ฟุตบอลโลกหนนี้แข่งขันกันสนุกเข้มข้นเหมือนที่เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย คีริลล์ บาร์สกี กล่าวคาดการณ์ไว้ ตอนมาร่วมงานแถลงข่าว “ข่าวสด-มติชน บอลโลก 2018” ที่สำนักงานข่าวสด ก่อนมหกรรมจะเปิดฉาก
นอกจากมาตรฐานทีมเล็กขยับขึ้นมาเขย่าขวัญทีมใหญ่แล้ว สิ่งที่ท่านทูตเน้นมากคือการแข่งขันที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพครั้งนี้มีการใช้ วีเออาร์ หรือเทคโนโลยีช่วยตัดสินเป็นครั้งแรก
ดังนั้นในเกมที่มีข้อกังขา ลูกเข้าไม่เข้า ล้ำหน้าหรือไม่ล้ำ นักเตะฟาวล์ไม่ฟาวล์ แฮนด์บอลหรือบอลทูแฮนด์ ควรได้จุดโทษหรือไม่ ก็ใช้วีเออาร์เคลียร์ให้ชัดเจนไปเลย
การใช้วีเออาร์มีทั้งกรรมการหลัก หรือผู้ตัดสินที่ 1 ขอดูภาพจากห้องควบคุมที่บันทึกภาพจากกล้อง 8 มุม และทั้งแบบที่ผู้ช่วยผู้ตัดสินในห้องส่งสัญญาณทักท้วงไปยังผู้ตัดสินที่ 1 ว่ามีจังหวะน่ากังขาเกิดขึ้น
เรียกได้ว่าเป็นการใช้หลายตาดีกว่าสองตาของผู้ตัดสินหลัก
เทคโนโลยีดังกล่าวอาจทำให้เกมฟุตบอลโลกหนนี้มีจุดโทษเยอะกว่าครั้งที่ผ่านๆ มา และต่อเวลากันนานกว่าปกติ จากเดิมโดยเฉลี่ย 2-3 นาที เลยไปถึง 6-7 นาทีก็มี แต่คงไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับแฟนบอลมากนัก
เดิมทีก่อนที่วีเออาร์จะเข้ามาถึงฟุตบอลโลก ผ่านด่านการถกเถียงมามากมาย เพราะเสน่ห์และความสนุกของเกมฟุตบอลคือความไหลลื่นของเกม ไม่ต้องหยุดชะงักมายื่นอุทธรณ์ฎีกาแบบเกมของอเมริกันฟุตบอล
อย่างไรก็ตาม เมื่อทุกอย่างในโลกนี้ปรับตัวใช้เทคโนโลยีกันหมด (ดูอย่างวงการสื่อสารมวลชนที่อยู่ใกล้ๆ ตัว ขนาดสื่อดั้งเดิมอย่างหนังสือพิมพ์ยังต้องมีออนไลน์ประกบอยู่ด้วยทุกฉบับ) ดังนั้น ฟุตบอล หรือ ซอคเกอร์ เองก็ต้องปรับตัวเช่นกัน
การใช้วีเออาร์มาช่วยตัดสินเป็นวิถีแบบอเมริกัน เริ่มต้นที่ลีกในสหรัฐอเมริกาก่อน จากนั้นจึงค่อยๆ ขยายมาฝั่งยุโรปและลีกฟุตบอลอาชีพต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงไทยที่เริ่มใช้ไปแล้ว
ส่วนในฟุตบอลโลกหนนี้ การมีวีเออาร์ไม่ได้ทำให้เกมเสียอรรถรสมากเกินไป โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึง “ส่วนได้” ที่ทำให้การตัดสินถูกต้องตามความเป็นจริงมากขึ้น
แม้ว่าการตัดสินนั้นอาจจะไม่ได้ชัดเจนแจ่มแจ้งไปทั้งหมด เช่น จังหวะที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซุปเปอร์สตาร์โปรตุเกสฟาวล์ผู้เล่นอิหร่าน บางคนคิดว่ากรรมการควรแจกใบแดง แต่บางคนเห็นว่าเหลืองแบบที่กรรมการตัดสินก็เพียงพอแล้ว และบางคนเห็นว่าความเป็นซุปเปอร์สตาร์มีอิทธิพลในการตัดสินด้วย ซึ่งจะเป็นตัวอย่างให้ถกเถียงต่อไป
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคาดการณ์ได้ว่า วีเออาร์น่าจะอยู่คู่กับเกมการแข่งขันฟุตบอลต่อไปได้ จนกว่าในอนาคตจะมีเทคโนโลยีที่ไวและเฉียบคมกว่ามาช่วยผู้ตัดสิน
เพื่อให้ฟุตบอลเป็นเกมที่ทั้งสนุก ยุติธรรม ปรับตัวไปตามยุคสมัยได้อย่างฉับไว ที่ไม่ถูกควบคุมด้วยสิ่งที่แก้ไขไม่ได้
ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์

