จนแล้วจนรอด ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ทางรัฐบาลประกาศเดินหน้าก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลอดออกมามีผลบังคับใช้ในเร็ววัน
แถมยังมีข่าวเล็ดลอดออกมาจากการพิจารณาของคณะกรรมการของ สนช. เป็นระยะว่า กม.ฉบับนี้ส่อจะเลื่อนการบังคับใช้อีกแล้ว
กม.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่คุยกันมาแล้ว 12 รัฐบาลหรือเกือบระยะเวลา 24 ปี
รัฐบาลที่ผ่านมามักจะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด หลอกล่อประชาชน โดยอ้างว่าต้องการลดความเหลื่อมล้ำของคนในสังคม
แต่ในที่สุดเมื่อระยะเวลาผ่านไป ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า เรื่องนี้เป็นเพียงข้ออ้างที่นักการเมืองหยิบยกขึ้นมาหาเสียง มากกว่าจะคิดดำเนินการอย่างจริงจัง
กฎหมายฉบับนี้เกิดมาหลายยุคหลายสมัย เมื่อมาถึงรัฐบาลชุดนี้ เริ่มมีการพิจารณากันตั้งแต่เมื่อ 20 พฤศจิกายน 2559
เมื่อมาถึงขั้นตอนการพิจารณาของสนช. หากเป็นกฎหมายอื่น จะใช้เวลาพิจารณาไม่เกิน 30 วัน
หรือถ้าขอขยายเวลาก็จะไม่เกิน 60 วัน
แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไป รัฐบาลมีการสั่งชะลอและขอขยายเวลากันมาตลอด
ทั้งนายกรัฐมนตรีสั่งชะลอเอง และสนช.ขอขยายเวลาถึง 4 ครั้ง กมธ.มีการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้เกือบทั้งหมด
ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ สนช.
และครั้งนี้ก็มีข่าวเล็ดรอดออกมาว่า ส่อจะเลื่อนการบังคับใช้ออกไปอีก
สำหรับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับนี้ ทางกระทรวงการคลังมีเป้าหมายเอามาใช้แทนภาษีโรงเรือนและภาษีบำรุงท้องที่
ต้องการเก็บภาษีจากแลนด์ลอดและผู้มีอันจะกินที่มีอยู่ไม่กี่ตระกูลในบ้านเรา
เพื่อช่วยสร้างรายได้ให้ท้องถิ่น ให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ ลดความเหลื่อมล้ำการใช้ที่ดิน เพราะที่ผ่านมารายได้จากภาษีที่ดินเข้ารัฐถือว่าน้อยมาก
คงต้องช่วยให้ทุกคนเฝ้าติดตามดูว่า จนถึงที่สุดแล้ว สนช.จะทำปู้ยี่ปู้ยำกับกม.ฉบับนี้ จนออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร
เพราะมีกระแสข่าวว่าบรรดาสนช.มีที่ดินกันมหาศาล
ยังไม่รวมคนในรัฐบาล และเอกชนรายใหญ่ที่สนับสนุนรัฐบาลอีกต่างหาก
ก็ในเมื่อให้ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียมาเป็นผู้พิจารณาออกกฎหมาย
การจะให้กฎหมายออกมาแบบเป็นธรรม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้อย่างแท้จริง คงไม่ง่ายนัก
เรื่องนี้จึงสะท้อนธาตุแท้ของรัฐบาลได้อย่างชัดเจนว่า มีความจริงใจในการแก้ปัญหาได้แค่ไหน
จะดองเอาไว้แบบไม่มีอนาคต หรือคลอดออกมาแบบมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง คงต้องช่วยกันติดตามอย่างใกล้ชิด

