เหตุการณ์ นายธนวรรธน์ คำแหงผล หรือ พีท หนุ่มขายสลากกินแบ่งรัฐบาลชาวจังหวัดเลย โกหกว่ามีลูกค้าถูกรางวัล 90 ล้านบาท
แม้ว่าจะถูกมองว่าเป็นเหตุการณ์ลวงโลก
แต่เหตุการณ์นี้ให้บทเรียนต่างๆกับสังคมมากมาย
นายพีทเอง ได้รับบทเรียนจากการกระทำที่ขาดความยั้งคิดของตนเองอย่างรุนแรง
ทั้งถูกดำเนินคดี ต้องติดคุกติดตะราง บ้านช่องโดนยึด แฟนสาวขอเลิก ครอบครัวเดือดร้อน
ผลกระทบยังสะเทือนไปถึงบรรดาผู้ค้าสลากฯชาว จ.เลย ทั่วประเทศ ยอดขายลดวูบ
เพราะถูกลูกค้าตั้งข้อสงสัยถึงความซื่อสัตย์
ถูกค่อนขอด ตั้งข้อสงสัยว่าสลากฯที่นำมาขายปลอมหรือไม่
ทั้งที่ไม่เกี่ยวกันเลย เพราะเป็นเรื่องของตัวบุคคล ในทุกสังคมย่อมมีทั้งคนดีและไม่ดีปะปนกันไป
สำหรับผู้ที่เสพสื่อในตอนแรก ต่างออกมาชื่นชมในการทำความดีของนายพีท
ยกย่องว่าเป็นคนดีของสังคม โดยไม่มีการตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจน
เชื่อว่าผู้คนต่างเสียความรู้สึกกับเหตุการณ์ครั้งนี้
และมีหลายคนต้องตกอยู่ในอาการ “หงายเงิบ”
เพราะออกตัว “แรง” ออกตัว “เร็ว” กระโดดเกาะกระแสข่าวนายพีทในช่วงแรก
หลายคน “ชิงจังหวะ” ออกมายกย่องนายพีท
ถึงขั้นเตรียมจะจัดกิจกรรม และมอบรางวัลกันอย่างเอิกเกริก
โชคดีที่นายพีททนกระแสกดดันอย่างหนักไม่ไหว
โดยเฉพาะในโลกโซเชียล มีเพจต่างๆ ออกมาจับผิดมากมาย
จนต้องออกมายอมรับสารภาพ ภายในระยะเวลาไม่กี่วันหลังลวงโลก
ทำให้หลายคนที่กระโดดเกาะกระแสในตอนแรก ต่างกระโดดหนีกันแทบไม่ทัน
ถ้านายพีทออกมายอมรับผิดช้ากว่านี้
คงมีเหตุการณ์ “งามไส้” เกิดขึ้นมากว่านี้อีกเยอะแน่
จึงเป็นบทเรียนสำหรับผู้ที่เสพสื่อ และชอบกระโดดเกาะกระแสโดยขาดความรอบคอบ ต้องระมัดระวัง
และที่สำคัญที่สุดก็คือ “กองสลากฯ”
จากเหตุการณ์นี้เหมือนเป็นการตอกย้ำความล้มเหลวของกองสลากฯ
ไม่สามารถแก้ปัญหาการขายสลากฯเกินราคาได้
แม้ว่าเรื่องนี้จะพูดถึงกันมานาน
แต่จนกระทั่งถึงวันนี้ ก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้
สุดท้ายแล้วบทเรียนจากกรณีถูกหวยลวงโลกของนายพีท
คงจะเป็นอีกโอกาส ที่เปิดให้กองสลากฯพิสูจน์ฝีมือการทำงานอีกครั้ง
ว่ามีประสิทธิภาพแค่ไหน!?

