หน้าแรก เด่นวันนี้ เสียงหนุน-เสี...

เสียงหนุน-เสียงค้าน เล็งขยายพื้นที่ ‘อีอีซี’

15.08.18 | 09:49 น.

หมายเหตุ – กรณีรัฐบาลมีโครงการอีอีซี หรือระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ในพื้นที่ จ.ชลบุรี ระยองและฉะเชิงเทรา เป็นแผนการผลักดันให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ภายใต้ยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในอนาคตอย่างยั่งยืน ล่าสุด รัฐบาลอยู่ระหว่างศึกษาขยายพื้นที่เขตอีอีซี ครอบคลุมอีก 3 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว จันทบุรี และตราด ต่อไปนี้เป็นการให้ความเห็นของผู้เกี่ยวข้องในส่วนภาครัฐและเอกชนของ 3 จังหวัดดังกล่าว


ประเสริฐ ลือชาธนานนท์
ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด

ประเสริฐ ลือชาธนานนท์

ที่ผ่านมา จ.ตราดถูกมองจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนว่า เป็นจังหวัดปลายสุดของประเทศด้านตะวันออกเป็นเมืองไม่มีศักยภาพใดๆ แต่วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป ยุคนี้เป็นยุคของการค้า การท่องเที่ยว จ.ตราด เคยเป็นเมืองชายแดน และเพื่อนบ้านไม่สงบ วันนี้มีสันติภาพ มีการค้าขาย การท่องเที่ยวรวมทั้งการลงทุนระหว่างกัน จ.ตราดที่มีพื้นที่ชายแดนใน 3 อำเภอติด 3 จังหวัดในกัมพูชา อ.บ่อไร่ กับ จ.พระตะบอง, อ.เมือง กับ จ.โพธิสัตว์ และ อ.คลองใหญ่ กับ จ.เกาะกง มีจุดผ่านแดนถาวรที่เป็นสากลที่บ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ ส่งผลดีต่อการค้าชายแดนฝั่งกัมพูชาและเวียดนาม ในอนาคตจะสามารถเปิดจุดผ่านแดนถาวรที่บ้านท่าเส้นได้ยิ่งส่งผลดีต่อ จ.ตราดอีกมาก

สิ่งที่จะเสริมอีกด้าน คือ การเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ สามารถลงทุนด้านอุตสาหกรรมและเป็นศูนย์กระจายสินค้าไปยังต่างประเทศ อีกทั้งโครงสร้างพื้นฐาน คือ ถนน 4 เลน เป็นถนนสาย A-3 (ถนนสุขุมวิท) มีการดำเนินการ 4 ช่วง จะแล้วเสร็จทั้งหมดในปี 2562 ส่งผลดีต่อการคมนาคม การขนส่งสินค้าได้อย่างดี การที่รัฐบาลจะขยายเขตอีอีซีมา จ.ตราด จะกลายเป็นศูนย์กลางของประเทศที่เชื่อมการค้า การท่องเที่ยวด้านตะวันออกกับกัมพูชาและเวียดนามตอนใต้ นี่คือ ศักยภาพที่ จ.ตราด จะเกิดขึ้นอีกหลายด้าน

การเดินทางมายัง จ.ตราด นอกจากถนน 4 เลนแล้ว ยังมีเครื่องบิน ปัจจุบันได้ขยายรันเวย์ให้เครื่องบินพาณิชย์ขนาดใหญ่สามารถลงได้ ทั้งการเดินทางน้ำ กรมเจ้าท่าเปิดเส้นทางใหม่จาก จ.ชลบุรี มายัง จ.ตราด เป็นทางเลือก อย่าลืมว่า จ.ตราด มีแหล่งท่องเที่ยวในระดับนานาชาติถึง 3 เกาะ คือ เกาะช้าง เกาะหมาก และเกาะกูด

Advertisement

การที่รัฐบาลมุ่งขยายพื้นที่อีอีซีเพิ่มอีก 3 จังหวัด น่าจะเป็นตัวเร่งในการพัฒนาและยกระดับการลงทุนใน จ.ตราด เพิ่มขึ้น เป็นตัวเร่งการพัฒนาเขนเศรษฐกิจพิเศษใน อ.คลองใหญ่ ได้รวดเร็วขึ้น ทำให้ผู้รับจ้างเห็นแรงจูงใจที่จะทำให้นักลงทุนตัดสินใจได้เร็วขึ้น แน่นอนว่า กรมธนารักษ์เป็นคู่สัญญากับบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟคจำกัด จะได้เร่งรัดให้ดำเนินการเร็วขึ้นเพราะมีปัจจัยหลายอย่างมาเอื้อประโยชน์


วิทูรัช ศรีนาม
ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี

วิทูรัช ศรีนาม

ผมเพิ่งเดินทางมารับราชการที่ จ.จันทบุรีได้ 2 ปี ช่วงที่รัฐบาลประกาศพัฒนาพื้นที่อีอีซีใน 3 จังหวัดคือ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ยังมองด้วยความน้อยใจว่าทำไมไม่พัฒนามาที่ จ.จันทบุรี ด้วย คิดว่าคนจะหนีจากจันทบุรีไป แต่วันนี้กลับกลายเป็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นที่ จ.จันทบุรี ใน 2 ปี กลับเป็นเรื่องที่ดี เพราะนักลงทุน นักท่องเที่ยวได้เข้ามาลงทุนใน จ.จันทบุรี ไม่ได้หมายความว่าไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลในเรื่องการพัฒนา แต่การพัฒนาไม่ต้องพัฒนาไปทุกด้านทั้งหมด

ต้องยอมรับว่าวันนี้ จ.จันทบุรี ยังขาดแคลนเรื่องโครงสร้างพื้นฐานที่ดี โลจิสติกส์ยังไม่ดี เพราะงบประมาณของจังหวัดไม่เพียงพอ หากรัฐบาลจะมาสร้างทางรถไฟความเร็วสูงหรือสนามบินเราพร้อมสนับสนุน เพราะการเดินทางไปกรุงเทพฯต้องใช้ 3-4 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย แต่ในเรื่องอุตสาหกรรม เราไม่อยากได้ เพราะ จ.จันทบุรีไม่จำเป็นต้องพัฒนาให้เหมือนระยองหรือชลบุรี หรือเราจะพัฒนา จ.พะเยาให้เหมือน จ.เชียงใหม่ จันทบุรีเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงเกษตรและเป็นเมืองสงบ ประชาชนมีความสุขกับสวนผลไม้ก็ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น


สุทธิลักษณ์ คุ้มครองรักษ์
ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ตราด

สุทธิลักษณ์ คุ้มครองรักษ์

จากการประชุมหารือของสภาอุตสาหกรรมในภาคตะวันออกเมื่อช่วงต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา มีการหารือในที่ประชุมเช่นกันเนื่องจากมีปัญหาเรื่องนักลงทุน จ.ปราจีนบุรี กำลังย้ายฐานการผลิตไปยัง 3 จังหวัดในอีอีซี เพราะได้สิทธิต่างๆ ทางภาษีและการลงทุน การถือครองที่ดินได้ดีกว่าปราจีนบุรี ทำให้มีข้อเสนอในการผนวกจังหวัดที่จะลงทุนเป็นอีอีซีบวก 1 (ปราจีนบุรี) เพื่อไม่ให้นักลงทุนจากปราจีนบุรีโยกย้ายฐานการผลิตไป ที่ประชุมเห็นด้วยในการเสนอให้รัฐบาลพิจารณาเพราะโดยสภาพและพื้นฐานของ จ.ปราจีนบุรีมีการลงทุนด้านอุตสาหกรรมที่มีมากพออยู่แล้ว แต่ จ.ตราด และ จ.จันทบุรี หากรัฐบาลจะผนวกไปด้วย อยากจะให้คิดใหม่ เพราะไม่เหมาะสม

โครงสร้างทางเศรษฐกิจของ จ.ตราด และ จ.จันทบุรี เป็นโครงสร้างการผลิตทางด้านการเกษตรกรรมและการบริการอย่างละ 40-50% มีอุตสาหกรรมเพียง 10% ไม่เหมือน จ.ปราจีนบุรี มีภาคการเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม 50% ใกล้เคียงกัน ดังนั้นทั้งสองจังหวัดไม่เหมาะสมที่จะเปลี่ยนแปลงให้เป็นเมืองอุตสาหกรรมตามที่รัฐบาลต้องการ อย่าลืมว่า ทั้งสองจังหวัดไม่มีฐานการผลิตด้านอุตสาหกรรมและไม่มีวัตถุดิบ ไม่มีแรงงานไปรองรับการทำอุตสาหกรรมหนักเหมือนจังหวัดอื่นๆ รัฐบาลจะมองว่าทั้งสองจังหวัดจะได้ประโยชน์นั้นไม่น่าจะใช่ แต่ถ้ามองกลับว่า ทั้ง 3 จังหวัดจะได้ประโยชน์จาก 3 จังหวัดที่เพิ่มไปน่าจะได้

จ.จันทบุรี และ จ.ตราด เป็นเมืองรองรับความเติบโต เป็นเมืองสนับสนุนวัตถุดิบให้จังหวัดในกลุ่มอีอีซีได้ลงทุนด้านอุตสาหกรรมแต่ละด้าน ส่วนโครงสร้างพื้นฐานรัฐบาลต้องทำให้ 2-3 จังหวัดอยู่แล้วเพราะมีการเชื่อมโยงทั้งโครงข่ายการขนส่งทั้งส่งออกไปยังกัมพูชาหรือเวียดนาม และขนส่งวัตถุดิบไปยังจังหวัดในกลุ่มอีอีซี เชื่อมโยงกับพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษทั้งใน จ.ตราด และ จ.สระแก้ว เราต้องการแค่นี้ ไม่ต้องมีเพิ่มหรอก

การประกาศขยายจังหวัดเพิ่มขึ้นของรัฐบาล สิ่งที่น่าจะช่วยให้ดีขึ้นก็คือการที่รัฐบาลจะออกระเบียบและเงื่อนไขในการลงทุนได้สะดวกมากขึ้น การทำโครงการต่างๆ รัฐบาลจะต้องใช้กฎหมายเป็นหลัก


บำรุง ล้อเจริญวัฒนะชัย
ประธานหอการค้า จ.สระแก้ว

บำรุง ล้อเจริญวัฒนะชัย

สระแก้วเป็นจังหวัดที่ได้รับการคัดเลือกเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เป็นจังหวัดนำร่องในการลงทุน โดยระยะแรกใช้พื้นที่ของกรมธนารักษ์ จำนวน 66 ไร่ ที่ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้วส่วนหนึ่ง ในขณะเดียวกันทางรัฐบาลมีนโยบายให้สระแก้วเป็นจังหวัดระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี และมีศักยภาพในการลงทุน ทางหอการค้าเห็นดีด้วย จะเป็นการส่งเสริมการลงทุน สร้างรายได้ให้กับคนชายแดน และสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม อีกด้วย

ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.สระแก้ว อาจจะมีผลกระทบกับการลงทุน คือ ปัญหาที่ดิน ส่วนใหญ่กว่า ร้อยละ 70 เป็นพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ เป็นพื้นที่ ส.ป.ก. การแก้ปัญหาให้นักลงทุนที่จะมาลงทุนต้องแก้ไขตรงนี้ก่อน ส่วนการรถไฟสายตะวันออกจะต้องมีเที่ยววิ่งที่เพียงพอในการขนส่งสินค้าสู่กลุ่มประเทศอาเซียน ทราบว่า ทางการรถไฟฯได้แจ้งว่าจะมีสปรินเตอร์ วิ่งสายภาคตะวันออก แต่เวลาล่วงเลยมาแล้ว 3 เดือน ยังไม่มีวี่แวว รางรถไฟก็สร้างเชื่อมต่อกับกัมพูชาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


ประมวล เขียวขำ
เลขาธิการหอการค้า จ.สระแก้ว

ประมวล เขียวขำ

สระแก้ว เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในการลงทุนอยู่แล้ว หากมีโครงการอีอีซีเข้ามาจะเป็นการดี ประชาชนมีรายได้เพิ่ม เศรษฐกิจชายแดนจะดีขึ้นตามลำดับ ส่วนเขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.สระแก้ว มีอยู่ในเขตพื้นที่ 4 ตำบล คือ ต.ป่าไร่ ต.บ้านด่าน ต.ท่าข้าม และ ต.ผักขะ เท่านั้น หากมีอีอีซีจะครอบคลุมพื้นที่ทั้งจังหวัดมาสู่การพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ส่วนปัญหาต่างๆ นั้น ข้อดีมากกว่าข้อเสียแน่นอน แม้ว่าสระแก้วจะมีปัญหาเรื่องที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ แต่ก็สามารถแก้ไขได้ หากรัฐบาลให้การสนับสนุน