ฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียเดินหน้าเข้าสู่โค้งสุดท้าย กำลังจะได้แชมป์โลก หลายทีมที่ตกรอบไปก็กลับบ้านไป แต่คงจะไม่ลืม “ญี่ปุ่น” ทีมจากเอเชียที่สมควรจะเข้าถึงรอบ 8 สุดท้าย สู้กับเบลเยียมอย่างสมศักดิ์ศรีแต่แพ้ไปในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 2-3
นอกเหนือจากเกมฟุตบอลล้วนๆ ยังมีข่าวหนึ่งที่ทำให้รับรู้ถึง “จิตสำนึก” และ “ระเบียบวินัย” พูดถึงเป็นกระแสแชร์กันในโลกโซเชียลอย่างมากมาย ทำให้เห็นว่า ญี่ปุ่นอยู่กับประเทศเขาอย่างไร เมื่อแฟนบอลญี่ปุ่นบางคนเตรียมถุงพลาสติกใบใหญ่ เหมือนเป็นหน้าที่ เดินเก็บเศษแก้วน้ำ กระดาษ อาหารสดที่ถูกทิ้งไว้ในอัฒจันทร์ทุกนัดที่ญี่ปุ่นลงเตะ ทั้งที่เสียเงินค่าตั๋วเครื่องบินบินไปถึงรัสเซียและยังมีค่าตั๋วเข้าชม ค่ากินค่าอยู่อีกมากมาย
นัดสุดท้าย แมตช์ที่พ่ายเบลเยียม ร้องไห้กันทั้งประเทศ คนญี่ปุ่นก็ยังทำหน้าที่เก็บขยะรอบอัฒจันทร์จนหมด โดยไม่ต้องรอใครมาบอกขอบคุณหลายๆ
หรือภาพล่าสุดที่ทิ้งทวนกันเป็นภาพในห้องพักทีมญี่ปุ่นนัดที่แพ้เบลเยียมเป็นระเบียบเรียบร้อย เหมือนห้องไม่ถูกผ่านการใช้งาน ทิ้งโน้ตภาษารัสเซียว่า “ขอบคุณ” ให้ดูต่างหน้าไว้อีก
ฟีฟ่า ปลาบปลื้มอย่างมาก บอลดีๆ มีให้ชมไม่พอ ญี่ปุ่นได้เอาวัฒนธรรมการดูแลบ้านตัวเองมาดูแลบ้านเมืองคนอื่น ด้วยวิธีการง่ายๆ ไม่ต้องลงทุนอะไร แค่ลงแรงเท่านั้น ภายหลังมีการทวีตข้อความของกัปตันทีมชาติญี่ปุ่นด้วยว่า ห้องพักนักกีฬาที่สะอาดขนาดนั้น เป็นผลงานของสตาฟโค้ชทั้งสิ้น เป็นการยกความดีความชอบให้ได้รับรู้
เท่านี้ก็ชนะใจทุกคนไปทั่วโลก การเก็บขยะในที่สาธารณะแบบนี้ ยกเว้นคนงานที่ถูกจ้างมาแล้ว เราไม่สามารถไปบังคับใครให้ช่วยเก็บ อย่างเก่งก็แค่ขอร้องอย่าทิ้งขยะ และที่สนามแข่งขันเกือบทุกแห่งในโลกก็ไม่ได้ป่าวประกาศให้คนดูช่วยกันเก็บขยะ
ญี่ปุ่นทำแบบนี้ไม่ใช่แค่ฟุตบอลโลกเท่านั้น แต่แฟนบอลในเจลีกมักจะช่วยกันเก็บขยะในสนามจนชินตาเป็นประจำ รวมไปถึงสนามกีฬาอื่นๆ ทั้งเบสบอล ที่มีคนดูจำนวนมากในแต่ละสัปดาห์ ต่างหยิบขยะที่ตัวเองก่อไว้เอาไปทิ้งให้ถูกที่
ถ้าย้อนไปช่วงภัยพิบัติสึนามิถล่มเกาะญี่ปุ่น เกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเลนอกชายฝั่งแปซิฟิกโทโฮะกุ เมื่อปี 2554 ขนาด 9.0 แมกนิจูด วิกิพิเดียระบุ ญี่ปุ่นสูญเสียผู้คนไปเกือบ 16,000 ราย และสูญหายหรือทะเลกลืนหายไปอีก 4,500 กว่าราย บ้านเรือนย่อยยับประมาณ 125,000 หลัง นอกจากภาพความสูญเสียของมนุษย์และที่อยู่อาศัยแล้ว การนำอาหารมาแจกจ่ายให้กับผู้คนที่รอดชีวิตนั้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งผู้ใหญ่และเด็กเล็กที่สูญเสียครอบครัว ญาติพี่น้อง บ้านเรือนของตนเอง เดินเข้าคิวกันอย่างเรียบร้อย ไม่มีการแอบกักตุนไว้มื้ออื่น ทำให้อาหารที่เตรียมมามีเพียงพอสำหรับทุกคนที่เดินต่อแถวยาว
หรือแม้แต่เหตุการณ์ค้นหา 13 ชีวิตของทีม “หมูป่า” ที่ถ้ำหลวง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ข่าวโด่งดังไปทั่วโลก กำลังใจท่วมท้นในโลกโซเชียล สำนักข่าวหลายแห่งนอกเหนือจากในเมืองไทย มีการทำภาพให้ดูลักษณะของถ้ำแห่งนี้ ทำไมเดินเข้าง่ายแต่กลับออกยาก หรือแทบไม่มีโอกาสได้ออกเลยในช่วงหน้าฝนน้ำหลากเช่นนี้
ทีวีในญี่ปุ่นก็ไม่ต่างจากสำนักข่าวทั่วโลกนำเสนอข่าวนี้ นำมาทำรายการถอดบทเรียน “ติดถ้ำ” ให้เห็นตั้งแต่แรก ลักษณะของถ้ำหลวง ทำไม 13 ชีวิตจึงติดอยู่ในถ้ำที่ไม่สามารถถอยกลับไปที่ทางเดิมได้ ทำภาพประกอบให้ดูเข้าใจง่ายๆ เพราะญี่ปุ่นมีถ้ำผจญภัยมากมายเช่นกัน แล้วให้ความรู้ว่า การตั้งสติของผู้ที่ติดในถ้ำอยู่อย่างไร มีผู้นำในถ้ำที่ดีอย่างไรเพื่อให้ลูกทีม 12 คนอยู่ประทังชีวิตอย่างปลอดภัย การแบ่งปันอาหารหรือขนมที่ติดมือมา การกินน้ำจากหยดผิวถ้ำ รวมทั้งการช่วยเหลือของทีมกู้ภัยทั้งไทยและหลายประเทศ จะเอาทั้งหมดออกจากถ้ำได้อย่างไร
เป็นการสอนประชาชน ทั้งผู้ใหญ่และเด็กเล็กของเขาให้เข้าใจง่ายๆ ว่า “ทีมหมูป่า” เอาตัวรอดจากวิกฤตที่ติดนานถึง 10 วัน ได้ด้วยหลักการและเหตุผลของวิทยาศาสตร์ ไม่มีลูกทีมสักคนที่ร้องไห้หรือตกใจกลัว เพราะทุกคนมีสติและคิดบวกเสมอว่าจะต้องออกจากถ้ำให้ได้ ทุกคนจึงล้วนอยู่ในสภาพร่างกายที่ไม่ยอมให้อ่อนเพลียอย่างเด็ดขาด พร้อมจะเดินออกจากถ้ำได้ทันทีถ้ามีโอกาส
ทั้งเรื่องของ “ขยะ” และ “ติดถ้ำ” ไม่ต้องใช้ “การขู่เข็ญบังคับ” หรือ “มหัศจรรย์” มาช่วย จึงเป็นเรื่องของ “จิตสำนึก” เรื่องของ “สติ” และเรื่องของ “ระเบียบวินัย” ล้วนๆ

