การเปิดเพจ เฟซบุ๊ก เว็บไซต์ ทวิตเตอร์ อินสตราแกรม ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.
ถือเป็นการเปิดช่องทางใหม่ในการติดต่อสื่อสารกับประชาชน
แต่คงไม่ใช่เป็นการเปิดช่องทาง เพื่อเริ่มต้นการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในเดือนกุมภาพันธ์ 2562
เพราะพล.อ.ประยุทธ์หาเสียงมานานเป็นระยะแล้ว ไม่ใช่กำลังจะเริ่มหาเสียง
สังเกตได้จากการกิจกรรมการเดินทางไปพบปะประชาชนในระยะหลัง
จะแตกต่างจากเมื่อก่อน เมื่อครั้งเข้ามาอยู่ในตำแหน่งช่วงแรกๆ อย่างเห็นได้ชัด
ทั้งรูปแบบการพบปะประชาชน ความใกล้ชิดสนิทสนม มีลูกอ้อน ลูกชม หยอดเล็กหยอดน้อยกับชาวบ้าน
ลีลาไม่แตกต่างจากการหาเสียงของนักการเมือง
แต่ก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องผิด เป็นเรื่องดีเสียอีก
เพราะในเมื่อพล.อ.ประยุทธ์เคยประกาศแล้วว่าสนใจงานการเมือง
แม้จะยังไม่ลงรายละเอียดว่าจะเข้ามาทำงานการเมืองในอนาคตในรูปแบบใด
แต่หากเข้ามาแบบ เข้าตามตรอก ออกตามประตู ตามวิถีประชาธิปไตย ย่อมเป็นเรื่องน่าสนับสนุน
เพียงแต่จะต้องทำให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย อย่าเอาเปรียบคู่แข่ง
ในเมื่อพล.อ.ประยุทธ์ทำได้ คนอื่นก็ควรทำได้
และถ้าคนอื่นทำไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่ควรทำ
ยิ่งถ้าเป็นเรื่องหมิ่นเหม่กับการได้เปรียบเสียเปรียบต่อการเลือกตั้ง
ดังนั้นหากพล.อ.ประยุทธ์จะเปิดเพจส่วนตัว ทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตราแกรม เว็บไซต์ เพื่อติดต่อสื่อสารกับประชาชนอย่างไร ก็ทำไปเถอะ
แต่ถ้าจะให้แฟร์ๆ กันละก็
ขอให้เลิกบังคับให้สถานีโทรทัศน์และวิทยุทุกช่องแพร่ภาพรายการ “คืนความสุข” เวลาประมาณ 20.00 น. เศษ ทุกคืนวันศุกร์ จะได้หรือไม่
ในเมื่อกลายเป็น “ตู่ดิจิทัล” มีช่องทางการสื่อสารในโลกออนไลน์เป็นของตัวเองแล้ว
หากจะจัดรายการ “คืนความสุข” ก็ไม่ควร “เพิ่มความทุกข์” ให้กับผู้อื่น โดยการยัดเยียดให้คนอื่นฟังอีกต่อไป
หลังจากถูกยัดเยียดกันมาหลายปี จนอาจจะกลายเป็นเรื่องดีสำหรับบางบ้าน
เพราะจะกลายเป็นช่วงเวลาประหยัดไฟ
ดังนั้นควรจะนำรายการไปเผยแพร่รายการในช่องทางส่วนตัวของนายกฯนั้นๆ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับคนอื่น
อยากเผยแพร่เรื่องอะไร ตอนไหน จะไลฟ์สดกันทั้งวันทั้งคืน แบบมาราธอนข้ามวันข้ามคืน เหมือนพี่เสกโลโซ ก็เชิญตามสบาย ไม่มีใครว่าอะไร
แต่ไม่ใช่มาบังคับให้ต้องฟัง เหมือนเช่นทุกวันนี้

