เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักนายกรัฐมนตรีของประเทศจีนออก “หนังสือเวียนว่าด้วยมาตรการบางประการเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์อย่างเอาการเอางานและมีประสิทธิผลจากทุนต่างประเทศในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจคุณภาพสูง” เพื่อเป็นนโยบายในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมการลงทุนให้ยุติธรรมและโปร่งใสมากยิ่งขึ้นและเป็นการแสดงออกซึ่งความตัดสินใจอันเด็ดเดี่ยวในการเปิดประเทศแก่ภายนอก
หนังสือเวียนดังกล่าวมีสาระสำคัญ 6 มาตรการ
ประการแรก ผ่อนผันให้ทุนต่างประเทศเข้าสู่ตลาดประเทศจีนขนานใหญ่และยกระดับเสรีภาพในการลงทุนในประเทศจีน ในการนี้จะขยายการเปิดกว้างให้ธุรกิจการเงิน ทำให้ระบบผู้ลงทุนจากนอกอาณาเขตสมบูรณ์ ขับเคลื่อนธุรกิจภาคบริการอย่างยั่งยืน ลงลึกในการเปิดกว้างด้านธุรกิจเกษตรกรรม ธุรกิจการเหมืองแร่ และธุรกิจการผลิต
ประการที่สอง ลงลึกการปฏิรูปด้าน “กระจายอำนาจ การบริหารจัดการ และการบริการ” ยกระดับความสะดวกในการลงทุน ในการนี้จะมีการกระจายอำนาจในการพิจารณาอนุมัติการลงทุนยกระดับความสะดวกแก่การใช้บุคลากรที่มาทำงานในประเทศจีนตลอดจนความสะดวกในการเข้า-ออกประเทศ ฯลฯ
ประการที่สาม ทวีการส่งเสริมการลงทุน ยกระดับปริมาณและคุณภาพในการนำเข้าทุนต่างประเทศ ในการนี้จะชักนำผู้ลงทุนจากต่างประเทศให้ไปลงทุนในภาคกลางและภาคตะวันตกของประเทศจีน ลงทุนในด้านเกษตรกรรมที่ทันสมัย การสร้างระบบนิเวศวิทยาตลอดจนการผลิตที่ทันสมัยและก้าวหน้า ลงทุนในด้านธุรกิจบริการที่ทันสมัย ปลุกเร้าให้ทุนต่างประเทศทำการลงทุนโดยการควบรวมกิจการ ฯลฯ
ประการที่สี่ ยกระดับการคุ้มครองการลงทุน สร้างสิ่งแวดล้อมการลงทุนที่มีมาตรฐานสูง ในการนี้จะเพิ่มการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา คุ้มครองสิทธิประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายในการลงทุนของผู้ลงทุนจากต่างประเทศ สร้างและทำให้สมบูรณ์แบบซึ่งกลไกของการร้องเรียนหรือการฟ้องร้องของธุรกิจการลงทุนจากต่างประเทศในเขตแคว้นต่างๆ ของประเทศจีน
ประการที่ห้า จัดอันดับดีเยี่ยมของเขตแคว้นในการเปิดกว้าง ชักนำทุนต่างประเทศไปลงทุนยังเขตแคว้นในภาคกลางและภาคตะวันตก ในการนี้จะให้มีการผ่อนผันและขยายช่องทางเงินทุนในการลงทุนแก่พ่อค้าต่างประเทศในการลงทุนวิสาหกิจที่ภาคตะวันตกและฐานอุตสาหกรรมที่ภาคอีสานของประเทศจีน เร่งรัดสร้างเขตแคว้นที่เน้นหนักในการนำเข้าทุนตามแนวเขตแดน ฯลฯ
ประการที่หก ขับเคลื่อนให้มีการยกระดับนวัตกรรมเขตบุกเบิกระดับประเทศ เน้นบทบาทการใช้ประโยชน์จากทุนต่างประเทศเป็นแหล่งทุนที่สำคัญ ในการนี้จะมีการส่งเสริมการให้บริการเชิงบูรณาการแก่ทุนต่างประเทศที่จัดอันดับยอดเยี่ยมในเขตบุกเบิก ขยายการสนับสนุนการนำเข้าเงินทุนในเขตบุกเบิก
ตามคำกล่าวของหวางโซ่วเหวินรองนายกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของประเทศจีนบ่งบอกว่า จุดเด่นบางประการของมาตรการดังกล่าวก็คือได้เลียนแบบมาจากทางสากล อาทิ เสรีภาพในการลงทุน การอำนวยความสะดวกในการลงทุน การส่งเสริมการลงทุน และการคุ้มครองการลงทุน สิ่งเหล่านี้ได้เลียนแบบกรอบนโยบายการลงทุนทางสากล ทำให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น
นอกจากนั้น ยังมีการทำให้โครงสร้างของเขตนำเข้าทุนที่มีความเหนือกว่าและมีการเน้นบทบาทแหล่งนำเข้าทุนในเขตบุกเบิกระดับประเทศนั้นก็เป็นการแสดงให้เห็นว่ามีการเชื่อมโยงกับทางสากล
ส่วนในด้านภาษีนำเข้านั้น ประเทศจีนได้ประกาศว่าจีนจะลดภาษีสินค้าอุปโภคบริโภคลงอีกเป็นการขนานใหญ่ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป จูกวางเอี้ยว รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวเมื่อวันที่ 6 เดือนมิถุนายนนี้ว่า นอกจากที่ได้ลดภาษีนำเข้าก่อนนี้แล้ว ครั้งนี้ก็ได้ลดภาษีนำเข้าเกี่ยวกับสินค้าบริโภคประจำวันอย่างเหมาะสม โดยมีสินค้าที่อยู่ในข่ายการลดภาษี 1,449 รายการ คิดเป็น 7 เท่าของการลดภาษีนำเข้าก่อนหน้านั้น 4 ครั้งมาแล้ว โดยเฉลี่ยแล้วอัตราภาษีที่ลดลงนั้นลดจาก 15.7% เป็น 6.9 % โดยเฉลี่ยแล้ว มาร์จินที่ลดลงอยู่ที่ 55.9% สินค้าที่ลดภาษีศุลกากรครั้งนี้มีสิ่งของที่ใช้อุปโภคบริโภคประจำวัน เสื้อผ้าที่ทำจากขนสัตว์ รองเท้าและรองเท้าบู๊ต แว่นกันแดด ถ้วยรักษาอุณหภูมิ กางเกงที่ใช้รองรับปัสสาวะหรือที่เรียกว่าแพมเพอร์ สินค้าประเภทอาหารและอาหารเสริมเฮลท์แคร์ เครื่องเขียน เครื่องไฟฟ้า เครื่องดื่ม ตลอดจนยารักษาโรค ฯลฯ
จูกวงเอี้ยวกล่าวว่า การลดอัตราภาษีศุลกากรครั้งนี้ เป็นมาตรการที่ประเทศจีนเป็นฝ่ายกระทำเอง ถือเป็นมาตรการสำคัญประการหนึ่งในการขยายการเปิดกว้างของประเทศจีน อีกทั้งเป็นการแสดงออกซึ่งการหลอมรวมเข้ากับเศรษฐกิจโลกของประเทศจีนที่ยืนหยัดยึดถือความเชื่อมั่นอันแน่วแน่ต่อระบบเศรษฐกิจพหุภาคีทั่วโลกที่ถือ WTO เป็นแกนกลาง โดยถือเป็นการสร้างคุณูปการแก่การพัฒนาทางเศรษฐกิจทั่วโลก

