หน้าแรก เด่นวันนี้ ร่วมมือเศรษฐก...

ร่วมมือเศรษฐกิจค้าขายกับจีน อำนวยประโยชน์แก่กันและกัน : โดย ทิวสน

6.09.18 | 14:01 น.

การร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าขายกับประเทศจีนภายใต้ความริเริ่ม “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” เป็นการอำนวยประโยชน์แก่กันและกันซึ่งประสบผลสำเร็จเป็นอันมาก

เฉียน เค่อหมิง รองรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของประเทศจีน ได้กล่าวในที่ประชุมสื่อมวลชนที่ปักกิ่ง เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ว่า 5 ปีที่แล้วมาประเทศจีนได้ขับเคลื่อนการร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าภายใต้ความริเริ่ม “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ได้รับผลสำเร็จอย่างเด่นชัด โดยประเทศจีนได้เป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดกับ 25 ประเทศ ตามเส้นทางดังกล่าว เขากล่าวว่า ฝ่ายประเทศจีนได้ผลักดันการเปิดและขยายตลาดให้แก่กันและกันกับประเทศตามเส้นทางดังกล่าว ได้ยกระดับการอำนวยความสะดวกทางการค้า ได้ทำให้โครงสร้างการค้าดีเยี่ยมมากยิ่งขึ้น ได้เพิ่มจุดการค้าต่างประเทศมากยิ่งขึ้น ขยายบทบาทการจัดนิทรรศการทางการค้าให้ดีขึ้นและจัดกิจกรรมส่งเสริมทางการค้าอย่างจริงจัง จากสถิติแสดงว่าใน 5 ปีที่แล้วมา ยอดมูลค่าทางการค้ากับประเทศดังกล่าวมีถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉลี่ยแล้วเพิ่มขึ้นปีละ 1.1% ในด้านการลงทุนก็มีการลงทุนโดยตรงในประเทศตามเส้นทางดังกล่าวมากกว่า 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 7.2% ได้เซ็นสัญญาโครงการรับเหมาต่อภายนอกกับประเทศดังกล่าวมีมูลค่ามากกว่า 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 19.2% ในขณะเดียวกันประเทศจีนได้ผ่อนปรนปล่อยทุนต่างประเทศเข้าประเทศในปริมณฑลที่ได้รับอนุญาต อีกทั้งมีการเสริมสร้างสิ่งแวดล้อมการค้าขายในมาตรฐานสูงตามหลักสากล เพื่อเป็นการดึงดูดประเทศตามเส้นทางดังกล่าวมาลงทุนในประเทศจีน

เฉียน เค่อหมิง กล่าวว่า ประเทศจีนยังจะร่วมมือกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนการดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานและการร่วมมือด้านความสามารถทางการผลิตที่เป็นโครงการใหญ่ๆ อาทิ การเปิดขบวนรถไฟจากมองโกเลียถึงในประเทศจีน เปิดดำเนินการเส้นทางรถไฟเอเชีย-จี๋ ดำเนินการก่อสร้างเส้นทางรถไฟจีน-ไทย เส้นทางรถไฟฮังการี-ไซ่ การก่อสร้างคลองฮานานโททาแล้วเสร็จระยะที่ 2 การฟื้นประกอบการคลองกวาตาร์ที่ปากีสถาน การสร้างเส้นทางรถไฟจีน-ลาว การสร้างโครงสร้างพื้นฐานภายใต้โครงการระเบียงเศรษฐกิจจีน-ปากีสถาน โครงการเหล่านี้กำลังดำเนินการไปอย่างมั่นคง

นอกจากนี้ ประเทศจีนกับประเทศตามเส้นทางดังกล่าวยังได้ร่วมมือกันผลักดันเขตร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า ที่แล้วมาวิสาหกิจประเทศจีนได้สร้างเขตเศรษฐกิจและการค้ากับประเทศตามเส้นทางดังกล่าวเป็นจำนวน 82 เขต โดยจีนลงทุนสะสม 28,900 ล้านเหรียญสหรัฐ วิสาหกิจที่เข้าประกอบการในเขตดังกล่าว 3,995 บริษัท ได้ชำระภาษีให้แก่ประเทศคู่สัญญารวมเป็นเงิน 201,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีการสร้างการจ้างงานให้แก่ประเทศคู่สัญญาจำนวน 244,000 ตำแหน่ง

นอกจากนี้ ฝ่ายจีนยังได้เร่งสร้างเขตการค้าเสรีกับประเทศเหล่านั้น โดยได้เซ็นสัญญาหรือยกระดับการค้าเสรี 5 ฉบับกับ 13 ประเทศตามเส้นทางดังกล่าว โดยตั้งหลักอยู่ที่ประเทศรอบข้างและมุ่งไปที่การค้าเสรีมาตรฐานระดับสูงทั่วโลก ประเทศจีนยังได้เซ็นสัญญาร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้ากับพันธมิตรเศรษฐกิจยุโรป-เอเชีย

Advertisement

มีคำกล่าวต่างๆ นานาที่เป็นการให้ร้ายกับการร่วมกันสร้างหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง หนิง จี๋จี๋ อธิบดีกรมสถิติของประเทศจีนกล่าวที่ปักกิ่งเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ว่า การร่วมสร้าง “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” นั้น สิ่งที่นำมาให้แก่ประเทศตามเส้นทางคือการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ สินทรัพย์ที่มีมูลค่า อีกทั้งได้ส่งเสริมให้เศรษฐกิจของประเทศเหล่านั้นมีการเติบโตและมีการปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนประเทศคู่สัญญาด้วย มิใช่สิ่งที่เรียกว่า “หลุมพรางแห่งหนี้สิน”

มีเสียงกล่าวกันว่า “การกู้เงินกับประเทศจีนเป็นการเพิ่มภาระหนี้สินให้แก่ประเทศในแอฟริกา” นั้น หนิง จี๋จี๋ได้ชี้แจงในวันที่จัดการประชุมสื่อมวลชนโดยสำนักนายกฯของประเทศจีน ว่าการร่วมสร้างโครงการ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” จะต้องผ่านการวิจัยความเป็นไปได้ของโครงการอย่างเป็นวิทยาศาสตร์จากวิสาหกิจและจะต้องผ่านการพิจารณาอนุมัติให้เงินกู้อย่างเข้มงวด ทั้งนี้ จะต้องมีการเรียกร้องในด้านสัดส่วนของเงินทุน การผูกพันของอัตราสินทรัพย์และหนี้สิน จะต้องมีข้อเรียกร้องการคุ้มทุน ด้วยเหตุนี้จึงไม่นำมาซึ่งหนี้สินที่ล้ำเกินวงเงินสินทรัพย์

“เมื่อดูจากสภาพความจริงที่เรายึดกุมได้ ที่สื่อมวลชนต่างประเทศรายงานเกี่ยวกับหนี้สินของบางประเทศนั้น ไม่มีความเกี่ยวพันที่จะต้องเป็นไปกับการสร้าง ‘หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง’ และโครงการที่เกี่ยวข้อง” หนิง จี๋จี๋ ระบุว่า ในนั้นมีบางประเทศที่แบกรับภาระหนี้สินค่อนข้างหนัก นี่เป็นความจริง แต่ที่สำคัญเป็นเพราะเป็นหนี้สินที่มาจากการกู้ยืมจากประเทศอื่นๆ และองค์กรการเงินระหว่างประเทศเป็นจำนวนมาก ซึ่งประเทศจีนมิได้เป็นฝ่ายเจ้าหนี้ที่ใหญ่ที่สุด

หนิง จี๋จี๋ กล่าวว่า ปัญหาเงินทุนที่นำลงในโครงการตามโครงการ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” นั้น แต่ไหนแต่ไรมาประเทศจีนได้สนองการให้เงินกู้เพื่อสนับสนุนโครงการโดยยึดถือประสิทธิผลทางเศรษฐกิจและอาศัยสภาพการณ์ที่แท้จริงของประเทศเจ้าของโครงการ หลีกเลี่ยงการสร้างความเสี่ยงทางหนี้สินและการแบกภาระทางการคลัง ในขณะเดียวกันเขาก็ระบุว่าการพัฒนาเศรษฐกิจและการปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นภาระหน้าที่อันรีบด่วนที่สุดของประเทศกำลังพัฒนา สำหรับประเทศกำลังพัฒนาที่มีความต้องการด้านเงินทุนอันเร่งด่วนในการพัฒนาเศรษฐกิจจริงๆ ธนาคารที่เป็นทุนประเทศจีนมีทางช่วยให้เขามีทางกู้เงินได้โดยผ่านการออกแบบโครงสร้างอย่างสมเหตุสมผล

เฉียน เค่อหมิง ก็กล่าวว่า ประเทศจีนได้ตระหนักอย่างดีว่าทำอย่างไรจึงจะมีทั้งส่งเสริมให้ประเทศคู่สัญญาได้มีการเติบโตทางเศรษฐกิจและทั้งหลีกเลี่ยงไม่ต้องกลายเป็นภาระของเขา ฉะนั้น จึงได้คัดสรรโครงการลงทุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ได้ประสิทธิผลทางเศรษฐกิจค่อนข้างดี อีกทั้งสามารถส่งเสริมการจ้างงาน เพิ่มพูนรายได้ทางภาษี และเพิ่มพูนการส่งออกของประเทศคู่สัญญา “ประเทศจีนยินดีต้อนรับประเทศพัฒนาแล้วและองค์กรทางการเงินพหุภาคีมาร่วมด้วย เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้เงินทุน”

ทิวสน (เรียบเรียง)