ผู้เขียน ‘ศิลปะสถาปัตย์คณะราษฎร’ เผย 12 ปีก่อนเคยคิด จะขายออกหรือไม่ สุดท้ายสปอตไลต์ส่องแรง

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่มติชนอคาเดมี หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 เขตจตุจักร กรุงเทพฯ มีการจัดงาน ‘เปิดโกดัง Book Wonder’ เป็นวันแรก บรรยากาศทั่วไปมีผู้สนใจเข้าเลือกซื้อหนังสืออย่างคึกคัก โดยบางส่วนมารอตั้งก่อนเริ่มงานในเวลา 10.00 น. ซึ่งผู้จัดงานเตรียมมาตรการสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าพื้นที่จัดงาน ให้บริการเจลล้างมือ รวมถึงมีการแจกบัตรคิวบริเวณจุดคัดกรอง โดยอนุญาตให้เข้าครั้งละ 50 คน ส่วนที่เหลือจัดจุดสำหรับนั่งรอ ซึ่งผู้ร่วมงานให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

ภายในงานมีการจำหน่ายหนังสือหลากหลายประเภท ทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม การเมือง การต่างประเทศ นิยาย เรื่องสั้น วรรณกรรมแปล และอีกมากมาย นอกจากนี้ ยังมีชุด หนังสือหายาก (Rare Item) ผลงาน ศ.ดร. นิธิ เอียวศรีวงศ์ , ชุดหนังสือหายากของ ดร. วีรพงษ์ รามางกูร, หนังสือในโปรโมชั่นพิเศษ ชุด 3 หนังสือการเมืองเล่มใหม่ ประจำเดือนมิถุนายน โดยลดราคาสูงสุดถึง 75% รวมถึงหนังสือราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 10 บาท

ต่อมา เวลาประมาณ 12.30 น. ที่ร้านเบรนเวค ภายในอาคารมติชนอคาเดมี สำนักพิมพ์มติชนจัดเสวนา ‘ปฏิวัติสู่ประชา-ธิปไตย’ เนื่องในการเปิดตัวหนังสือ ตามรอยอาทิตย์อุทัย แผนสร้างชาติไทยสมัยคณะราษฎร  , ศิลปะสถาปัตยกรรมคณะราษฎร และ When We Vote  ดำเนินรายการโดย ดร.ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์

ในตอนหนึ่ง รศ.ดร. ชาตรี ประกิตนนทการ อาจารย์คณะสถาปัยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร ผู้เขียน หนังสือศิลปะสถาปัตยกรรมคณะราษฎร กล่าวว่า ตนรวบรวมข้อมูลเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นในช่วงหลังการรัฐประหาร พ.ศ.2549 ต่อมาพิมพ์หนังสือเล่มนี้ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2551 โดยศิลปวัฒนธรรมฉบับพิเศษ ในครั้งนั้นยังคิดว่าจะขายได้หรือไม่ เพราะคนไม่ค่อยรู้จักคณะราษฎร โดยศิลปะและสถาปัตยกรรมในกลุ่มนี้ในวงการรวมถึงตำราเรียนจะเรียกว่า ‘สถาปัตยกรรมสมัยใหม่’ แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่ถึง 10 ปี กลับกลายเป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองร่วมสมัยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งการตีพิมพ์ครั้งที่ 2 นี้ มีการเพิ่มเติมบทความจำนวน 4 ชิ้น อธิบายชะตากรรมของศิลปะสถาปัตยกรรมในกลุ่มนี้ว่าเป็นอย่างไร

“ถ้าย้อนไปในการพิมพ์ครั้งแรก สถาปัตยกรรมคณะราษฎรยังไมได้เป็นสนามต่อสู้ทางการเมือง แต่ตึกกลุ่มนั้นคนรู้จักมานาน ในฐานะสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่สถาปนิกยุคแรกที่ไปเรียนจบจากเมืองนอกกลับมาสร้าง ในตำราเรียนก็ยังเรียกว่าสถาปัยกรรมสมัยใหม่ เดิมความสนใจของผมเองในตอนนั้นก็ยังไม่เกี่ยวกับคณะราษฎร แต่พอค้นคว้าเอกสารชั้นต้น ก็เจอแต่คณะราษฎร เจอเรื่องหลวงวิจิตรวาทการให้ไอเดียต่างๆเกี่ยวกับสถาปัตยกรรม ในการพิมพ์ครั้งที่ 2 เพิ่มบทความที่เขียนอธิบายถึงในประเด็นหลังรัฐประหาร 2549 ซึ่งทำให้ศิลปะสถาปัตยกรรมกลุ่มนี้ถูกดึงเข้าสู่สปอตไลต์ทางการเมือง จึงเกิดปรากฏการณ์ต่างๆ

ผมมองว่ารัฐประหารครั้งนั้น ทำให้เกิดเงื่อนไขใหม่ 2 ประการ

1. ทำให้ประวัติศาสตร์คนเดือนตุลาและพฤษภาค่อยๆเลือนหายออกจากการเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพราะแกนนำของเหตุการณ์กลับเข้าไปเห็นชอบกับรัฐประหาร 2549 ชี้ว่าไม่มีความคงเส้นคงวาของอุดมการณ์

2. คนต้านรัฐประหาร 2549 ต้องการโมเดลใหม่ที่ขยับออกจาก 14 ตุลา จึงย้อนไปหาคณะราษฎร ในขณะที่ก่อนหน้านั้นเวลาคนจะเรียกร้องอะไรก็ย้อนไปถึงแค่เดือนตุลาเท่านั้น กรณีหมุดคณะราษฎร ก่อนรัฐประหาร 2549 เวลาจัดงานรำลึก ก็มีเพียงกลุ่มเล็กๆ และเป็นแนวรำลึกความหลัง แต่หลังรัฐประหารกลายเป็นการรำลึกโดยมีนัยยะทางการเมือง” รศ.ดร. ชาตรีกล่าว

รศ.ดร.ชาตรีกล่าวว่า สถาปัตยกรรมเป็นเหรียญอีกด้านของการเมือง โดยเฉพาะกลุ่มอาคารที่สร้างขึ้นโดยรัฐ อย่างไรก็ตาม คำว่าสถาปัตยกรรมคณะราษฎร ซึ่งเป็นการจัดกลุ่มตามอุดมการณ์ทางความคิด ในวงวิชาการน่าจะยังไม่ได้รับการยอมรับ แต่ได้รับความนิยมในนักศึกษาสายประวัติศาสตร์มากกว่าสายสถาปัตยกรรมซึ่งยังเรียกว่าสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ดังที่กล่าวมาข้างต้น

อ่านข่าว เปิดตัว 3 เล่มเด่นการเมืองไทย-อาเซียน ชี้ รัฐประหาร 49 ทำ ‘สถาปัตย์คณะราษฎร’ สู่สปอตไลต์ เปิดโมเดลปฏิวัติผ่าน ‘คูหา’ ค้นปมสร้างชาติตามรอยอาทิตย์อุทัย

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ชาวนครปฐมได้รับโชค นำประทัดล้านนัด ละครชาตรีโรงใหญ่แก้บนไอ้ไข่
บทความถัดไปสิ้นตำนาน ‘ศรีเหน่ง’ ผู้จัดการ ‘คาราวาน’ ยุคแรก ‘สุวัจน์ ลิปตพัลลภ’ ร่วมงานประชุมเพลิง