ไม่เพียงเฉพาะผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร เท่านั้น ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นฮีโร่ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหา “หมูป่า อะคาเดมี่” 13 ชีวิต ที่เข้าไปติดถ้ำหลวง ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย
ทุกคน ทุกฝ่าย ทุกหน่วยงานที่มีส่วนร่วมและเกี่ยวข้อง ก็ได้รับคำชื่นชมกันถ้วนหน้า
ยกเว้นคนที่เข้าไปเสนอหน้า ไปสร้างปัญหาและความลำบากใจให้กับ”ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์” และคณะ
ขณะที่กระทรวงมหาดไทย ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับการเสนอให้ ครม.มีมติโยกย้ายผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์ จาก จ.เชียงราย ไปเป็นผู้ว่าฯ พะเยา
คำชี้แจงที่บอกว่า เป็นย้ายตามวงรอบนั้น สวนทางกับคำยกย่อง “ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์” ว่าเป็นคนดี และเป็นน้ำดีของกระทรวงมหาดไทย
พร้อมมีเสียงโต้แย้งว่า ถ้าเป็น”น้ำดี”จริง ทำไมจึงถูกย้ายลดชั้น
จาก จ.เชียงราย ที่เป็นเมืองใหญ่ ไปสู่ จ.พะเยา ที่เล็กกว่า
เพราะโดยปกติแล้ว จะเห็นการโยกย้ายจากจังหวัดที่เล็ก ให้ขึ้นชั้นไปยังจังหวัดที่ใหญ่กว่า
การย้ายครั้งนี้ จึงดูเหมือนว่า “ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์” บกพร่องต่อหน้าที่ หรือถูกลงโทษทางการปกครอง
หลายคนมองว่า สาเหตุการโยกย้ายน่ามาจากปัญหาความขัดแย้งกับนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่
ที่ไม่ยอมเซ็นอนุญาตให้ก่อสร้างอนุสาวรีย์ช้างคู่บารมีพญามังราย บนสันดอนทรายกลางแม่นํ้ากก
ซึ่ง “ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์” ให้เหตุผลว่า ถ้าอนุมัติให้ก่อสร้างก็เท่ากับอนุญาตให้มีการรุกล้ำลำน้ำตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
รวมทั้งยังไม่อนุมัติโครงการต่างๆ อีกหลายโครงการที่ส่อไม่โปร่งใส
อีกประเด็นที่ถูกตั้งข้อสงสัยคือ เป็นการเอาใจผู้บริหารท้องถิ่น เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการเลือกตั้งหรือไม่
แต่ในอีกมุมมองหนึ่งที่คิดบวก มองว่า การโยกย้าย “ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์” ไปเป็นผู้ว่าฯ พะเยา เป็นเรื่องที่ดี
ทำให้ “ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์” ได้มีเวลาพักเหนื่อยทั้งใจและกาย จากปัญหาความขัดแย้ง และการทุ่มเทสุดตัวกับการช่วยเหลือ “13 หมูป่าอะคาเดมี่” จนแทบไม่มีเวลาหลับนอน
เมื่อหายเหนื่อยแล้ว คงจะเจริญก้าวหน้าตามสัญญา
ด้วยฝีมือในการทำงาน ที่ควบคุม สั่งการ และชี้แจงทำความเข้าใจ ทำให้ได้รับคำชื่นชมและเป็นที่ชื่นชมของคนเชียงรายและคนทั้งประเทศ ทำให้มองว่า เก้าอี้ผู้ว่าฯ พะเยา เล็กเกินไปซะแล้ว
ภาวะผู้นำที่โดดเด่นอย่างนี้ “ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์” เป็นปลัดหรือรัฐมนตรีได้สบายๆ ไม่อายใคร

