จากประวัติศาสตร์ถึง’นวัตกรรม’ ฝรั่งเศส-ไทย เมื่อวาน วันนี้ อนาคต

27.07.18 | 18:11 น.
พลุฉลองวันชาติฝรั่งเศสปี 61 เหนือแม่น้ำเจ้าพระยา

ถือเป็นงานฉลองวันชาติฝรั่งเศสที่พิเศษเป็นอย่างยิ่งสำหรับปีนี้ 14 กรกฎาคม 2561 เพราะในวันรุ่งขึ้น ทีมชาติฝรั่งเศสฟาดแข้งกับทีมชาติโครเอเชียในมหกรรมบอลโลก 2018 โดยเป็นผู้คว้าชัยไปครอง แม้ ฯพณฯ จิลส์ การาชง เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ขึ้นเวทีปล่อยมุขบนเรือสำราญท่ามกลางผู้ร่วมงานวันชาติในค่ำคืนดังกล่าวหลังแขกบนเรือส่งเสียงเชียร์ทีมชาติฝรั่งเศสล่วงหน้า โดยท่านทูตพูดออกไมค์อย่างเสียงดังฟังชัดว่า “ขอบคุณที่สนับสนุนโครเอเชีย”

ทำเอาแขกเหรื่อหัวเราะลั่นพร้อมส่งเสียงเชียร์อีกรอบ!

ฯพณฯ จิลส์ การาชง เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยและภริยา ในงานวันชาติฝรั่งเศส 14 กรกฎาคม 61 บนเรือสำราญล่องแม่น้ำเจ้าพระยา

ในค่ำคืนดังกล่าว ท่านทูตยังกล่าวถึงประเด็นความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยและฝรั่งเศส รวมถึงการเดินทางไปเยือนฝรั่งเศสของ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยได้เข้าหารือกับนายเอ็มมานูแอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และยืนยันถึงการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยในต้นปีหน้า ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี นอกจากนี้นายมาครงก็ได้ตอบรับร่วมประชุมอาเซียนในปีหน้าด้วยเช่นกัน

ส่วนความสัมพันธ์ฝรั่งเศสเป็นที่ทราบกันดีว่ามีมาอย่างยาวนาน มีบุคคลในประวัติศาสตร์สยามมากมายตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา บรรยากาศในเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองวันชาติฝรั่งเศส ส่วนของทำเนียบเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ประจำประเทศไทย ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก กรุงเทพฯ ได้นำภาพถ่ายมากมายที่แสดงถึงแนบแน่นระหว่าง 2 ชาติตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันมาจัดแสดงให้ชม อาทิ ภาพพระราชสาส์นทองคำพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวถึงพระเจ้านโปเลียนที่สามแห่งฝรั่งเศส, สำเนาภาพหนังสือพิมพ์ฝรั่งเศสนำเสนอข่าวเมื่อครั้งรัชกาลที่ 5 ประพาสยุโรป และภาพการเสด็จพระราชดำเนินเยือนฝรั่งเศสของพระมหากษัตริย์ไทยและพระบรมวงศานุวงศ์ เป็นต้น

Advertisement
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าพบปะนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

สำหรับบริบทในปัจจุบัน เมื่อไม่นานมานี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ได้เข้าหารือกับนายเอ็มมานูแอล มาครงประธานาธิบดีฝรั่งเศส ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และยืนยันถึงการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยในต้นปีหน้า ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี

ชาวฝรั่งเศสมีบทบาทในการบันทึกประวัติศาสตร์เปี่ยมสีสันตั้งแต่ยุคอยุธยา ดังเช่น ภาพเรือยาวรับคณะทูตพิเศษจากราชสำนักฝรั่งเศส และเรือยาวของพระเจ้ากรุงสยาม เชิญพระราชสาส์นของสมเด็จพระเจ้ากรุงฝรั่งเศส โดย “ลาลูแบร์”

โดยใน พ.ศ.2561 นี้นับเป็นจุดเปลี่ยนของความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับฝรั่งเศสหลังจากนายกรัฐมนตรีของไทยเยือนฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยมีการสะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมของทั้ง 2 ประเทศ มีการหารือความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ และเป็นสักขีพยานร่วมกันในพิธีแลกเปลี่ยนความตกลงว่าด้วยการจัดหาดาวเทียมสำรวจทรัพยากรโลก ธีออส 2 โดยประเทศฝรั่งเศส และความตกลงว่าด้วยการร่วมทุนระหว่างบริษัทแอร์บัสกับบริษัทการบินไทยในการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานที่ทันสมัยในภูมิภาคอีกด้วย

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ที่กรุงเทพฯ มีการจัดสัมมนาไทย-ฝรั่งเศสด้านการขนส่งในเขตเมืองและทางราง เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทฝรั่งเศสและไทย หารือประเด็นโครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็น รถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ เป็นต้น

การบุกยึดบาสตีย์ (La prise de la Bastille) 14 กรกฎาคม ค.ศ.1789 ศิลปินโคล้ด โซล่า (Claude Cholat), ภาพวาดสีกรอช, พิพิธภัณฑ์กานาวาเล่

ที่น่าสนใจคือ ยังมีการเปิดเผยข้อมูลที่ว่า หากเปรียบเทียบกันแล้ว การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในกรุงเทพฯ มีมูลค่าสูงกว่าการลงทุนในปารีสและชานเมืองเสียอีก

นอกจากนี้ เมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ก็มีการหารือร่วมกันในงาน THAI-FRENCH CITY FORUM เน้นย้ำการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความเห็นในประเด็นโครงการสมาร์ทซิตี้ ย่านอัจฉริยะและยั่งยืน และเขตอุตสาหกรรมในประเทศไทย โดยหลายหน่วยงานในภาครัฐและเอกชนของไทย ได้พบปะคณะผู้แทนฝรั่งเศสซึ่งรวบรวมบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกด้าน “สมาร์ทซิตี้”

เมื่อเขยิบมาส่องข้อมูลในประเด็นดังกล่าวจะพบว่าสมาร์ทซิตี้ 5 ใน 10 อันดับแรกจากการจัดอันดับสมาร์ทซิตี้ที่ดีที่สุดในยุโรปในแง่ของปัจจัยสิ่งแวดล้อม โดยมหาวิทยาลัยเวียนนา และ 31 แห่ง จาก 240 แห่งได้รับการรับรองจากสหภาพยุโรป (อียู) ก็ตั้งอยู่ในฝรั่งเศสด้วย ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการประเมินว่าโอกาสทางการเงินในสมาร์ทซิตี้ของฝรั่งเศสจะมีมูลค่าสูงถึง 182.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2022 ซึ่งทำให้ฝรั่งเศสกลายเป็นสมาร์ทซิตี้ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากจีนและสหรัฐอเมริกา

ปืนใหญ่สยาม จากนิทรรศการผู้มาเยือนแวร์ซาย ค.ศ.1682-1789 เครื่องบรรณาการที่สยามส่งให้ฝรั่งเศสเมื่อครั้งที่คณะทูตในพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เดินทางมาเข้าเฝ้าฯสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ก่อนพลิกสู่บทบาทใหม่ครั้งสำคัญกับการปฏิวัติฝรั่งเศสปัจจุบันเป็นสมบัติของพิพิธภัณฑ์ปืนใหญ่หลวง (Royal Artillery Museum) สหราชอาณาจักร (ภาพโดย Dean Belcher)

หากมองภาพในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ฝรั่งเศสและไทยต่างพร้อมใจสนับสนุนการลงทุนระหว่างกัน บริษัทชั้นนำของไทยเลือกไปลงทุนที่ฝรั่งเศส ในขณะที่บริษัทฝรั่งเศสก็ยังลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมักเป็นกลุ่ม “คนรุ่นใหม่” ที่มาเปิดกิจการในไทย สะท้อนความน่าดึงดูดของประเทศนี้

ในอนาคตอันใกล้มากๆ ทั้ง 2 ประเทศก็คาดหวังให้มีการรื้อฟื้นการเจรจาทางการค้าระหว่างสหภาพยุโรปกับไทยในปี 2562 เพื่อเพิ่มดีกรีความแน่นแฟ้น การหารือระดับสูงทางเศรษฐกิจครั้งที่ 3 ก็จะมีขึ้นในปลายเดือนกันยายน 2561 นี้ ณ กรุงปารีส

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า เซ็นสัญญาเลือกแอร์บัสจากฝรั่งเศส มูลค่าเกือบ 7 พันล้านบาท (ภาพจาก https://esdpa.org)

ปิดท้ายด้วยประเด็นสำคัญไม่แพ้กันอย่างการศึกษา ซึ่งจะมีการส่งเสริมเช่นกัน โดยเฉพาะในด้านภาษา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมฝรั่งเศสที่คนไทยคุ้นเคย โดยปัจจุบันในเมืองไทยมีผู้ใช้ภาษาฝรั่งเศสถึง 562,000 คน มีครูภาษาฝรั่งเศสระดับมัธยมและมหาวิทยาลัย 550 คน ส่วนผู้เรียนภาษาฝรั่งเศสมีจำนวน 30,000 คน

กล่าวโดยสรุปว่า จากนี้สืบไปในอนาคต ความร่วมมือระหว่างฝรั่งเศสและไทยจะมีการทำงานที่ใกล้ชิดกันมากขึ้นในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีการสื่อสาร วิทยาศาสตร์ งานวิจัย การแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการศึกษา รวมถึงด้านธุรกิจการลงทุน

บรรยากาศยามค่ำคืนที่สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสฯ เจริญกรุง คึกคักด้วยแขกเหรื่อในแวดวงต่างๆ มากมายทั้งชาวไทยและต่างชาติ อาทิ นายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย, รศ.โคทม อารียา นักวิชาการด้านสันติวิธีชื่อดัง, ผศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ และนางปองขวัญ สุขวัฒนา ลาซูส สถาปนิกชื่อดัง เป็นต้น

ตัดภาพมาในงานวันชาติฝรั่งเศสอีกครั้ง

“ประเทศไทยเป็นประเทศที่สวยงาม ผู้คนน่าอัศจรรย์ ผมและภรรยารักประเทศนี้ เรารักคนไทย สำหรับที่นี่ เวลาผ่านไปเร็วเกินไป 3 ปี ในเมืองไทย ให้ความรู้สึกเหมือนเมื่อวาน”

คือคำกล่าวของ ฯพณฯ จิลส์ ในช่วงท้ายก่อนจุดพลุฉลองอย่างตระการตาริมฝั่งเจ้าพระยา

งดงาม รุ่งโรจน์ ไม่ต่างจากความสัมพันธ์ฝรั่งเศส-ไทยที่ยั่งยืนนับแต่อดีต วันนี้ และอนาคต

หมอลำอีสานสุดครึกครื้นที่บ้านพักทูตฝรั่งเศส

แบบเรียนภาษาฝรั่งเศสเล่มเก่าแก่ที่เด็กมัธยมปลายไทยคุ้นตา โดยปัจจุบันมีผู้เรียนภาษาฝรั่งเศส 30,000 คน