เหตุใดเมื่อมีข่าวว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ เสนอให้ทุกคนถอด “หัวโขน” แล้วนั่งลงหารือกันอย่างเป็นมิตรในวงเสวนาเพื่อปรองดอง สมานฉันท์
จึงสร้างความหงุดหงิดจาก “ทำเนียบรัฐบาล”
ถึงกับสวนคำถามของผู้สื่อข่าวออกมารุนแรงถึงระนาบที่ว่า คนที่พูดนั่นแหละสมควรถอด “หัว” ของตัวเองทิ้งไปเลย
อาจเป็นเพราะ “อารมณ์ค้าง”
เป็นอารมณ์ค้างจากสถานการณ์เมื่อเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553 เป็นอารมณ์ค้างจากสถานะของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.
น่ายินดีที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ไม่ตอบโต้
อาจเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายฟังไม่ได้ศัพท์ แต่จับเอาไปกระเดียดแล้วปะทุอารมณ์ที่ตกตะกอนนอนก้นขึ้นมาอย่างกราดเกรี้ยว
ท่าทีนี้ของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ สำคัญ
ตั้งแต่ได้รับการปลดปล่อยออกจากที่คุมขังเมื่อเดือนสิงหาคมเป็นต้นมา ต้องยอมรับว่า ท่าทีและน้ำเสียงอันมาจาก นายจตุพร พรหมพันธุ์ เปลี่ยนไป
ไม่รุนแรง แข็งกร้าว
เวลา 1 ปีในที่คุมขังเป็นโอกาสที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ไม่เพียงแต่คิดขบ ทบทวน หากแต่เวลา 1 ปียังทำให้ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ไปถูกจำกัดบริเวณอยู่ในเทศะเดียวกันกับกลุ่มบุคคลซึ่งเป็นอริเก่า
ไม่ว่าจะจาก “พันธมิตร” ไม่ว่าจะจาก “กปปส.”
ไม่มีใครรู้ว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้แลกเปลี่ยนความรู้สึกอย่างไรบ้างกับคนเหล่านั้น ไม่มีใครรู้ว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ตกผลึกในทางความคิดอย่างไรบ้าง
แต่ก็ต้องยอมรับว่า สุขุมขึ้น สายตากว้างไกลขึ้น
ด้วยข้อจำกัดจากโทษานุโทษที่ได้รับทำให้ นายจตุพร พรหมพันธุ์ หมดเงื่อนไขอย่างสิ้นเชิงที่จะเข้าสู่สนามการเมือง
“วิกฤต” ตรงนี้ต่างหากเล่าที่กลายเป็น “โอกาส”
หากจับท่าทีของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นับแต่ได้รับการปลดปล่อยออกมา 1 เขาแสดงความเป็นห่วงว่า แม้จะมีการเลือกตั้งปัญหาก็จะไม่จบ
เป็นปัญหาอันเนื่องแต่ “รัฐธรรมนูญ”
ไม่ว่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะตกอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตามเป้าหมาย แต่ก็ใช่ว่าจะบริหารราชการแผ่นดินได้โดยราบรื่น
ไม่ว่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะเป็นของผู้ใด ความวุ่นวายก็จะติดตามมา
ขณะเดียวกัน 1 เขาเสนอให้ฝ่ายการเมืองมานั่งหารือกัน ตกลงกันว่า หากผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไรก็จะต้องยอมรับตามนั้น
แม้กระทั่ง 250 ส.ว.ก็ต้องยอมรับ
หากไม่มีการตกลงกันไว้ก่อน หากไม่มีการสร้างความเข้าใจในลักษณะ “ร่วม” กันไว้ก่อน วิกฤตจะต้องหวนกลับมาอย่างแน่นอน
และวิกฤตนั้นอาจนำไปสู่ “รัฐประหาร” อีก
ท่าทีเช่นนี้มาจากความรู้สึก ความเข้าใจ “ล่วงหน้า” จึงผลักดันให้ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ออกมาเล่นบทในการส่งสัญญาณ ในการเตือนและเสนอทางออก
นี่เป็นบทในแบบ “ผู้มาก่อนกาล”
นี่เป็นบทที่การเลือกตั้งและสถานการณ์ภายหลังการเลือกตั้งจะให้ “คำตอบ” ว่าการคาดหมายทำนายของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ถูกต้องหรือคลาดเคลื่อน
บทบาท “ใหม่” ของ นายจตุพร พรหมพันธุ์ จึงสำคัญ

