ในสภาวะและปรากฏการณ์ของโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลหรือในศตวรรษที่ 21 จะพบว่ามิติของการเปลี่ยนแปลงย่อมส่งผลกระทบต่อสังคมไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่รัฐบาลตระหนักและให้ความสำคัญในการกำหนดแผนยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาประเทศให้ก้าวสู่ 4.0 ภายใต้มิติแห่งมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ซึ่งการที่ประเทศจะก้าวไปสู่เป้าหมายจนบรรลุผลสัมฤทธิ์จำเป็นที่จะต้องปัจจัยสนับสนุนที่หลากหลาย
ทรัพยากรมนุษย์หรือประชากรของชาติในทุกระดับจึงจำเป็นที่จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมกับการขับเคลื่อนตามนโยบายรัฐบาล ทุนมนุษย์ที่มีความสำคัญและจะเป็นสะพานเชื่อมโยงสู่การก้าวผ่านไปสู่อนาคตที่คาดหวังในวันนี้ นอกจากผู้ใหญ่ในบ้านเมืองแล้ว อีกกลุ่มที่ไม่ควรมองข้ามคือเด็กและเยาวชนหรือคนวัยใส
สังคมไทยเมื่อถึงวันเสาร์ สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมกราคมทุกปี วันนั้นทุกภาคส่วนจะให้ความสำคัญกับเด็กเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ แต่เป็นที่น่าแปลกใจหรืออาจจะเป็นความเหลื่อมล้ำทางสังคมหรือเปล่าก็สุดจะคาดเดาได้ ทุกปีเมื่อวันเยาวชนแห่งชาติมาบรรจบครบรอบในวันที่ 20 กันยายนของทุกปี ความสำคัญและกิจกรรมที่ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหรือดำเนินการจะมีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นตัวของเยาวชนเองส่วนใหญ่ก็ไม่ทราบว่าวันที่ 20 กันยายนของทุกปี เป็นวันของพวกเขา
ความเป็นมาของวันเยาวชนแห่งชาติสืบเนื่องมาจากสหประชาชาติกำหนดให้ปี 2528 เป็นปีเยาวชนสากล คณะรัฐมนตรีในสมัยนั้นจึงมีมติเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2528 ให้วันที่ 20 กันยายนของทุกปีเป็นวันเยาวชนแห่งชาติ สาระสำคัญของการกำหนดเอาวันดังกล่าวเป็นวันของเยาวชนเนื่องจากวันนี้เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีสองพระองค์ซึ่งเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติในฐานะยุวกษัตริย์ คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 โดยมีคำขวัญเพื่อเป็นแนวปฏิบัติที่เหมือนกันทุกปี ได้แก่ “ร่วมแรงแข็งขัน ร่วมกันพัฒนา ใฝ่หาสันติ”
อย่างไรก็ตามวันนี้หากสังคมไทยหวังจะให้คนวัยใสหรือคนวัยหนุ่มสาวที่อายุตั้งแต่ 15-25 ปีเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต รัฐบาลหรือองค์กรที่มีบทบาทหน้าที่โดยตรงตลอดจนภาคเอกชนต้องสร้างภูมิคุ้มกัน หรือสร้างการรับรู้ให้คนวัยนี้ได้ตระหนักมีความรู้ความเข้าใจในบริบทของตนเองที่จะต้องแบกภาระของประเทศแทนคนรุ่นเก่า การสร้างการมีส่วนร่วมหรือการสร้างจิตสำนึกให้มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมในมิติที่พึงประสงค์สามารถดำเนินการได้ในหลากหลายรูปแบบ
อย่างไรก็ตามปรากฏการณ์ที่น่าเป็นห่วงสำหรับสังคมไทยในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมาคือการไม่จริงจังและสานต่อให้เกิดความยั่งยืนกับประเด็นที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อส่วนรวม สังคมไทยมักจะดำเนินการตามกระแสแล้วปล่อยให้ความดีงามที่ควรรักษาไว้ให้ผ่านพ้นไปอย่างน่าเสียดายยิ่ง ตัวอย่างเช่น นโยบายหรือโครงการตลอดจนแนวคิดที่รัฐบาลเดิมหรือผู้นำประเทศในปัจจุบันได้เสริมเติมเต็มไว้ กลับไม่ได้รับการสานต่อให้เกิดความยั่งยืนและเป็นมรรคเป็นผลแก่สังคมและคนรุ่นหลัง
เมื่อกล่าวถึงการสร้างคนหรือการพัฒนาคุณภาพชีวิตสังคมจะมุ่งไปที่สถาบันครอบครัวและสถาบันการศึกษาเป็นองค์รวมแห่งปฐมบทสำหรับการเพาะพันธุ์และขัดเกลา ในขณะที่ทั้งสองสถาบันหลักบางครั้งก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการให้ไปสู่เป้าประสงค์ได้ครบวงจร จำเป็นที่จะเรียกร้องให้สังคมโดยรวมร่วมรู้ ร่วมคิด ที่จะผลักดันให้ต้นกล้าเหล่านี้เติบโตและสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุขและมีประสิทธิภาพ
ในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงหรือยุคดิจิทัลวันนี้ การดำเนินชีวิตของเยาวชนส่วนหนึ่งโชคดีที่สามารถปรับและสร้างคุณค่าให้กับตนได้เป็นอย่างดี แต่ในทางกลับกันคนวัยใสอีกจำนวนมากที่ตกหรือเผชิญอยู่ปัญหาอันเนื่องมาจากการกระทำของตนเองหรือผู้ใหญ่ที่ก่อให้เกิดอันนำไปสู่การเสียอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยาเสพติด เพศสัมพันธ์ การทะเลาะวิวาท แว้น ความซื่อสัตย์สุจริต ฯลฯ
ปัญหาอันได้ชื่อว่าเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อเยาวชนดังที่กล่าวมามีทั้งปัญหาที่สะสมมาตั้งแต่ครั้งที่ประเทศกำลังอยู่ในยุค 1.0 จนวันนี้กำลังจะก้าวเข้าสู่ 4.0 อย่างเป็นทางการ แต่ปัญหาดั้งเดิมและปัญหาใหม่ยังถาโถมและเข้ามาเกาะเกี่ยวกับคนวัยนี้จนไม่สามารถที่จะหยุดยั้งหรือขจัดให้เลือนหายไปจากสังคมได้
อย่างไรก็ตามวันนี้เมื่อกล่าวถึงปัญหาวัยใสหรือปัญหาเยาวชนโดยเฉพาะรูปแบบการดำเนินชีวิตประจำวัน รวมทั้งความคิดและการตัดสินใจวัยรุ่นในยุคดิจิทัลมักจะเป็นตัวของตัวเอง เชื่อหรือคล้อยตามกับกระแสโดยเฉพาะกระแสของโซเชียลมีเดียที่สามารถทำให้คนรุ่นใหม่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายรูปแบบทั้งด้านบวกและด้านลบ
ปัญหาหนึ่งที่สังคมหรือสถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษาและสถาบันศาสนาไม่ควรมองข้าม และถือได้ว่าเป็นภูมิคุ้มกันที่สามารถนำมาไปเป็นแนวทางกับการก้าวเดินของวัยใสได้อย่างไม่ยากนักคือการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม โดยเฉพาะการสร้างจิตสำนึกให้เขาเหล่านั้นมีความเลื่อมใส ศรัทธาเคารพต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์และมีความซื่อสัตย์สุจริตรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม
นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ถือได้ว่าเป็นบุคคลหนึ่งที่เป็นตัวอย่างด้านความซื่อสัตย์สุจริตซึ่งเยาวชนสามารถจะนำไปเป็นไอดอลได้ และในการบรรยายพิเศษในรอบรั้วสถาบันการศึกษาที่รับเชิญท่านมักจะกล่าวถึงเยาวชนผ่านไปยังสังคมเกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรมบ่อยครั้งและหนึ่งในมิติที่ท่านยึดเป็นแนวทางที่อยากเห็นวัยใสหรือเยาวชนนำไปสู่การปฏิบัติคือ “ความสำนึกรับผิดชอบ สำคัญยิ่งกว่าความรู้” กรณีนี้สะท้อนถึงการที่ครูหลายท่านมีความรักมีความปรารถนาดีต่ออนาคตของศิษย์ด้วยการลงนามค้ำประกันเงินกู้ยืมทางการศึกษา แต่กลับปรากฏเป็นข่าวการเบี้ยวหนี้จนส่งผลให้ครูเดือดร้อน
จากการกล่าวที่ว่าเหรียญย่อมมีสองด้าน เยาวชนก็เช่นเดียวกัน ใช่ว่าเขาเหล่านั้นจะตกอยู่เฉพาะในวังวนของหลุมดำของปัญหาเท่านั้น แต่ก็น่าดีใจที่เยาวชนจำนวนมากได้สร้างผลงาน สร้างความดี นำความสุขและชื่อเสียงมาสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะด้านวิชาการ กีฬา ดนตรี ศิลปะและวัฒนธรรม รวมทั้งความซื่อสัตย์สุจริต ดังกรณีที่เยาวชนอดีตนิสิตสาวมหาวิทยาลัยมหาสารคามรายหนึ่งที่ใช้ความกล้าหาญบนความถูกต้องจนสามารถกระชากหน้ากากผู้โกงกินเบี้ยคนจนทั้งประเทศจนสั่นสะเทือนในแวดวงราชการและสังคมในลักษณะเกือบจะถอนรากถอนโคนก็ว่าได้
ภูมิคุ้มกันทางสังคมที่สำคัญซึ่งผู้ใหญ่ทั้งมวลควรปลูกฝังให้เยาวชนสำนึกและตระหนักน้อมนำไปใช้ในการดำเนินชีวิต ได้อีกมิติหนึ่ง คือ พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานในโอกาสต่างๆ เช่น ในพิธีปฏิญาณตนและสวนสนามเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2522 ณ สนามศุภชลาศัย ความตอนหนึ่งว่า “เยาวชนทั้งหลายที่อยู่ในวัยเรียน ย่อมมีความมุ่งมั่นที่จะศึกษาวิชาการต่างๆ ให้ได้มากๆ เพื่อนำไปใช้ทำประโยชน์สร้างความสุขความเจริญให้แก่ตัวเองตลอดจนส่วนรวม แต่การใช้วิชาความรู้นั้นจำเป็นจะต้องใช้อย่างถูกต้องด้วยคุณธรรมและความสามารถที่เหมาะจึงจะได้ผลเต็มเปี่ยม…”
วันเยาวชนแห่งชาติปีนี้หวังว่าเยาวชนคนหนุ่มสาวทั้งมวลภายใต้ภูมิคุ้มกันทางสังคมและการเป็นสะพานเชื่อมโยงของผู้ใหญ่ที่จะได้ร่วมกันสร้างสรรค์คุณค่าเพื่อพัฒนาชาติและสังคมให้เกิดมิติแห่งความหวังตลอดไป
รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร
ศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์
มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต

