หน้าแรก เด่นวันนี้ กระทรวงการอุด...

กระทรวงการอุดมศึกษา ทำไมต้องมีวิทยาศาสตร์ด้วย : โดย สมาน ฟูแสง

6.10.18 | 13:40 น.

วันนี้มีข่าวปรากฏในสื่อหลายแห่งว่า ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นพ.อุดม คชินทร) กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.กระทรวงการอุดมศึกษาใหม่ ได้ชื่อกระทรวงที่ลงตัวแล้วคือ “กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม”

ผู้เขียนเห็นว่าน่าจะมีประเด็นสำคัญที่ต้องกล่าวถึงในเชิงวิพากษ์ให้กว้างขวางในชื่อของกระทรวงดังกล่าวนี้ ก่อนที่คณะกรรมการยกร่างจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาและส่งต่อไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา และสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาต่อไป คือคำถามตามหัวข้อของบทความนี้ว่า “กระทรวงการอุดมศึกษาทำไมต้องมีวิทยาศาสตร์ด้วย”

ผู้เขียนคิดว่าชื่อกระทรวงนี้น่าจะเป็นชื่อกระทรวงที่ยาวที่สุดของประเทศไทย แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับการเพิ่มคำว่าวิทยาศาสตร์เข้าไปในชื่อกระทรวงนี้ ถามว่ามันสื่ออะไร แน่นอนส่วนหนึ่งของเหตุผลคงมีเรื่องการเน้นความสำคัญของการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ โดยให้สถาบันอุดมศึกษามุ่งพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนที่เน้นทางด้านวิทยาศาสตร์เพื่อตอบสนองต่อการพัฒนาประเทศซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะสมในการนำเอาชื่อของศาสตร์ หรือจุดเน้นในการพัฒนาประเทศมาเป็นชื่อขององค์กรหลักในการบริหารจัดการศึกษา เพราะการพัฒนาประเทศไม่ได้พึ่งแต่วิทยาศาสตร์เท่านั้น มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ที่มุ่งเน้น “พัฒนาคนให้เป็นคน” อันจะเป็นต้นทุนการพัฒนาประเทศก็มีความสำคัญเช่นกัน

การอุดมศึกษา (Higher Education) คือการศึกษาหลังจากการศึกษาระดับมัธยมศึกษา ซึ่งเป็นการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป อีกนัยหนึ่งก็คือการศึกษาระดับสูงที่ต้องผ่านกระบวนการเรียนการสอนที่เข้มข้นโดยเป็นที่เข้าใจกันทั่วไปว่าระดับปริญญาตรีผู้เรียนต้องมุ่งมั่นแสวงหาความรู้ในศาสตร์สาขาที่ตนเองสนใจหรือต้องการที่จะนำไปสู่การประกอบอาชีพในระดับที่เป็นวิชาชีพ (Professional หรือ Skill) ระดับปริญญาโท ผู้เรียนจะมุ่งเน้นในการศึกษาเพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะเฉพาะทางที่ลึกลงไปถึงขั้นตรวจสอบ พิสูจน์หรือแสวงหาคำตอบที่ส่งผลต่อการสร้างองค์ความรู้ใหม่โดยกระบวนการวิจัย

ส่วนระดับปริญญาเอก เป็นการศึกษาขั้นสูงสุด (ในระบบการศึกษาที่ยึดเอาปริญญาเป็นสำคัญ ปัจจุบันมีผู้ศึกษาระดับสูงกว่าปริญญาเอกที่เรียกว่า Post Doctorate มากขึ้น) ผู้เรียนต้องเรียนจนมีศักยภาพถึงขั้นสร้างสรรค์องค์ความรู้ ประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรม หรือสร้างผลงานที่โดดเด่นแตกต่างกับการศึกษาระดับอื่นจึงต้องเน้นการวิจัยเป็นสำคัญ

Advertisement

การศึกษาทุกระดับเหล่านี้เป็นไปไม่ได้ที่จะเหมาเอาว่าเรื่องวิทยาศาสตร์สำคัญที่สุด เพราะผู้สำเร็จการศึกษาทุกสาขาวิชา ทุกระดับ ที่ออกไปประกอบอาชีพไม่ว่าในภาครัฐหรือในภาคเอกชนหรือแม้แต่ออกไปทำมาหากินส่วนตัวในท้องไร่ท้องนาล้วนแต่เป็นทรัพยากรหรือทุนมนุษย์ที่มีส่วนในการพัฒนาประเทศทั้งนั้น

ผู้เขียนเห็นด้วยว่าการส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนทางวิทยาศาสตร์จะส่งเสริมให้เกิดการประดิษฐ์คิดค้น สร้างสรรค์ผลงานที่จะสามารถตอบโจทย์หรือความต้องการการพัฒนาประเทศโดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรม หรือในที่สุดผู้สำเร็จการศึกษาจะเป็นผู้ผลิตมากกว่าเป็น ผู้บริโภค หรือเป็นผู้ขายมากกว่าผู้ซื้อ ซึ่งจะทำให้ยกระดับการพัฒนาประเทศพ้นกับดักประเทศที่มีรายได้ ปานกลาง แต่ผู้เขียนเห็นว่าไม่มีความจำเป็นในการนำคำว่าวิทยาศาสตร์มาเติมในชื่อของกระทรวงการอุดมศึกษา ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

1.ชื่อองค์กรราชการระดับประเทศควรเป็นชื่อที่เรียกง่าย จำง่าย ไม่ต้องตีความ ปัจจุบันชื่อกระทรวงที่เกิดใหม่มาช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา บางกระทรวงคนทั่วไปยังเรียกไม่ถูกเลย แม้กระทั่งพนักงาน เจ้าหน้าที่ระดับล่าง ยังเรียกชื่อกระทรวงที่ตนเองสังกัดแบบถูกๆ ผิดๆ

2.ปัจจุบันเรามีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หากมีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เกิดขึ้นเป็นไปได้ไหมที่จะทำให้เกิดความสับสนหรือเกิดคำถามว่า วิทยาศาสตร์ในสองกระทรวงนี้ต่างกันอย่างไร นักวิชาการก็อาจอธิบายได้ว่าบทบาทภารกิจเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ของแต่ละกระทรวงแตกต่างกันคือตอบแบบกำปั้นทุบดิน ถ้าจะเอาลึกลงไปก็ต้องอธิบายในเชิงวิชาการ ก็ต้องถามว่าจำเป็นไหมครับ ทำไมต้องทำให้ยุ่งยาก

3.การนำคำว่าวิทยาศาสตร์มาต่อเติมชื่อกระทรวงการอุดมศึกษา ผู้เขียนเห็นว่าจะทำให้เกิดความเอนเอียงหรือมีความโน้มเอียงที่จะให้ความสำคัญต่อการพัฒนาหลักสูตรในสถาบันอุดมศึกษา การส่งเสริมการวิจัยและการบริหารจัดการงบประมาณที่มุ่งเน้นทางวิทยาศาสตร์มากกว่าทางมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์มากยิ่งขึ้น ช่องว่างของการจัดงบประมาณสนับสนุนก็จะห่างมากขึ้น

ในปัจจุบันงบประมาณของประเทศที่จัดสรรให้สถาบันอุดมศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ก็สูงกว่าด้านสังคมศาสตร์มากอยู่แล้ว จนถือว่าเป็นเรื่องปกติเพราะเราต้องการพัฒนาประเทศที่มุ่งสู่การเป็นประเทศอุตสาหกรรม ในขณะที่เราพัฒนาประเทศด้านอุตสาหกรรม มุ่งความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ เกิดความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีไม่แพ้ประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ประเทศก็เผชิญกับปัญหาสังคมมากขึ้นเป็นเงาตามตัวและยังมีอัตราส่วนที่เกิดขึ้นเร็ว เกิดขึ้นกระจายเต็มพื้นที่ทั่วประเทศ มากกว่าความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น สารพัดปัญหาสังคมวันนี้ไม่ว่าเกิดจากคนระดับใด เกิดในสังคมที่ไหนล้วนแต่สะท้อนถึงคุณภาพการศึกษาที่ไม่ได้เน้นด้านคุณธรรมจริยธรรม

4.หากคณะกรรมการยกร่างยืนยันว่าวิทยาศาสตร์มีความจำเป็นใส่เข้ามาในชื่อกระทรวงการอุดมศึกษา ต้องอธิบายให้ชัดเจนว่าจำเป็นอย่างไร ใส่เข้ามาแล้วดีกว่าไม่ใส่อย่างไร ถ้าเกิดคำถามว่ามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ไม่จำเป็นหรือ ท่านจะตอบอย่างไร ไม่ว่าจะตอบอย่างไรไม่มีทางที่จะหนีความจริงได้ว่าการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ต้องพัฒนาครบทั้งความรู้ เจตคติหรือทัศนคติ และทักษะ ซึ่งต้องให้ความสำคัญต่อความเป็นมนุษย์ที่มีคุณธรรมจริยธรรม ไม่โลภไม่หลงแต่ทางวัตถุ

นั่นคือต้องให้ความสำคัญต่อศาสตร์ทุกสาขา

แน่นอนผู้เขียนไม่ได้บอกว่าต้องนำชื่อศาสตร์ที่หลากหลายสาขามาเพิ่มในชื่อกระทรวงการอุดมศึกษา เพราะเป็นไปไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ไม่ควรเอาชื่อศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่งมาใส่ในชื่อกระทรวงนี้ ให้เกิดคำถามที่ต้องมาหาคำตอบให้ยุ่งยาก

ผู้เขียนยืนยันว่าเห็นด้วยกับการให้ความสำคัญต่อการส่งเสริม สนับสนุนให้คนรุ่นใหม่สนใจ และใส่ใจในการเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์ รัฐจึงต้องส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนทางวิทยาศาสตร์ให้มีคุณภาพและเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับเป้าหมายของการพัฒนาประเทศ อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารระดับสูง นักวิชาการที่เกี่ยวข้องต้องตระหนักว่าการพัฒนาประเทศไม่ได้เกิดจากความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานบนพื้นฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น

ในกรณีนี้ผู้เขียนมิได้หมายความว่ากระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่จะเกิดขึ้นจะไม่ส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาการเรียนการสอนในศาสตร์สาขาอื่น แต่ย้ำว่าชื่อของกระทรวงตามที่กล่าวถึงเป็นชื่อที่สื่อในลักษณะตอกย้ำความรู้สึกของบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาจำนวนมากที่ไม่ได้เน้นทางวิทยาศาสตร์ไปในทางลบ หรือมีความสำคัญลดลง

จึงขอเสนอความคิดเห็นนี้ไปยังคณะรัฐมนตรี กรรมการกฤษฎีกา และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งจะเป็นผู้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.กระทรวงการอุดมศึกษาใหม่ให้มีความรอบคอบ พิถีพิถันอย่างเพียงพอในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้

สมาน ฟูแสง