้’ 6-2 โคปป้า อิตาเลีย รอบ 16 ทีม