กว่าสองทศวรรษที่คนไทยเคยชินกับดอกเบี้ยถูก ทั้งดอกเบี้ยกู้และดอกเบี้ยฝากมานานนับ 10 ปีหลังเหตุการณ์วิกฤตต้มยำกุ้ง เมื่อปี 2540 เมื่อรัฐบาลขอเข้าโครงการของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เพื่อการฟื้นฟูประเทศ และถูกบังคับให้กดดอกเบี้ยที่เคยอยู่ในหลักดิจิ หรือสองหลัก เหลือเพียงหลักเดียว
จนล่าสุดดอกเบี้ยเงินฝากต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ถูกกว่าเงินเฟ้อ หากเป็นบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยเหลือไม่ถึง 1%
แต่ตอนนี้เริ่มมีการส่งซิกจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยกันแล้ว โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เคยวิเคราะห์ไว้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่าทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์มีความเป็นไปได้จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2561 และอาจจะเห็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ก่อนการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการการนโยบายการเงิน หรือ กนง.สังเกตเห็นจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากพิเศษระยะยาว 12 เดือนปรับขึ้นมาแล้วตั้งแต่ช่วงปลายปี 2560
ขณะที่ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจของธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ทั้งไทยพาณิชย์ กสิกร ทีเอ็มบี ต่างคาดการณ์ว่า กนง.อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะเป็นปีหน้า แต่ปลายนี้อาจได้เห็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายมากกว่า 1.50% ที่คงอัตรานี้ต่อเนื่องมานานแล้ว
ด้วยเหตุผลหลายประการ ทั้งเรื่องธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วขึ้นและมากกว่าที่คาดการ์ไว้ เศรษฐกิจประเทศเติบโตดี ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นกดดันเงินเฟ้อขยับ
กระทั่งการประชุม กนง. ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา คณะกรรมการมีมติ 5 ต่อ 1 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% ต่อปี ส่วนอีก 1 เสียงให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เป็น 1.75% ต่อปี
และที่น่าจับตาคือการแถลงผลการประชุมและการรายงานนโยบายการเงิน เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา
นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธปท. กล่าวในฐานะเลขานุการ กนง. สรุปความว่า กนง.เห็นว่าความจำเป็นที่จะต้องใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากในระดับปัจจุบันจะเริ่มลดลง และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสร้างขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงินในอนาคตจะมีความสำคัญมากขึ้น หากเศรษฐกิจยังคงมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีต่อเนื่องและอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มอยู่ในกรอบเป้าหมายได้ชัดเจนขึ้นในระยะต่อไป ซึ่งที่ผ่านมา กนง.เคยมีการพูดคุยเรื่องนี้
เหมือนเป็นการส่งซิกว่ามีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายมากกว่า 1.50% เร็วขึ้น
ให้หลัง 1 วัน ธนาคารกรุงศรีอยุธยาออกมาประกาศว่าจะทยอยยกเลิกโปรโมชั่นดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในระดับต่ำ 3% เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวแทนอัตราดอกเบี้ยคงที่ 1-3 ปีแรกเหมือนปัจจุบัน เมื่อพ้นสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งหมายความว่าตั้งแต่เดือนสิงหาคมมีความเป็นไปได้ที่อัตราดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านจะแพงขึ้น
ให้หลังอีก 1 วัน หลังข่าวดังกล่าวปรากฏในหน้าสื่อ จึงเห็นภาพประชาชนไปงาน “ธอส. เอ็กซ์โป” อย่างอบอุ่น
ที่สำคัญ เอ็มดี ธอส. นายฉัตรชัย ศิริไล บอกว่าเตรียมวงเงินกู้ซื้อบ้านไว้ 6 พันล้านบาท เพื่อปล่อยสินเชื่อในงาน แต่แค่วันแรกมีขอกู้แล้วถึง 4 พันล้านบาท กว่าจะจบงานที่จัด 4 วัน นายฉัตรชัยประเมินว่าขั้นต่ำจะมีการขอกู้ไม่น้อยกว่า 1 หมื่นล้านบาท!!

