นักเขียนเผยบทกวีถึง ‘อู่ฮั่น’ ครั้งยังไร้ไวรัส ‘โคโรนา’ เปิดภาพงดงาม แสนสุข

เมื่อวันที่ 30 มกราคม นายชินวัฒน์ ตั้งสุทธิจิต หรือ มหา สุรารินทร์ นักเขียน และผู้สนใจในวัฒนธรรมจีน เผยแพร่บทกวีที่ตนเคยเขียนไว้ ณ สนามบินเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย เมื่อ พ.ศ.2561 พร้อมทั้งข้อมูลและภาพถ่ายที่สวยงาม สงบสุข

บทกวีความว่า

หูเป่ย : แดนพันทะเลสาบ

๏ ดินแดนวรรณกรรมประวัติศาสตร์
จุดเปลี่ยนแปลงสร้างชาติอันลื่อลั่น
ถิ่นหญิงงามผู้พลิกแผ่นดินนั้น
กวีถูกกล่าวขวัญวีรชน

๏ ยามอิงฮัวขาวพราวบานสะพรั่ง
ร้อยเสน่ห์มนต์ขลังทุกแห่งหน
บะหมี่ร้อนยามเช้าของผู้คน
เดินสองฟากถนนอย่างเสรี

๏ งามนักหนอหอนกกระเรียนเหลือง
ตึกโอฬารอร่ามเรืองอยู่ที่นี่
น้ำฮันเจียงไหลสบพบแยงซี
สะพานแรกข้ามวารีตระการตา

๏ กลมกลืนโลกตะวันตก-ตะวันออก
ทั้งใน-นอกไสวสว่างกระจ่างจ้า
ริมสายธารไม่หลับมนต์สนธยา
สร้างคุณค่าให้เห็นความเป็นไป

๏ ธรรมดา – ธรรมชาติใต้ฟ้าเรียบ
ทะเลสาบนิ่งเงียบลมยังไหว
หลิวเขียวแซมมูหลานบานกิ่งใบ
ราวเมฆเหินน้ำไหลสุดใจคิด

๏ ดินแดนแห่งพันทะเลสาบ
ยอดเขาแรกก้มกราบอันศักดิ์สิทธิ์
มังกรหลับฟ้อนเมฆคะนองฤทธิ์
เติมชีวิตเป็นเวียงฝันนิรันดร…

มหา สุรารินทร์
สนามบินอู่ฮั่นเทียนเหอ เที่ยวบิน CZ 3029
คล้ายวันสิ้นพระชนม์ วุ่ยอ๋อง – โจโฉ

นายชินวัฒน์ ยังระบุข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวเนื่องกับภาพถ่ายชุดดังกล่าวว่า

อู่ฮั่น เป็นชื่อเมืองเอกของมณฑลหูเป่ย (หู แปลว่า ทะล เป่ย แปลว่า เหนือ) เป็นมณฑลที่อยู่อาณาบริเวณแถบกึ่งกลางประเทศจีนมี ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทะเลสาบต้งถิง (ทะเลสาบขนาดใหญ่ที่สุดของจีน) แบ่งระหว่างมณฑลหูเป่ย กับมณฑลหูหนาน (ทะเลใต้)

อู่ฮั่นได้ชื่อว่าเป็นแดนพันทะเลสาบ เพราะมีทะเลสาบน้อยใหญ่มากมาย

ลักษณะภูมิประเทศของมณฑลเป็นแบบภูเขา เนินเขา สันเขาต่ำ ๆ และที่ราบ ตรงกลางเป็นที่ราบต่ำ ทิศตะวันตก ตะวันออก และเหนือล้อมรอบด้วยภูเขามีภูมิอากาศแบบมรสุมเขตร้อนเป็นลักษณะของเขตร้อน แถบเอเชียกึ่งอบอุ่น แสงแดดและปริมาณน้ำฝนเพียงพอตลอดปี เหมาะแก่การทำเกษตรกรรม

อู่ฮั่น เป็นมหานครขนาดใหญ่ เป็นเมืองด้านอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ ด้วยเหตี่แม่น้ำฉางเจียง/แยงซีเกียง ไหลผ่านเมืองและมีแม่น้ำฮั่น (ต้นแม่น้ำอยู่เมืองฮั่นตง มณฑลซานซี ซึ่งราชวงศ์ฮั่นก็มาจากแม่น้ำสายนี้เพราพ หลิวปัง/เล่าปัง ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ฮั่น ครองเป็นอ๋อง ตั้งตัวที่มีเมืองฮั่นตง จึงเรียกว่า ฮั่นอ๋อง ก่อนจะเป็นราชวงศ์ฮั่น) ไหลมาบรรจบจึงแบ่งเมืองอู่ฮั่นออกเป็นสามเขตใหญ่ ๆ

ได้แก่ ฮั่นโข่ว ,อู่ชาง และ ฮั่นหยาง จึงนำชื่อตัวอักษรของทั้งสามเขตเมืองมาเรียกรวมกันว่า อู่ฮั่น

ทะเลสาบซีหู(ตะวันตก)ที่อยู่หังโจวซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออก กับทะเลสาบตงหู(ตะวันออก) กลับอยู่ทิศตะวันตก

ทะเลสาบตงหู จัดเป็น 1 ใน 8 สถานที่แนะนำหากคุณมาเที่ยวนครอู่ฮั่นทะเลสาบกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน มีพื้นที่ประมาณ 73 ตร.กม.

ทะเลสาบแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1950 เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ชมทิวทัศน์ความสวยงามตามธรรมชาติทะเลสาบแห่งนี้มีจุดชมวิวหลายแห่ง เช่น จุดชมวิวทิงเทา (听涛) อยู่ด้านหลังของพิพิธภัณฑ์มณฑลหูเป่ย จุดชมวิวม่อซาน (磨山) จุดนี้นับเป็นจุดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และพวกเราก็ตัดสินใจไปจุดนี้

นั่งรถเมล์ไปได้โดยรถเกือบทุกสายจะไปถึงสวนพฤกษศาสตร์แห่งอู่ฮั่น ทุกปีปลายเดือนเมษายน ดอกอิงฮัว หรือซากุระ จุดชมวิวยอดนิยมยามซากุระบาน

เพราะความงามโดยรอบและติดกับ มหาวิทยาลัยอู่ฮั่น ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1893เป็นมหาวิทยาลัยกลุ่มแรกที่ก่อตั้งโดยรัฐบาล ในปีค.ศ.1999นิตยสารระดับโลกอย่าง ‘Science’ได้ลงเผยแพร่ในนิตยสารว่ามหาวิทยาลัยอู่ฮั่นนับเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่โดดเด่นที่สุดในประเทศจีน

มหาวิทยาลัยอู่ฮั่นมีพื้นที่ทั้งหมดกว่า5,167ไร่พื้นที่สิ่งปลูกสร้างจำนวน2.52ล้านตารางกิโลเมตร ติดกับภูเขาล้อมรอบด้วยทะเลสาบอบอวลด้วยกลิ่นดอกไม้ทั้งดอกท้อสีแดง ดอกเชอร์รี่สีขาวและเสียงนกร้องจนได้ชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่สวยงามที่สุดในประเทศจีน

ด้วยความโดดเด่นในความสำเร็จทางด้านวิชาการมหาวิทยาลัยจึงได้รับชื่อเสียงในระดับนานาชาติ มหาวิทยาลัยจึงได้สถาปนาความสัมพันธ์ในด้านความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนทางด้านวิชาการอีกกว่า 300 มหาวิทยาลัย วิทยาลัยและสถาบันการวิจัยทางวิทยาศาสตร์มากกว่า 60 ประเทศ และเขตอาณาต่างๆ

ในขณะที่ได้รับการสืบทอดเกียรติประวัติที่รุ่งโรจน์มาเป็นเวลาอันยาวนานกว่า 100 ปี และการต้องเผชิญกับความท้าทายและโอกาสต่างๆในยุคใหม่มหาวิทยาลัยได้กำหนดแนวทางทั่วไปในการสร้างตัวเองให้อยู่ในอันดับชั้นนำด้วยและยังให้เป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ

มหาวิทยาลัยอู่ฮั่นเสนอแนวคิดใหม่ของการศึกษาแบบ“สถาปนาสร้างสรรค์สร้างกิจกรรม”อบรมผู้ให้ที่“พื้นฐานแน่นหนาคุณสมบัติสูง สร้างสรรค์” นักศึกษาระดับปริญญาตรีจำนวน 32,010 คนนักศึกษาระดับปริญญาโทจำนวน 11,659 คน และนักศึกษาระดับปริญญาเอก 6,904 คน อีกทั้ง
ทางมหาวิทยาลัยยังมีความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนกับมหาวิทยาลัยหรือองค์กรศึกษาวิจัยกว่า346แห่งในกว่า40ประเทศและเขตแคว้น ปัจจุบันมีนักศึกษาที่เป็นคนไทยมาเรียนต่อประมาณ 100 คน

 

บทความก่อนหน้านี้กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล สาขาการแพทย์-สาธารณสุข 2562
บทความถัดไปปิดตายเรือสำราญอิตาลี กักตัวกว่า 6,000 คนหลังพบนักท่องเที่ยวจีน 2 รายเป็นไข้