ถือเป็นงานฉลองวันชาติฝรั่งเศสที่พิเศษเป็นอย่างยิ่งสำหรับปีนี้ 14 กรกฎาคม 2561 เพราะในวันรุ่งขึ้น ทีมชาติฝรั่งเศสฟาดแข้งกับทีมชาติโครเอเชียในมหกรรมบอลโลก 2018 โดยเป็นผู้คว้าชัยไปครอง แม้ ฯพณฯ จิลส์ การาชง เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ขึ้นเวทีปล่อยมุขบนเรือสำราญท่ามกลางผู้ร่วมงานวันชาติในค่ำคืนดังกล่าวหลังแขกบนเรือส่งเสียงเชียร์ทีมชาติฝรั่งเศสล่วงหน้า โดยท่านทูตพูดออกไมค์อย่างเสียงดังฟังชัดว่า “ขอบคุณที่สนับสนุนโครเอเชีย”
ทำเอาแขกเหรื่อหัวเราะลั่นพร้อมส่งเสียงเชียร์อีกรอบ!

ในค่ำคืนดังกล่าว ท่านทูตยังกล่าวถึงประเด็นความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยและฝรั่งเศส รวมถึงการเดินทางไปเยือนฝรั่งเศสของ
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยได้เข้าหารือกับนายเอ็มมานูแอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และยืนยันถึงการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยในต้นปีหน้า ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี นอกจากนี้นายมาครงก็ได้ตอบรับร่วมประชุมอาเซียนในปีหน้าด้วยเช่นกัน
ส่วนความสัมพันธ์ฝรั่งเศสเป็นที่ทราบกันดีว่ามีมาอย่างยาวนาน มีบุคคลในประวัติศาสตร์สยามมากมายตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา บรรยากาศในเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองวันชาติฝรั่งเศส ส่วนของทำเนียบเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ประจำประเทศไทย ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก กรุงเทพฯ ได้นำภาพถ่ายมากมายที่แสดงถึงแนบแน่นระหว่าง 2 ชาติตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันมาจัดแสดงให้ชม อาทิ ภาพพระราชสาส์นทองคำพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวถึงพระเจ้านโปเลียนที่สามแห่งฝรั่งเศส, สำเนาภาพหนังสือพิมพ์ฝรั่งเศสนำเสนอข่าวเมื่อครั้งรัชกาลที่ 5 ประพาสยุโรป และภาพการเสด็จพระราชดำเนินเยือนฝรั่งเศสของพระมหากษัตริย์ไทยและพระบรมวงศานุวงศ์ เป็นต้น

สำหรับบริบทในปัจจุบัน เมื่อไม่นานมานี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ได้เข้าหารือกับนายเอ็มมานูแอล มาครงประธานาธิบดีฝรั่งเศส ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และยืนยันถึงการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยในต้นปีหน้า ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี

โดยใน พ.ศ.2561 นี้นับเป็นจุดเปลี่ยนของความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยกับฝรั่งเศสหลังจากนายกรัฐมนตรีของไทยเยือนฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยมีการสะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมของทั้ง 2 ประเทศ มีการหารือความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ และเป็นสักขีพยานร่วมกันในพิธีแลกเปลี่ยนความตกลงว่าด้วยการจัดหาดาวเทียมสำรวจทรัพยากรโลก ธีออส 2 โดยประเทศฝรั่งเศส และความตกลงว่าด้วยการร่วมทุนระหว่างบริษัทแอร์บัสกับบริษัทการบินไทยในการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานที่ทันสมัยในภูมิภาคอีกด้วย
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ที่กรุงเทพฯ มีการจัดสัมมนาไทย-ฝรั่งเศสด้านการขนส่งในเขตเมืองและทางราง เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัทฝรั่งเศสและไทย หารือประเด็นโครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็น รถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ เป็นต้น

ที่น่าสนใจคือ ยังมีการเปิดเผยข้อมูลที่ว่า หากเปรียบเทียบกันแล้ว การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในกรุงเทพฯ มีมูลค่าสูงกว่าการลงทุนในปารีสและชานเมืองเสียอีก
นอกจากนี้ เมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ก็มีการหารือร่วมกันในงาน THAI-FRENCH CITY FORUM เน้นย้ำการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความเห็นในประเด็นโครงการสมาร์ทซิตี้ ย่านอัจฉริยะและยั่งยืน และเขตอุตสาหกรรมในประเทศไทย โดยหลายหน่วยงานในภาครัฐและเอกชนของไทย ได้พบปะคณะผู้แทนฝรั่งเศสซึ่งรวบรวมบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกด้าน “สมาร์ทซิตี้”
เมื่อเขยิบมาส่องข้อมูลในประเด็นดังกล่าวจะพบว่าสมาร์ทซิตี้ 5 ใน 10 อันดับแรกจากการจัดอันดับสมาร์ทซิตี้ที่ดีที่สุดในยุโรปในแง่ของปัจจัยสิ่งแวดล้อม โดยมหาวิทยาลัยเวียนนา และ 31 แห่ง จาก 240 แห่งได้รับการรับรองจากสหภาพยุโรป (อียู) ก็ตั้งอยู่ในฝรั่งเศสด้วย ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการประเมินว่าโอกาสทางการเงินในสมาร์ทซิตี้ของฝรั่งเศสจะมีมูลค่าสูงถึง 182.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2022 ซึ่งทำให้ฝรั่งเศสกลายเป็นสมาร์ทซิตี้ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากจีนและสหรัฐอเมริกา

หากมองภาพในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ฝรั่งเศสและไทยต่างพร้อมใจสนับสนุนการลงทุนระหว่างกัน บริษัทชั้นนำของไทยเลือกไปลงทุนที่ฝรั่งเศส ในขณะที่บริษัทฝรั่งเศสก็ยังลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมักเป็นกลุ่ม “คนรุ่นใหม่” ที่มาเปิดกิจการในไทย สะท้อนความน่าดึงดูดของประเทศนี้
ในอนาคตอันใกล้มากๆ ทั้ง 2 ประเทศก็คาดหวังให้มีการรื้อฟื้นการเจรจาทางการค้าระหว่างสหภาพยุโรปกับไทยในปี 2562 เพื่อเพิ่มดีกรีความแน่นแฟ้น การหารือระดับสูงทางเศรษฐกิจครั้งที่ 3 ก็จะมีขึ้นในปลายเดือนกันยายน 2561 นี้ ณ กรุงปารีส

ปิดท้ายด้วยประเด็นสำคัญไม่แพ้กันอย่างการศึกษา ซึ่งจะมีการส่งเสริมเช่นกัน โดยเฉพาะในด้านภาษา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมฝรั่งเศสที่คนไทยคุ้นเคย โดยปัจจุบันในเมืองไทยมีผู้ใช้ภาษาฝรั่งเศสถึง 562,000 คน มีครูภาษาฝรั่งเศสระดับมัธยมและมหาวิทยาลัย 550 คน ส่วนผู้เรียนภาษาฝรั่งเศสมีจำนวน 30,000 คน
กล่าวโดยสรุปว่า จากนี้สืบไปในอนาคต ความร่วมมือระหว่างฝรั่งเศสและไทยจะมีการทำงานที่ใกล้ชิดกันมากขึ้นในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีการสื่อสาร วิทยาศาสตร์ งานวิจัย การแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการศึกษา รวมถึงด้านธุรกิจการลงทุน

ตัดภาพมาในงานวันชาติฝรั่งเศสอีกครั้ง
“ประเทศไทยเป็นประเทศที่สวยงาม ผู้คนน่าอัศจรรย์ ผมและภรรยารักประเทศนี้ เรารักคนไทย สำหรับที่นี่ เวลาผ่านไปเร็วเกินไป 3 ปี ในเมืองไทย ให้ความรู้สึกเหมือนเมื่อวาน”
คือคำกล่าวของ ฯพณฯ จิลส์ ในช่วงท้ายก่อนจุดพลุฉลองอย่างตระการตาริมฝั่งเจ้าพระยา
งดงาม รุ่งโรจน์ ไม่ต่างจากความสัมพันธ์ฝรั่งเศส-ไทยที่ยั่งยืนนับแต่อดีต วันนี้ และอนาคต



