หน้าแรก เด่นวันนี้ 3 มิตรรวมร่าง...

3 มิตรรวมร่าง “พปชร.” สู่ความมั่นใจเหนือ “แม้ว” ประกาศกวาด 350 เสียง

19.11.18 | 09:50 น.

ได้ฤกษ์เปิดตัวเข้าสังกัดเป็นเนื้อเดียวกันกับพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เสียที สำหรับกลุ่มสามมิตร ที่มี “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” “สมศักดิ์ เทพสุทิน” และ “เสี่ยแฮงค์” อนุชา นาคาศัย นำสมาชิกในกลุ่มกว่า 60 ชีวิต เข้าร่วมสังกัดพรรคพปชร. พร้อมกับประกาศสลายกลุ่มสามมิตรในทันที

นับจากนับจากนี้จะมีเพียงกลุ่มเดียว คือ “พรรคพปชร.” จะไม่มีกลุ่ม ก๊ก มุ้ง ให้แกนนำพรรคเสียการปกครองแต่อย่างใด

60 ชีวิตที่มามอบตัวกับพรรคพปชร. ล้วนมีตั้งแต่ระดับเกรดเอลงมา แต่ละคนล้วนมีคะแนนในตัวด้วยกันทั้งนั้น ทั้งอดีตรัฐมนตรี อดีตส.ส. อดีตผู้บริหารท้องถิ่น

ทั้ง “ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข” อดีตรมว.ทส. “สันติ พร้อมพัฒน์” อดีตรมว.พม. “พรรณสิริ กุลนาถศิริ” นายกอบจ.สุโขทัยและอดีตรมช.สธ. ผู้เป็นน้องสาวของ “สมศักดิ์”

“จำลอง ครุฑขุนทด” อดีตรมช.ศธ. “บุญจง วงศ์ไตรรัตน์” อดีตรมช.มท. “มณเฑียร สงฆ์ประชา” อดีตส.ส.ชัยนาท พรรคชาติไทย

Advertisement

เมื่อกลุ่มสามมิตรยกทีมเข้าร่วมพรรคพปชร.กันขนาดนี้ ความรู้สึกฮึกเหิมและความมั่นใจ ของแกนนำพรรคทั้ง “อุตตม สาวนายน” หัวหน้าพรรคฯ และ “สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” เลขาธิการพรรคฯ จึงมากพอที่จะประกาศกร้าวพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์

โดย “สนธิรัตน์” ปลุกใจสมาชิกพปชร.ว่า “วันนี้เป็นการประกาศศักดิ์ดาของพปชร.และไม่เชื่อสายตาว่าวันนี้จะสามารถรวบรวมคนได้มาก แปลว่าพรรคนี้ประมาทไม่ได้ และมีคนบอกว่าพรรคพปชร.มีแค่ 4 กุมาร มองว่าอายุจะ 60 ปีกันหมดแล้ว จะเป็น 4 กุมารได้อย่างไร แต่ข้างหลังกุมารมีนินจา

เพราะถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ไม่น่าเชื่อว่าทั้งหมดนี้คือพปชร.ที่ทุกคนมาอยู่ร่วมกันมากขนาดนี้จะไม่กวาด 350 เสียงได้อย่างไร”

เช่นเดียวกับ “สุริยะ” ที่บอกด้วยน้ำเสียงมั่นใจว่า “จากประสบการณ์และทำโพลต่างๆผมมั่นใจว่าได้แน่นอน 150 เสียง และต้องเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ฟื้นฟูประเทศ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ อย่างนโยบายทางภาคตะวันออกถือเป็นตัวอย่างที่ดี

สอดรับกับกับคำพูดและสัญญาณทางการเมืองของ “สมศักดิ์” ภายหลังเข้าร่วมงานกับพรรคพปชร. ที่่ว่า “จากประสบการณ์การเลือกตั้งหลายครั้ง พปชร.จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย ถ้าเปลี่ยนความรู้สึกในกระแสพรรคเก่าไม่ได้ โอกาสที่จะชนะก็ยาก การเลือกตั้งครั้งนี้ รัฐธรรมนูญดีไซน์มาเพื่อพวกเรา จึงต้องใช้ประโยชน์ในส่วนนี้ โดยทุกคะแนนเสียงมีความสำคัญ ที่แปลเป็นคะแนนได้”

แน่นอนความมั่นใจของบรรดาแกนนำพรรคพปชร. ล้วนมาจากกฎ กติกา กลไกรัฐ และสปอนเซอร์ ที่รัฐบาลและคสช.คุมความได้เปรียบไว้เกือบทั้งหมด

อย่างระบบเลือกตั้ง “จัดสรรปันส่วนผสม” ด้วยบัตรใบเดียว ตามรัฐธรรมนูญ ที่แกนนำพรรคยอมรับว่าเข้าทางพรรคพปชร.มากที่สุด

ที่ทุกคะแนนจะไม่ตกน้ำ จะชนะหรือแพ้ หากส่งส.ส.สู้ทุกเขต มีหวังได้คะแนนมาคำนวนเก้าอี้ส.ส.

ความมั่นใจที่จะกวาดเก้าอี้ส.ส.ทั้ง 350 เสียง จึงมาแรงแซงกลับ “เสี่ยแม้ว” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้า

ที่จะนำพรรคเพื่อไทย(พท.) และพรรคพันธมิตร เข้าวินชิงเก้าอี้ส.ส.บวก-ลบ 300 ที่นั่ง หวังเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีกรอบ

ส่วนความมั่นใจใครจะเป็นของจริง หลังปิดหีบเลือกตั้ง 24 กุมภาพันธ์ 2562 (หากไม่เจอโรคเลื่อน) จะได้รู้กัน