
•…“ข่าวดี” อีกระลอกจาก “13 ชีวิต” ทีมหมูป่าอะคาเดมี่ ดำน้ำออกจากถ้ำ สำเร็จเป็นชุดแรก 4 คน โดยมีซีลและทีมดำน้ำต่างชาติประกบ เมื่อวันอาทิตย์ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา นำส่ง “โรงพยาบาล” เพื่อตรวจและฟื้นฟูร่างกายทันที และจันทร์ที่ 9 ก.ค. เวลา 11.00 น. ทีมช่วยเหลือพาออกมาอีกชุด
•…นอกจากข่าว “13 หมูป่า” แล้ว การทำงานของ “สื่อ” ไทยและเทศกว่า “1 พันชีวิต” ที่หน้าถ้ำหลวงก็ยังเป็นข่าวไปด้วย ตั้งแต่เปรียบเทียบ “เนื้องานข่าว” ของสื่อไทยกับต่างประเทศ ซึ่งมีเนื้อหาหนักแน่นกว่า และรูปแบบที่ “หลากหลาย” กว่า ไม่ว่าจะเป็นแอนิเมชั่น อินโฟกราฟิก โดยเฉพาะ “ญี่ปุ่น” ที่สร้าง “โมเดล” ถอดประกอบได้มาอธิบายสภาพ “ถ้ำหลวง” ได้อย่างเห็นภาพ พอช่วยออกมาได้ก็ทำโมเดลช่องขนาด “70×40 ซม.เศษๆ” จำลองจากในถ้ำ ที่ทีมหมูป่าต้องดำลอดออกมา ให้พิธีกรทดลองสวมขวดอากาศ แล้วลอดให้ดูกันสดๆ
•…สื่อไทยเน้น “รายงานจากพื้นที่” ซึ่งนักข่าวเกาะติดอยู่ ส่วนในห้องส่ง เทคนิคที่ใช้มากคือ “อินโฟกราฟิก” และแอนิเมชั่น เทียบแล้วก็เลยยังวิ่งตามเขาอยู่ ส่วน “วิธีการนำเสนอ” แต่ละสำนักต้องไปทำการบ้าน ปรับปรุงยกระดับกันไป แต่ที่โดนหนักคือ “วิธีการทำข่าว” ในสนามข่าว เช่น นำเอาการโต้ตอบทางวิทยุสื่อสารหรือ “ว.” ของเจ้าหน้าที่มาเผยแพร่ ทีวีอีกช่องส่ง “โดรน” บินตาม ฮ.ที่นำ “หมูป่า” ส่งโรงพยาบาลโดนด่ากระหึ่มทั้งประเทศ สุดท้ายต้องออกมา “ขอโทษ” ต่อสังคม
•…“ปริมาณ” ที่มากของ “สื่อ” ในพื้นที่อันจำกัดของหน้าถ้ำหลวง ไป “ทับซ้อน” พื้นที่สำหรับการกู้ภัย โดยเฉพาะการขนส่ง ลำเลียง ทำให้ต้องเกิดรายการ “จัดระเบียบ” กันนักข่าวออกนอกพื้นที่ ในภาพรวมงานนี้แต่ละสำนักหรือองค์กรสื่อ ต้องก้มหน้าก้มตา “เก็บรับบทเรียนต่างๆ” จากสนามข่าวถ้ำหลวงแห่งนี้ไปสรุป เพื่อพัฒนาคนพัฒนาวงการกันต่อไป
•…รัฐบาลตีปี๊บ เศรษฐกิจกระเตื้อง จีดีพีเติบโต วันก่อนผู้ประกอบการ “เหล้าเบียร์” ระบุว่า 7 เดือนแรกของปี 2561 “สายดื่ม” อาการ “ฝืด” ทำภาษีเหล้าเบียร์ของกรมสรรพสามิตหายไปกว่า 6,000 ล้านบาท เบียร์ต่ำกว่าเป้า 4.3 พันล้านบาท สุราต่ำกว่าเป้า 2 พันล้านบาท เหตุจากการรณรงค์งดดื่มของภาครัฐ การจัดโซนนิ่งห้ามดื่มตามที่ต่างๆ ที่สำคัญคือ “กำลังซื้อ” ใน “ตลาดแมส” วูบ เพราะราคาพืชผลตกต่ำ ขนาดสงกรานต์ที่ถือว่าไฮซีซั่น ยังเฮไม่ออก
•…สำหรับ “บอลโลก” ตั้งเป้าขายเหล้าเบียร์ในช่องทางออนพรีมิส (On premise) หรือร้านกินดื่ม ผับ บาร์ เอาเข้าจริงหงอยเหงาอีก เพราะซื้อกลับไปดื่มกินที่บ้านเป็นหลัก ทำตลาดก็เจอข้อจำกัดของ “พ.ร.บ.แอลกอฮอล์” จบบอลโลกนี้ ตลาดจะเงียบลงไปอีก แล้วยังมี “โลว์ซีซั่น” รออีก คือ “หน้าฝน-เข้าพรรษา” เหลือ 2 เดือนสุดท้ายคือ พ.ย.-ธ.ค.ที่พอมีเงื่อนไขเร่งตลาด
•…เหล้าเบียร์จึงสะท้อนภาพใหญ่ “เศรษฐกิจปากท้อง” ของประชาชนทั่วไป และหากสภาพยังดำเนินไปเช่นนี้ น่าคิดว่าจะส่งผลต่อ “การเมือง” แค่ไหนยังไง ถ้าเศรษฐกิจดีเฉพาะทุนใหญ่ แต่ฐานรากฝืดเคือง “ผลคะแนนเสียง” จะแกว่งไกวสั่นไหวไปออกทางไหน คงพอเดากันได้
กาแฟป่า







