มติชนเปิดโกดัง “Book Wonder” หนอนหนังสือเตรียมเฮ ลดสูงสุด 95%!!

มติชนเปิดโกดัง “Book Wonder” หนอนหนังสือเตรียมเฮ ลดสูงสุด 95%!!

สนพ.มติชนรู้! คนทำหนังสือรู้! แฟนนักอ่านรู้!

ว่าสถานการณ์บ้านเมือง สภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ไม่มีอะไรจะชุบชูใจได้มากไปกว่า การได้เลือกซื้อหนังสือดีๆ ในราคาพิเศษ

งาน “เปิดโกดัง Book Wonder” เลยเกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม เวลา 10.00 – 19.00 น. ณ มติชนอคาเดมี พร้อมกับโปรโมชั่นลดสูงสุดกระหน่ำถึง 95%!!! ลดแบบอลังการงานสร้างมากๆ ลดแบบถ้าไม่ได้ไปซื้อ ก็คงงงว่าทำไมตัวเองถึงไม่ซื้อเลยนั่นล่ะ

งานนี้มี 2 ประเด็นที่ห้ามพลาด ประเด็นแรกคือ “หนังสือเก่า” ที่หาแทบไม่ได้อีกแล้วในร้านหนังสือ บางเล่มมีการประมูลในเว็บขายหนังสือมือสองด้วยซ้ำ แต่งานนี้มาแบบใหม่ๆ มือหนึ่งไม่ใช่มือสอง อยากตามหาวรรณกรรมชั้นดีของรุ่นครูอย่าง เสนีย์ เสาวพงศ์, อาจินต์ ปัญจพรรค์,วัฒน์ วรรลยางกูร หรือรุ่นใหม่ๆ กลางๆ อย่าง กล้า สมุทวณิช, ภาณุ ตรัยเวช, เชตวัน เตือประโคน, จรัญ ยั่งยืน, วรรณกรรมแปลระดับโลกจากทั่วทุกสารทิศ, หนังสือประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมที่เวลาผ่านไปเท่าไร ความรู้เหล่านี้ก็ไม่เคยล้าสมัย, หนังสือวิเคราะห์ข่าวสารของโลกของไทย ที่สามารถเก็บไว้เป็นข้อมูลอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ได้ เป็นหนังสือเก่า ที่แม้ว่าจะตีพิมพ์นานแล้ว แต่ยังคงทรงคุณค่าเสมอ และหาแทบไม่ได้อีกแล้วในร้านหนังสือ และสนพ.มติชนนำมาลดราคาสูงสุดถึง 95% จะพลาดไปได้อย่างไร

อีกประเด็นสำคัญคือ “หนังสือใหม่” ที่ลดราคาพิเศษในช่วงงาน หลายเล่มเพิ่งตีพิมพ์ ออกจากโรงพิมพ์มาแบบจับแล้วรู้สึกถึงความร้อนของปกเลยทีเดียว แต่ละเล่มบอกเลยว่าเจ๋งมาก โดยเฉพาะ 3 เล่มนี้ที่ถือเป็นไฮไลท์ต้อนรับ 88 ปีแห่งประชาธิปไตย ซึ่งทำให้สังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปสู่วิถีใหม่ในหลากมิติ

เล่มแรกคือ “ตามรอยอาทิตย์อุทัย : แผนสร้างชาติไทยสมัยคณะราษฎร” โดย ผศ.ดร. ณัฐพล ใจจริง เล่มนี้ใช้เวลาค้นคว้าหาข้อมูลถึง 10 ปี

เนื้อหาว่าด้วยหลังการปฏิวัติ 2475 คณะราษฎรดำเนินนโยบายพัฒนาชาติให้เป็นสมัยใหม่ โดยทิ้งแผน ‘ตะวันตกโมเดล’ ของรัฐบาลระบอบเก่าไว้เบื้องหลัง และตามรอย ‘ญี่ปุ่นโมเดล’ มหาอำนาจใหม่ในเอเชีย

การก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำใหม่ในเอเชียของญี่ปุ่นในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่งผลให้สังคมไทยมีความตื่นตัวและตื่นเต้นต่อการพัฒนาอันก้าวกระโดดของญี่ปุ่นอย่างมาก ดังเห็นได้จากความสนใจของ ปัญญาชน ข้าราชการ และนักหนังสือพิมพ์มากมายที่ต่างยกให้ญี่ปุ่นเป็นโมเดลในการสร้างชาติ และรัฐบาลคณะราษฎรก็ได้ส่งคนไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก

ในขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นเวลานั้นก็กำลังมองหาพันธมิตรชาติเอเชีย เพื่อต่อต้านอิทธิพลตะวันตก เมื่อความต้องการของทั้ง 2 ชาติลงรอยกัน จึงกลายเป็นการสถาปนาความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและญี่ปุ่น อันนำไปสู่การสร้างชาติสมัยใหม่ภายใต้รัฐบาลคณะราษฎรนั่นเอง

เล่มต่อมาคือ “When We Vote: พลวัตการเลือกตั้งและประชาธิปไตยในอาเซียน” โดย ผศ.ดร. ประจักษ์ ก้องกีรติ ที่จะพาไปสำรวจและศึกษาพลวัตทางการเมืองที่เกิดขึ้นภายใต้สถาบัน และกระบวนการเลือกตั้งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้นทศวรรษ 2010 ที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ รวมไปถึงเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการเลือกตั้งในประเทศเพื่อนบ้าน และย้อนกลับมาเปรียบเทียบและทบทวนสถานการณ์การเมืองการเลือกตั้งของไทย–ประเทศซึ่งตั้งไข่และล้มลุกคลุกคลานมากว่า 88 ปี ในการสร้างกระบวนการเลือกตั้งที่มีคุณภาพและประชาธิปไตยที่ยั่งยืน

และเล่มสุดท้ายในเซ็ทนี้คือ “ศิลปะ-สถาปัตยกรรมคณะราษฎร” โดย รศ.ดร.ชาตรี ประกิตนนทการ เล่มนี้เคยพิมพ์มาแล้วเมื่อ พ.ศ.2552 การกลับมาพิมพ์ซ้ำในศักราชครบรอบ 88 ปีประชาธิปไตย จึงต้องแตกต่างและเข้มข้นกว่าที่เคย ด้วยข้าวของเครื่องใช้ในยุค คณะราษฎร ซึ่งผู้เขียนเคยเป็นภัณฑารักษ์ใน ‘นิทรรศการของ (คณะ) ราษฎร’ มาแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน และความสำคัญของข้าวของเหล่านี้ ไม่ใชแค่ของเก่าล้ำค่ามาอวดโชว์ หากแต่มีความหมายล้ำลึกและกว้างไกลไปกว่านั้นมาก

เปิดโกดัง Book Wonder คราวนี้ 3 เล่มนี้มีโปรโมชั่นพิเศษ จากราคาเต็ม 1,250 บาท หยิบใส่ถุงมัดรวมกันปุ๊บ เหลือเพียง 1,000 บาทเท่านั้น!

อีกเล่มที่คอวรรณกรรมห้ามพลาด คือนวนิยายของนักเขียนระดับโลก อรุณธตี รอย อย่าง “กระทรวงสุขสุดๆ” (The Ministry of Utmost Happiness) แปลโดย นักแปลชื่อดังอย่าง สดใส ที่ว่าด้วยนาฏกรรมแห่งความโศกสุข ณ เขตสุดขอบยิ่งกว่าชายขอบในโอลด์เดลี ท่ามกลางสงครามที่ดำเนินต่อไปในหุบเขาแคชเมียร์ โดยเล่าผ่านชีวิตของ ‘อัญจุม’ ฮิจราผู้โบยบินจากวิมานฝัน ไปเริ่มต้นใหม่ในสุสานเก่าราวกับเป็นต้นไม้ และ ‘ติโล’ สถาปนิกผู้ที่มี ‘แม่แท้ๆ บุญธรรม’ มีชายสามคนรุมรัก มีบาดแผลลึกเร้นกับโลกภายในแสนซับซ้อน ที่มาบรรจบกันเพราะ ‘เด็นหญิงคนหนึ่ง’ เกิดเป็นเรื่องเล่าของแสงและเงาซึ่งมีความหวังในความทุกข์ และมีความทุกข์ในความหวัง ผ่านการดิ้นรนของคนเล็กๆ มากมายบนแผ่นดินแห่งความหลากหลายนามว่าอินเดีย

เป็นงานเขียนที่ตีแผ่ความขัดแย้งในท่ามกลางความหลากหลายของผู้คนในแผ่นดินเดียวกัน โดดเด่นด้วยความเข้มข้นแบบนิยายเคลือบรสการเมืองที่ควรค่าแก่การอ่านเพื่ออรรถรสวรรณกรรม และดื่มด่ำความลึกซึ้งสะท้อนสถานการณ์ปัจจุบัน และความขัดแย้งทางสังคม เชื้อชาติ ศาสนา ซึ่งเป็นปัญหาระดับโลก

งานนี้ไม่ได้มีเพียงแค่หนังสือเท่านั้น แต่ยังมีกิจกรรมเสวนาและไฮไลต์อีกมากมาย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แฟนเพจ Matichon Book

เตรียมกระเป๋าสตางค์ให้พร้อม แล้วตรงไป Book Wonder ที่ มติชนอคาเดมี ได้เลย

….

สิรนันท์ ห่อหุ้ม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้โซลชาร์ชี้หงส์ยากทาบผลงานเฟอร์กี้ ตั้งเป้าปลดล็อกแชมป์แรกศึกเอฟเอคัพ
บทความถัดไปเรื่องผอมไม่ยาก! เปิด 60 เคล็ดลับ ลด 100 แคลอรี เปลี่ยนวิถีไดเอทให้เป็นเรื่องง่าย