‘ตู่ดิจิทัล’ เลิกบังคับฟัง ‘คืนความสุข’ ได้หรือยัง!?

17.10.18 | 14:58 น.

การเปิดเพจ เฟซบุ๊ก เว็บไซต์ ทวิตเตอร์ อินสตราแกรม ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.


ถือเป็นการเปิดช่องทางใหม่ในการติดต่อสื่อสารกับประชาชน

แต่คงไม่ใช่เป็นการเปิดช่องทาง เพื่อเริ่มต้นการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในเดือนกุมภาพันธ์ 2562

เพราะพล.อ.ประยุทธ์หาเสียงมานานเป็นระยะแล้ว ไม่ใช่กำลังจะเริ่มหาเสียง

Advertisement

สังเกตได้จากการกิจกรรมการเดินทางไปพบปะประชาชนในระยะหลัง

จะแตกต่างจากเมื่อก่อน เมื่อครั้งเข้ามาอยู่ในตำแหน่งช่วงแรกๆ อย่างเห็นได้ชัด

ทั้งรูปแบบการพบปะประชาชน ความใกล้ชิดสนิทสนม มีลูกอ้อน ลูกชม หยอดเล็กหยอดน้อยกับชาวบ้าน

ลีลาไม่แตกต่างจากการหาเสียงของนักการเมือง

แต่ก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องผิด เป็นเรื่องดีเสียอีก

เพราะในเมื่อพล.อ.ประยุทธ์เคยประกาศแล้วว่าสนใจงานการเมือง

แม้จะยังไม่ลงรายละเอียดว่าจะเข้ามาทำงานการเมืองในอนาคตในรูปแบบใด

แต่หากเข้ามาแบบ เข้าตามตรอก ออกตามประตู ตามวิถีประชาธิปไตย ย่อมเป็นเรื่องน่าสนับสนุน

เพียงแต่จะต้องทำให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย อย่าเอาเปรียบคู่แข่ง

ในเมื่อพล.อ.ประยุทธ์ทำได้ คนอื่นก็ควรทำได้

และถ้าคนอื่นทำไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่ควรทำ

ยิ่งถ้าเป็นเรื่องหมิ่นเหม่กับการได้เปรียบเสียเปรียบต่อการเลือกตั้ง

ดังนั้นหากพล.อ.ประยุทธ์จะเปิดเพจส่วนตัว ทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตราแกรม เว็บไซต์ เพื่อติดต่อสื่อสารกับประชาชนอย่างไร ก็ทำไปเถอะ

แต่ถ้าจะให้แฟร์ๆ กันละก็

ขอให้เลิกบังคับให้สถานีโทรทัศน์และวิทยุทุกช่องแพร่ภาพรายการ “คืนความสุข” เวลาประมาณ 20.00 น. เศษ ทุกคืนวันศุกร์ จะได้หรือไม่

ในเมื่อกลายเป็น “ตู่ดิจิทัล” มีช่องทางการสื่อสารในโลกออนไลน์เป็นของตัวเองแล้ว

หากจะจัดรายการ “คืนความสุข” ก็ไม่ควร “เพิ่มความทุกข์” ให้กับผู้อื่น โดยการยัดเยียดให้คนอื่นฟังอีกต่อไป

หลังจากถูกยัดเยียดกันมาหลายปี จนอาจจะกลายเป็นเรื่องดีสำหรับบางบ้าน

เพราะจะกลายเป็นช่วงเวลาประหยัดไฟ

ดังนั้นควรจะนำรายการไปเผยแพร่รายการในช่องทางส่วนตัวของนายกฯนั้นๆ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับคนอื่น

อยากเผยแพร่เรื่องอะไร ตอนไหน จะไลฟ์สดกันทั้งวันทั้งคืน แบบมาราธอนข้ามวันข้ามคืน เหมือนพี่เสกโลโซ ก็เชิญตามสบาย ไม่มีใครว่าอะไร

แต่ไม่ใช่มาบังคับให้ต้องฟัง เหมือนเช่นทุกวันนี้