ท่ามกลางกระแสข่าวน้องๆ ทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี 13 ชีวิต ที่เข้าไปติดถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา ทำให้ทั้งชาวไทยและทั่วโลกให้ความสนใจ ห่วงใยน้องๆ ทั้ง 13 คน และรอลุ้นให้ทีมค้นหาประสบความสำเร็จช่วยชีวิตน้องๆ ออกมาได้อย่างปลอดภัย กระทั่งคืนวันที่ 2 กรกฎาคม 2561 ทีมค้นหาประสบความสำเร็จพบน้องๆ ทั้ง 13 คนปลอดภัย ขณะที่เขียนนี้เป็นวันที่เราได้สูญเสียบุคคลหนึ่งในทีมช่วยเหลือไป 1 นาย ขอไว้อาลัยอย่างสุดซึ้ง ณ ที่นี้
เรื่องราวของดอยนางนอน ได้ถูกสร้างขึ้นทั้งก่อนหน้าและหลังจากที่ข่าวนี้แพร่สะพัดอย่างกว้างขวาง ทั้งอ้างตำนานเก่าแก่ ทั้งนิทาน เรื่องเล่า ไม่เว้นแต่ความฝันที่ผูกโยงไปถึงพระครูบาบุญชุ่ม ฯลฯ ทำให้หลายคนเริ่มสับสนและไม่รู้จะยึดเรื่องใดเป็นสารัตถะ จึงขออธิบายความเป็นมาของดอยนางนอนแห่งนี้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะดังนี้
ลักษณะทางกายภาพ : เริ่มต้นจากการทำความรู้จัก “ดอยตุง” และภูเขาข้างๆ อีก 2 ลูก ตั้งเป็นแนวเขาที่เรียกกันว่า “ดอยนางนอน” เพราะมีลักษณะคล้ายผู้หญิงนอนราบ โดยมีดอยจ้อง หรือ ดอยจิกจ้อง อยู่ทางทิศเหนือ เปรียบเหมือน ศีรษะ) , ดอยย่าเถ้า (เฒ่า) หรือ ดอยปู่เถ้า ก็ว่า (ดอยปู่เถ้า กับ ดอยปู่เจ้า แยกกัน ซึ่งจะอธิบายต่อไป) อยู่ตรงกลาง เปรียบเหมือน หน้าอก และ ดอยตุง ทางทิศใต้ (เปรียบเหมือน ท้อง)
ส่วนหนึ่งของ ดอยปู่เถ้า ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ดูเหมือนจะเป็นภูเขาลูกเล็กอีกลูกหนึ่ง (แต่ที่จริงเป็นเพียงยอดเขาอีกยอดหนึ่งของดอยนี้) เรียกว่า ดอยปู่เจ้า เป็นที่ตั้งของถ้ำปุ่ม (เสียงพื้นถิ่นใช้ตัวเขียน พ ออกเสียง ป ปริวรรต พุ่ม แต่เนื่องจากไม่สามารถใช้อขระไทสยามออกเสียงได้จึงแทนด้วย ปุ่ม ซึ่ง ปุ่ม แปลว่า ไหสำหรับใส่ของกินหรือของเหลว เช่น เหล้า เป็นต้น) ทางทิศวันออกด้านหน้าของดอยปู่เถ้าและดอยตุง เป็นภูเขาอีกลูกหนึ่งเรียกว่า ดอยถ้ำปลา ที่นี่มีหลายถ้ำ เช่น ถ้ำตุ๊ปู่ (ถ้ำปู่ทา) ถ้ำกู่แก้ว ถ้ำปลา ถ้ำเกี้ยว (ถ้ำผาจม) ถ้ำเปลวปล่องฟ้า ถ้ำช้างเผือก ถ้ำปาลิไลยก์ เป็นต้น (ไม่ปรากฏชื่อของ “ถ้ำหลวง” ที่เป็นข่าวอยู่ขณะนี้
ห่างจากพระธาตุดอยตุงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 1 กิโลเมตร มีวัดน้อยดอยตุง ซึ่งสร้างราว พ.ศ.2453 โดยสร้างวิหารหรือศาลาเล็กๆ ขึ้นก่อน แต่ไม่มีพระภิกษุอยู่ประจำ ด้านหลังวัดต่ำลงมามีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ด้วย ห่างจากพระธาตุดอยตุงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 3 กิโลเมตร ตรงชายแดนไทย-พม่า มียอดเขาอีกลูกหนึ่ง คือ ดอยช้างมูบ ก่อนจะถึงยอดนั้นประมาณ 500 เมตร มีซากเจดีย์สร้างด้วยอิฐ เรียกว่า พระธาตุช้างมูบ ติดกับซากเจดีย์นั้นมีก้อนหินใหญ่ลักษณะเหมือนช้างหมอบ (ภาษาถิ่นเรียกช้างหมอบ ว่า ช้างมูบ) อันเป็นที่มาของชื่อดอยและเจดีย์ดังกล่าว ผู้มีศรัทธาได้สร้างเจดีย์องค์เล็กบนหลังของช้างตัวนี้ เสมือนว่า ช้างเป็นพาหนะนำพระบรมสารีริกธาตุมาไว้ ณ ที่แห่งนี้
พระธาตุดอยตุง พระธาตุช้างมูบ และถ้ำต่างๆ ที่กล่าวมานี้ นับเป็นปูชนียสถานที่มีชื่อเสียงมากทั้งในล้านนาและในรัฐฉาน พม่า
ปฐมบทพระธาตุดอยตุง : ประวัติพระธาตุดอยตุง แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ตำนาน และ ประวัติศาสตร์ คลังไมโครฟิล์มใบลาน สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จากการสำรวจคัมภีร์ใบลาน พับสา ในหอไตรตามวัดต่างๆ ในภาคเหนือของประเทศไทย มีจำนวน 22 ฉบับ
ต้นฉบับที่เก่าที่สุด คือหมายเลข 19 จากวัดหมื่นล้าน เชียงใหม่ (พ.ศ.2355) ต้นฉบับที่มีอายุน้อยสุด คือหมายเลข 6 วัดแม่คำน้ำลัด เชียงแสน (พ.ศ.2502) ซึ่งตำนานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับพระธาตุดอยตุงและถ้ำต่างๆ คือ ตำนานพระธาตุดอยตุง ตำนานถ้ำปุ่ม ถ้ำปลา ถ้ำเปลวปล่องฟ้า และบางส่วนของตำนานพระธาตุดอยตุงและตำนานถ้ำปุ่มฯ ยังปรากฏในนิทาน/ตำนาน เช่น ตำนานเมืองสุวัณณโคมคำ และตำนานสิงหนติ โดยอาจจะขยายด้วยการให้รายละเอียดมากขึ้น อย่างไรก็ตามแหล่งข้อมูลที่เป็นต้นเค้า เช่น ตำนานมูลสาสนา ชินกาลมาลีปกรณ์ ตำนานเมืองเชียงแสน ตำนานเมืองเชียงราย ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ และตำนานเมืองน่าน ไมได้กล่าวถึงพระธาตุดอยตุงและถ้ำ
ตามตำนานสิงหนติกุมมาน พระมหากัสสปะได้อัญเชิญพระธาตุรากขวัญเบื้องซ้าย (กระดูไหปลาร้า) มายังโยนกนาคพันธุ์ตรงกับรัชสมัยพระเจ้าอชุตราช รัชกาลที่ 3 ราชวงศ์สิงหนติ (ตำนานสิงหนวติกุมาร ฉบับสอบค้น ระบุ พ.ศ.561) พระองค์อาราธนาพระธาตุไปประดิษฐานบนก้อนหินทรงมะนาวผ่าซีกบนดอยดินแดง พระธาตุจมลงในก้อนหินนั้นแล้ว พระมหากัสสปะจึงเนรมิตตุงยาว 7,000 วา กว้าง 500 วา เสาตุงสูง 8,000 วา เป็นหมายของพระธาตุ ผู้คนจึงพากันเรียกว่า “ดอยตุง”
ทั้งหมดนี้เป็นเนื้อหาโดยสังเขปเกี่ยวกับเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นบริเวณที่ตั้งยอดดอยเหล่านี้จากเอกสารพื้นถิ่น จะเห็นได้ว่าไม่เคยมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับนางเจ้าหญิงผู้ใดเมืองใดมานอนตายอยู่ที่นี้ แล้วคำว่า “ดอยนางนอน” เกิดขึ้นได้อย่างไร
เมื่อครั้งสงครามมหาเอเชียบูรพา กองทัพสยามได้ยาตราเข้าสู่เชียงตุง โดยใช้เส้นทางผ่านบริเวณกลุ่มดอยนี้ กองทัพสยามได้ใช้ถ้ำต่างๆ เป็นที่พักหลับนอน (มีชื่อ ร้อยเอกชั้น ยงใจยุทธ จารึกอยู่ในถ้ำปุ่ม) มีการเรียกชื่อเทือกเขานี้ตามจินตภาพที่ได้เห็นว่าเหมือนหญิงสาวนอนทอดกายอยู่ และใช้เป็นการสื่อสารระบุตำแหน่งของกองกำลังที่ตั้งอยู่ว่า “ดอยนางนอน”
หลังจากสงครามสิ้นสุด ทั้งนักข่าว นักกวี สารคดี ต่างๆ ได้ลงพื้นที่ทำข่าว เขียนเรื่อง แต่กลอน แต่งเพลง กันอย่างแพร่หลาย โดยใช้ชื่อ “ดอยนางนอน” เป็นหลักในการเขียน ทำให้ “ดอยนางนอน” เริ่มแพร่หลายเป็นที่คุ้นหูชินตากันเมื่อราวๆ พ.ศ.2490 เป็นต้นมา
ความเป็นมาของดอยนางนอนแห่งนี้เกิดจากรูปลักษณ์ทางธรรมชาติแลคล้ายหญิงสาวนอนทอดกายอยู่ เมื่อมองจากทิศตะวันออกไปทางตะวันตกเท่านั้น และบริเวณที่เห็นได้ชัดจะอยู่ที่ตำบลแม่คำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย หลังจากนั้นจึงมีการแต่งเรื่องราว เรื่องเล่า เป็นนิทานขึ้นหลายสำนวน ให้เป็นเรื่องสนุกสนานปนเศร้าโศก และผูกโยงไปถึงความอาถรรพ์ต่างๆ นานา ดังที่เราๆ ท่านๆ ได้รับรู้ตามสื่อออนไลน์ทั้งหลายนี้
ผมเองไม่ปฏิเสธการเรียกชื่อ “ดอยนางนอน” ซึ่งถือเป็นพัฒนาการของการรับรู้แต่ละช่วงของกาลเวลา แต่ไม่ยินดีและคัดค้านการแต่งเติมเสริมเรื่องให้เข้าไปสู่ความอาถรรพ์ พิลึกพิสดาร อันจะก่อให้เกิดความเสียหาย บิดเบือน ต่อประวัติศาสตร์พื้นถิ่นได้ในอนาคต

