หน้าแรก เด่นวันนี้ ปฏิญญามหาสารค...

ปฏิญญามหาสารคาม #เป็นหนี้ก็ต้องจ่าย

20.07.18 | 09:34 น.

เรื่องของ “หนี้ครู” เหมือนหนังม้วนยาวฉายกันไม่มีวันจบ ล่าสุด การแชร์คลิปวีดีโอ “ประกาศปฏิญญามหาสารคาม” ล่อเป้าให้ถนนทุกสายมุ่งส่งก้อนอิฐก้อนหินมากกว่าดอกไม้ถาโถมเข้าไป ถูกสื่อพาดหัวกันหลากรสหลากอารมณ์ ทั้ง “เบี้ยวหนี้” บ้าง “ชักดาบ” บ้าง ยังเกิดคำแฮชแทคในโลกออนไลน์ไปแล้วว่า “#เป็นหนี้ก็ต้องจ่าย

อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการประชุมผู้นำเครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูแห่งประเทศไทย เมื่อ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม อ้างถึงปี 2552 หรือ 11 ปีที่แล้ว ที่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ทำข้อตกลงกับธนาคารออมสิน ให้สมาชิกโครงการสวัสดิการเงินการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) กู้เงินจากธนาคารออมสินรายละไม่เกิน 3 ล้านบาท ผ่อนชำระ 30 ปี หรือ 360 งวด

การปล่อยกู้คิดดอกเบี้ยที่ 6-6.5 % ต่อปี แทนที่จะคิดเหมือนคนทั่วไปตามเพดานแบ็งก์ชาติกำหนดไว้ไม่เกินปีละ 28% ยังน้อยกว่าหนี้นอกระบบคิดถึงเดือนละ 10% ตามวัตถุประสงค์ของการปล่อยกู้เพื่อให้นำเงินไปใช้หนี้สถาบันการเงินและหนี้นอกระบบ ที่มีดอกเบี้ยสูงกว่าดังกล่าวมากมาย ตามด้วยเพื่อให้ครูมีเงินไปซื้อบ้านหรือสร้างที่อยู่อาศัย เพื่อซื้อรถยนต์หรือยานพาหนะ ไปซื้อหุ้นหรือลงทุนทำธุรกิจ และเพื่อใช้จ่ายในการศึกษาหรือธุรกรรมที่จำเป็นอื่นๆ

จะเห็นว่า เงินที่ปล่อยกู้หากเอาไปทำธุรกิจต่อยอดก็นับว่าถูกกว่าการขอกู้ทำธุรกิจโดยตรงอยู่แล้ว

เมื่อ 11 ปีที่แล้ว บรรดาครูและบุคลากรในกระทรวงศึกษาธิการได้ดีลที่ดีที่สุด คนนอกไม่มีทางได้ ธนาคารออมสินได้ทำสัญญาส่วนนี้ถล่มทลายถึง 450,000 สัญญา วงเงินสูงกว่า 4 แสนบาท ที่สำคัญมีการทำประกันชีวิตในดีล ป้องกันไม่ให้หนี้สูญหรือเป็นภาระกับทายาทและคนค้ำแล้ว วงเงินจากกรมธรรม์คอยช่วยทายาทที่ระบุไว้ในสัญญาประกันชีวิต แถมเงินประกันตัวนี้ ทางแบงก์ออมสินปล่อยกู้ให้ด้วย

Advertisement

11 ปีต่อมาหรือที่ผ่านมา คนที่กู้มีทั้งเกษียณบ้าง เสียชีวิตไปบ้าง แต่กลุ่มที่ประกาศปฏิญญานออกมา ส่วนใหญ่เป็นครูเกษียณกลับเดือดร้อน อ้างว่าไม่เข้าใจกับดอกเบี้ยของโครงการ กู้มาหลายปีเงินต้นไม่ลด จึงมีประกาศของกลุ่มครูว่า ขอให้รัฐบาลและธนาคารออมสินพักหนี้ ช.พ.ค. ทุกโครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป อ้างถึงลูกหนี้ ช.พ.ค.จำนวน 450,000 คน จะยุติการชำระหนี้กับธนาคารออมสินตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2561 เป็นต้นไป

หลังเป็นข่าว ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผอ.แบงก์ออมสิน ให้ชี้แจงว่าโครงการกู้ดีลนี้ ลูกหนี้ชั้นดีถึง 99% ลูกหนี้ที่ดีมีไม่ถึง 1% ที่มีปัญหาและไม่อยากผ่อนชำระคืน

“เมื่อยืมเงินใครมาก็ต้องชำระคืน ยิ่งเป็น แม่พิมพ์ของชาติด้วยก็ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีของเยาวชน” ผอ.แบงก์ออมสินยืนยันด้วยว่า ปัจจุบันยังช่วยเหลือปรับโครงสร้างหนี้ให้ครู ผ่อนชำระแล้วเหลือเงิน 30% ของเงินเดือน จะให้ผ่อนแค่ดอกเบี้ย แต่ไม่ต้องส่งเงินต้น แต่หากผ่อนแล้วเหลือเงิน 15-30% ไม่ต้องผ่อนเงินต้น และผ่อนดอกเบี้ยเพียงแค่ครึ่งเดียว และถ้าผ่อนแล้วเหลือเงินน้อยกว่า 15% ไม่ต้องผ่อนเงินต้น แต่ผ่อนดอกเบี้ยเพียง 25% และลดดอกเบี้ยให้ลูกหนี้ ที่มีประวัติผ่อนชำระดี 0.5-1%

ผอ.แบงก์ออมสินยังให้สัมภาษณ์วิทยุรายการหนึ่งด้วยว่า “ดอกเบี้ยที่กำหนดให้ในโครงการนี้ถือว่าถูกที่สุดในโลกแล้ว”

สโลแกนที่ใช้ในปฏิญญามหาสารคาม ร่วมกันว่า “ปลดหนี้ครู ปลดหนี้ กยศ. ปลดแอกการศึกษาไทย” คงต้องเก็บม้วนฉากไปก่อน

คนที่บอกว่าเดือดร้อนก็ไม่น่าจะเรียกร้องอะไรได้มากถึงขั้นต่อรองขอให้ลดดอกเบี้ยเหลือ 1% ในการขอปรับโครงสร้างชำระหนี้ แล้วคนที่เป็นหนี้ในโครงการกู้เดียวกันนี้ เป็นลูกหนี้ชั้นดีถึง 99% ล่ะ สมควรที่จะได้รับการดูแลมากกว่าด้วยซ้ำ ที่ไม่เข้าใจคือในประกาศขอพักหนี้ยังไปคิดแทนคนทั้งหมด 450,000 คนที่เข้าโครงการอีก

หัวอกคนในประเทศนี้ทั้งคนรวยคนจนส่วนใหญ่ก็กู้เงินกันทั้งนั้น จะกู้ในระบบหรือนอกระบบก็ว่ากันไป แต่เมื่อกู้ไปแล้วไม่สามารถไปจ่ายได้ ทางที่ดีเข้าไปคุยกับแบงก์ เจ้าหนี้ทุกประเภทคงไม่ต้องการหนี้สูญ และมีลูกหนี้อีกมากมายมหาศาลก็ชดใช้หนี้ไปตามสภาพ

แต่ถ้าเบี้ยวหนี้หรือชักดาบ ก็มีกระบวนการทางกฎหมายดูแลต่อไป ก็เท่านั้นเอง