หน้าแรก เด่นวันนี้ พรรคการเมือง ...

พรรคการเมือง : ความฝันที่จะเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชน : โดย นิมิตร จินาวัลย์

27.07.18 | 19:01 น.

กระแสทางการเมืองไทยเกี่ยวกับพลังดูด ส.ส.ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แม้จะถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาเพราะเคยมีมาก่อนทุกยุคสมัยจนกลายเป็นวัฒนธรรมทางการเมืองที่ยอมรับว่าเป็นความถูกต้องชอบธรรม หากมองในบริบทของภาพลักษณ์ทางการเมืองถือเป็นความตกต่ำทางการเมืองแห่งยุคสมัย โดยภาพรวมยากที่ฝ่ายใดจะปฏิเสธความรับผิดชอบ เพราะพรรคการเมืองคือสถาบันทางการเมือง เป็นศูนย์รวมของกลุ่มบุคคลเกี่ยวข้องกับความเป็นนักการเมืองมืออาชีพที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ นักการเมืองอาชีพคือผู้ที่อาสาจะเข้ามาทำงานรับใช้ประชาชน เป็นความขาดแคลนทางการเมืองเพราะสิ่งที่เป็นอยู่เป็นเพียงผลประโยชน์ไม่ใช่อุดมการณ์ ที่เลวร้ายที่สุด คือ การไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน ทำให้พรรคการเมืองกับความเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนขาดหายไป

การที่กลุ่มบุคคลยื่นขอจดแจ้งเพื่อจัดตั้งพรรคการเมืองอาจเป็นเพียงพิธีกรรมไม่สอดคล้องกับแนวทางตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ที่บัญญัติให้บุคคลมีเสรีภาพในการรวมกลุ่มกันจัดตั้งพรรคการเมือง ตามวิถีทางการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการบริหารพรรคการเมือง ที่กำหนดให้เป็นไปโดยเปิดเผย และตรวจสอบได้ แต่พฤติกรรมที่ปรากฏกลับปิดบัง อำพราง ซ่อนเร้น ย้อนยุคกลับไปสู่จุดเริ่มต้นเมื่อ 70 กว่าปีที่ผ่านมา เป็นการทำลายหลักการแนวคิดว่าด้วยพรรคการเมือง ที่เป็นการรวมกลุ่มของผู้ที่มีอุดมการณ์ทางการเมือง เป็นองค์กรชี้ทิศทางผ่านอุดมการณ์ทางการเมืองหรือแนวนโยบายของพรรค และเมื่อมีโอกาสได้รับคะแนนเสียงข้างมากจนสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ อุดมการณ์และนโยบายจะถูกแปลงเป็นนโยบายสาธารณะ ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงแห่งรัฐ ที่สำคัญที่สุดคือพฤติกรรมดังกล่าวจะกลายเป็นการผลักไสประชาชนออกไปให้พ้นทางการเข้ามามีบทบาททางการเมืองโดยปริยาย ความหวังที่จะให้พรรคการเมืองกลายเป็นพรรคที่มีฐานของมวลชนจึงเป็นเพียงแค่อุดมคติ เป็นได้แค่กลุ่มผลประโยชน์ เพื่อผลักดันและแสวงหาอำนาจจากด้านบนที่ประชาชนเป็นเพียงผู้ขอและรอรับบริการ การถูกหยิบยื่นเป็นเพียงการบรรเทาความเหลื่อมล้ำก็ยังปรากฏตราบเท่าที่ปัญหาสำคัญๆ ไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาแก้ไขอย่างถอนรากถอนโคน

ศ.ฟรองซัวส์ โบเรลล่า ได้จำแนกประเภทพรรคการเมืองตามแนวนโยบายพรรคการเมืองออกเป็น 3 ประเภท คือ

ประเภทแรก พรรคอุดมการณ์ (Ideological Party) หมายถึง พรรคการเมืองที่มีแนวนโยบายสัมพันธ์เป็นองค์รวม

ประเภทที่สอง พรรคยุทธศาสตร์ (Strategic Party) เป็นพรรคที่มีแนวนโยบายที่มีลักษณะต่อเนื่อง และมีความคงเส้นคงวา

Advertisement

ประเภทที่สาม พรรคยุทธวิธี (Tactical Party) หมายถึง พรรคการเมืองที่ไม่มีแนวนโยบายหรือยุทธศาสตร์ที่มีลักษณะต่อเนื่อง แต่จะมีแนวนโยบายผันแปรไปตามสถานการณ์และเปลี่ยนแปลงไปตามเงื่อนไขและโอกาส โดยมิได้คำนึงถึงหลักการและอุดมการณ์ในเชิงต่อเนื่อง พรรคพวกนี้มุ่งหวังเพียงการขึ้นสู่อำนาจทางการเมือง และอาจเป็นลักษณะเพียงพรรคฉวยโอกาส (Opportunist Party)

พรรคการเมืองในประเทศไทยส่วนมากเป็นพรรคยุทธวิธี จะเห็นได้จากการจัดตั้งโดยการรวมกลุ่มบุคคลเพื่อสนับสนุนบุคคลเข้าสู่อำนาจทางการเมือง อาจเรียกว่าเป็นพรรคเฉพาะกิจก็ได้ มีเพียงพรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียวที่มีแนวโน้มที่จะเป็นพรรคของมวลชน เพราะมีสมาชิกที่แจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองจำนวนเกือบ 3 ล้าน มีสาขาพรรคกว่า 175 สาขา แต่ถูกยุบไปตามคำสั่งที่ 53/2560 เป็นพรรคเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทยก่อตั้งเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2489

ปี 2561 พรรคได้ประกาศทิศทางการเมืองใหม่ เพื่อให้ประชาชนเข้ามามีบทบาทส่วนร่วมอย่างแท้จริง นอกจากการปฏิบัติตามกฎหมายพรรคการเมืองแล้ว ในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคจะต้องผ่านการคัดเลือกจากสมาชิกทั่วประเทศก่อน อาจกล่าวได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์มีคุณูปการต่อแผ่นดินไทยมาโดยตลอด ที่น่าจะกล่าวถึงอีกพรรคแม้จะเป็นพรรคที่เริ่มก่อตั้ง คือพรรคอนาคตใหม่ที่กล้าประกาศตัวอย่างเปิดเผยถึงอุดมการณ์ของพรรค แนวทางการทำงานของพรรค และแสดงวิสัยทัศน์ยึดหลัก 3 ประการ คือ มุ่งมั่นทำงานทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เสนอนโยบายที่ก้าวหน้าและกระจายอำนาจลดความเหลื่อมล้ำ เคารพสิทธิมนุษยชน มีการลงพื้นที่พบปะกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญยิ่งคือการมองพรรคการเมืองที่ไม่ใช่ศัตรูทางการเมือง แต่มองการเมืองเป็นคู่แข่งทางการเมือง เพื่อทำความดีเอาชนะใจประชาชน

สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นจริงในทางการเมืองหรือไม่ และกับวาทะที่ว่า “ผมไม่สามารถจะเห็นสังคมแบบนี้ถูกส่งมอบให้กับคนรุ่นต่อๆ ไป” จึงเป็นความท้าทายยิ่งนัก เพราะการเมืองที่มีวัฒนธรรมทางการเมืองแบบระบบอุปถัมภ์ยังมีอิทธิพลอยู่สูงในการกำหนดรูปแบบ ลักษณะ และพัฒนาของพรรคการเมือง

ครับ… วิวัฒนาการพรรคการเมืองแม้จะล่วงเลยมาเป็นหลายทศวรรษ เกือบจะเข้าสู่ 1 ศตวรรษในอีก 18 ปีข้างหน้า กับแนวทางการปฏิรูปทางการเมือง พรรคการเมืองหากมองไปที่โครงสร้างตามกรอบที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะระบบเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบจัดสรรปันส่วนผสม พระราชบัญญัติพรรคการเมืองที่มุ่งหมายจะให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชน จนกลายเป็นอุปสรรคและอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่เกิดพรรคการเมืองเป็นจำนวนมากเพื่อเข้ามาขอส่วนแบ่งทางการเมืองโดยที่ประชาชนไม่มีส่วนรู้เห็น

นี่คือการเมืองปิด

นิมิตร จินาวัลย์