หน้าแรก เด่นวันนี้ ทอท. เลือกประ...

ทอท. เลือกประมูลดิวตี้ฟรีแบบรายเดียว ระบุไม่ผูกขาด

15.03.19 | 21:24 น.

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กำหนดให้มีการขายซองทีโออาร์ประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และพื้นที่ร้านค้าปลอดอากร หรือ ดิวตี้ฟรี ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, เชียงใหม่, ภูเก็ต และหาดใหญ่ ในวันที่ 19 มีนาคม- 1 เมษายน 2562 นี้


“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “นิตินัย ศิริสมรรถการ” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ถึงรายละเอียดในประเด็นต่างๆ ที่ยังมีผู้กังขาสงสัยในทีโออาร์สำหรับการประมูลครั้งนี้ โดยเฉพาะในประเด็นการเลือกใช้โมเดลเปิดประมูลแบบสัญญาเดียว และการรวบเอาสัญญาดิวตี้ฟรีทั้ง 4 ท่าอากาศยานมารวมกันไว้ในสัญญาเดียว

 

 

Advertisement
  • ในที่สุด ทอท. ก็เลือกโมเดลแบบรายเดียว หรือ Master Concession

 

มีประกาศออกไปชัดเจนว่ารูปแบบที่เราเลือกใช้นั้นเป็นการให้สัมปทานแบบสัญญาเดียว คือ สัญญาในส่วนดิวตี้ฟรี 1 สัญญา และสัญญาพื้นที่เชิงพาณิชย์ 1 สัญญา ส่วนประเด็นเรื่องจุดส่งมอบสินค้า หรือ Pick up Counter นั้นเรายังไม่ได้เปิดประมูลในรอบนี้

ส่วนการที่เรารวบหรือ bundle ทั้ง 4 ท่าอากาศยานไว้ในสัญญาเดียวกันนั้น ต้องบอกว่าบอร์ด ทอท. ไม่ได้ฟังคอมเม้นต์มาแล้วเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ทางบอร์ดเห็นด้วยว่าประเทศเราก็ไม่ควรมีดิวตี้ฟรีรายเดียวผูกขาด เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่ประชุมบอร์ดเลยออกมามติออกมาว่าถ้าเช่นนั้นในส่วนของ pick up counter ต้องเปิดกว้าง

หมายความว่าตอนนี้ใครอยากทำดาวน์ทาวน์ดิวตี้ฟรีทำไปเลย ลงทุนไว้รอได้เลย เพราะเราสัญญาไว้แล้วว่าจะเปิดกว้าง”

 

  • ประเด็นปัญหาที่หลักทำให้ไม่สามารถให้สัมปทานแบบกลุ่มสินค้า หรือ by category ตามที่หลายฝ่ายเรียกร้องคืออะไร

 

“พื้นที่ภายในสนามบินนั้นมีปัญหาเรื่องการจัดสถานที่ เพราะพื้นที่ข้างในแอร์ไซต์ไม่เหมือนห้างสรรพสินค้าที่ประตูอยู่ตรงไหนแล้วอยู่ตรงนั้นตลอดไป แต่ของ ทอท. ถ้าเปรียบงวงช้าง หรือ contact gate เปรียบเหมือนประตู บางกรณีก็เปิดกว้าง เช่น กรณีที่เครื่องแอร์บัส เอ 380 ลงจอด เพราะผู้โดยสารเยอะ บางทีประตูก็แคบเพราะมีเครื่องบินลำเล็กมาลง วันนี้ถ้าฟังข่าวเขาบอกว่าแอร์บัสกำลังจะเลิกผลิตเอ 380 แล้ว คราวนี้งวงช้างที่ทำรองรับเอ 380  เราจะปรับอย่างไร

สิ่งเหล่านี้ผมกำลังจะบอกว่า ถ้าแบ่งเป็นตามกลุ่มสินค้า กลุ่มสินค้าเอ อยู่ปีกซ้าย กลุ่มสินค้าบี อยู่ปีกขวา วันดีคืนดีเอ 380 ไม่ลงปีกขวาแล้ว แต่เปลี่ยนเป็นเครื่องเล็กมาลง เราจะทำอย่างไร

ดังนั้นจึงต้องเรียนว่าการไหลเวียน หรือ flow ของผู้โดยสารของสนามบินนั้นคาดเดายากว่าจะเปลี่ยนไปทางไหน flow ของผู้โดยสารจะเปลี่ยนไปอย่างไรในอนาคต  อันนี้ยังไม่รวม สมมุติว่าถ้ามีเครื่องบินรุ่นที่ลงได้ทั้งปีกซ้ายและปีกขวาแต่คน ทอท. ให้ไปลงทางขวา ก็จะมีการร้องเรียนว่าคน ทอท. เอื้อประโยชน์กับคนที่ได้พื้นที่ทางขวา แบบนี้ก็ตายครับ”

 

  • แล้วเหตุผลในประเด็นเรื่องการผูก หรือ bundle 4 สนามบินอยู่ในสัญญาเดียวกัน

 

“เรื่องการผูก 4 ท่าอากาศยานรวมกันเป็น 1 สัญญานั้นเป็นเพราะว่าบางท่าอากาศยานแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะทำดิวตี้ฟรี โดยใน 4 ท่าอากาศยานนี้มีสุวรรณภูมิใหญ่สุดด้วยส่วนแบ่งประมาณ 82% ของยอดขายทั้งหมด ท่าอากาศยานที่เล็กสุดคือ หาดใหญ่ มีสัดส่วนอยู่ที่ .04%% หรือแทบจะไม่มีเลย เรียกว่าในเชิงธุรกิจแล้วแทบเป็นไปไม่ได้เลย ส่วนท่าอากาศยานภูเก็ต และเชียงใหม่ 2 แห่งผมรวมกันที่ 18%

ทอท. เองก็กลับมาดูว่าบิสซิเนสโมเดลเราจะเป็นอย่างไร เราจะเป็นการกระจายรายได้ หรือเป็นการหาแชมเปี้ยนไปแข่งโอลิมปิค เพราะถือว่าธุรกิจดิวตี้ฟรีนี้เราต้องชกกับเวทีระดับโลก ฉะนั้นเราจะหาตัวแทนทีมชาติไทยคนเดียวที่แข็งแรงที่สุดไปแข่งโอลิมปิก

ทั้งนี้ เพื่อให้ท่าอากาศยานในภูมิภาคทั้ง 3 แห่งของไทยมีแบรนด์เนมขายเหมือนที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพราะเวลาผู้ประกอบการสั่งเขาต้องสั่งมาเป็นล็อตที่สุวรรณภูมิอยู่แล้ว เขาสามารถกระจายไปที่เชียงใหม่ หรือภูเก็ต และหาดใหญ่ได้”