กิจกรรมเพื่อสังคม เป็นหนึ่งในโครงการที่ “คิง เพาเวอร์” ยกเป็นภารกิจสำคัญ และดำเนินการมาอย่างจริงจังตลอด 3 ทศวรรษที่ผ่านมา เพื่อส่งมอบโอกาสให้คนไทยได้แสดงศักยภาพ และสามารถก้าวไปยืนบนเวทีโลกได้อย่างมั่นคง ทั้งด้านกีฬา ด้านชุมชน ด้านการศึกษาและสุขภาพ และด้านดนตรี ที่คนไทยมีศักยภาพโดดเด่นไม่แพ้ชาติใดในโลก โดยเฉพาะวงดุริยางค์เครื่องเป่าของไทยที่ผงาดคว้าแชมป์เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตานานาชาติมาแล้ว บนเวทีประกวดวงดุริยางค์เครื่องเป่านานาชาติ ที่ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย ร่วมกับ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา

เพื่อสานต่อความฝันด้านดนตรีของคนไทย กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ จึงจัดประกวดวงดุริยางค์เครื่องเป่านานาชาติแห่งประเทศไทย ปี 2562 หรือ Thailand International Wind Symphony Competition 2019 (TIWSC) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากในปีที่ผ่านมา มีเยาวชนและประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมประลองฝีมือเป็นจำนวนมาก โดยปีนี้ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากต่างประเทศที่มีชื่อเสียง มีความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านดนตรีที่เก่งกาจ เป็นที่ยอมรับในวงการดนตรีโลก อาทิ โรเบิร์ต เอ็ม คาเนอร์กัน ผู้อำนวยการของวงซิมโฟนิค วินด์ อังซังเบลอ (Wind Ensemble) ของโรงเรียนสอนดนตรี Frost School of Music, ผู้กำกับเพลง, วาทยกรของวง Frost Wind Ensemble และศาสตราจารย์ด้านวาทยกรประจำมหาวิทยาลัยไมอามี พร้อมด้วย ดร.ไบรอัน ที.กิลป์ ศาสตราจารย์ด้านดนตรีเครื่องเป่า และสมาชิกวง Brass และ Woodwind Quintets ของมหาวิทยาลัยอินเดียนาในปี 1998 ร่วมเป็นกรรมการตัดสินด้วย

ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การประกวดในปีที่ผ่านมาได้รับผลตอบรับและประสบความสำเร็จอย่างสูง ทั้งจากเยาวชนไทยและระดับนานาชาติ มีผู้ที่สนใจสมัครร่วมประกวดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปี 2561 มีผู้สมัครประกวดทั้งสิ้น 70 ทีม ในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 83 ทีม สะท้อนให้เห็นว่าสังคมเริ่มมีการตื่นตัวใช้กิจกรรมดนตรีเพื่อแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ นอกจากนี้การที่ไทยเป็นเจ้าบ้านในการจัดประกวดดนตรีระดับนานาชาติ ยังส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย
“สำหรับการประกวดวงดุริยางค์เครื่องเป่านานาชาติ ประจำปี 2562 แบ่งออกเป็น รุ่น Class A 10 วง, รุ่น Class B 10 วง, รุ่น Class C และ D รุ่นละ 16 วง โดยรอบรองชนะเลิศจะจัดขึ้นระหว่าง 1-4 เมษายน 2562 และรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 6 เมษายนนี้ ณ มหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเยาวชนและประชาชนที่เข้าร่วมแข่งขัน ต่างฝึกซ้อมดนตรีกันอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะแชมป์เก่าจากปีที่แล้ว ที่เตรียมไม้เด็ดมาโชว์ของ แบบไม่มีใครยอมใครอย่างแน่นอน”
ทีม Zalymanian Wind Orchestra ผู้ชนะเลิศ Class A ประเภทไม่จำกัดอายุของปีที่แล้ว ที่แม้จะมีความต่างด้านอายุ แต่ฝีมือดนตรีก็โดดเด่น พร้อมโชว์พลังบนเวทีแข่งขันที่กำลังจะมาถึง นายอัตถสิทธิ์ วัฒนาวงศารัตน์ หัวหน้าวง เล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า “สมาชิกในทีมมีทั้งหมด 60-70 คน อายุต่ำสุด 14 ปี และอายุมากสุดอยู่ที่ 44 ปี ซึ่งทุกคนในวงล้วนมีหัวใจที่รักดนตรีเหมือนกัน และมีความฝันเดียวกัน คือ การได้บรรเลงดนตรีที่ทุกคนชื่นชอบบนเวทีระดับโลก ทำให้เล่นดนตรีออกมาได้อย่างมีความสุข ซึ่งปีนี้ก็เตรียมไม้เด็ดมาสู้กับคู่แข่งขันอย่างเต็มที่ สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณโครงการดีๆจากคิง เพาเวอร์ ที่เปิดโอกาสทางด้านดนตรีของไทยให้ไปไกลในระดับโลก และอยากให้สนับสนุนด้านดนตรีเพิ่มเติมในอีกหลายๆ แขนงครับ”

ด้าน นายภาณุวัตร พงษ์สะพัง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 ประธานวง Ratwinit Bangkaeo Wind Symphony จากโรงเรียนราชวินิต บางแก้ว ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศ ประเภท Class B เล่าว่า “ภูมิใจมากที่โรงเรียนได้แชมป์ปีที่ผ่านมา แต่การเป็นแชมป์ว่ายากแล้ว การรักษาแชมป์ยิ่งยากกว่า เพราะคู่แข่งทุกคนก็พัฒนาตัวเอง เราจึงต้องฝึกซ้อมให้มากขึ้นและกลับไปรักษาแชมป์ให้ได้ ต้องละเอียดทุกขั้นตอน เพื่อไม่ให้ผิดพลาด ทั้งหมดนี้ถ้าไม่มีคิง เพาเวอร์ เด็กๆ หลายคนในประเทศคงไม่มีเวทีระดับโลกแบบนี้เล่นครับ ขอบคุณคิง เพาเวอร์ ที่มีโครงการดีๆ แบบนี้ให้เด็กๆ อย่างพวกผมได้ทำตามฝันครับ”
“นักดนตรีเวลาซ้อมมาแล้วก็อยากจะเล่นบนเวทีที่ยิ่งใหญ่สักรายการหนึ่ง โดยเฉพาะเด็กๆ แค่ได้ขึ้นไปแสดงศักยภาพที่เขาซ้อมมา เขาก็มีความสุขแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่โรงเรียนปลูกฝังเด็กอยู่เสมอ คือ เราจะไม่หยุดเดิน ปีนี้เด็กๆ มีความพร้อม และตั้งใจที่จะขึ้นโชว์ศักยภาพด้านดนตรีอีกครั้งอย่างเต็มความสามารถ ซึ่งจุดเด่นของปีนี้ ทางโรงเรียนจะเลือกใช้เพลงที่มีความยาก เพื่อท้าทายความสามารถของเด็ก” ถวัลย์ชัย สวนมณฑา ผู้ควบคุมวงโยธวาทิต โรงเรียนราชวินิตบางแก้ว กล่าว
สำหรับผู้ที่ชนะเลิศในการแข่งขัน จะได้รับถ้วยรางวัลและเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 4,330,000 บาท นอกจากนี้ภายในงานยังมีไฮไลท์พิเศษ ‘ตูน บอดี้สแลม’ ที่จะมาสร้างสีสัน โชว์ร้องเพลงร่วมกับวงดุริยางค์เครื่องเป่า เป็นครั้งแรก!! เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่มีหัวใจรักดนตรีไม่ย่อท้อต่อการเดินทางตามความฝัน และกล้าที่จะก้าวออกมาแสดงศักยภาพที่มีอยู่ให้โลกได้เห็น ผู้ที่สนใจสามารถร่วมเข้าชมการประกวดรอบชิงชนะเลิศ ในวันเสาร์ที่ 6 เมษายนนี้ ระหว่างเวลา 08.30-21.30 น. ณ มหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-800-2525 ต่อ 3109, 02-849-6565 ต่อ 6604 / 6609
#KingpowerThaipowerพลังคนไทย
#WeBelieveInThaiPower
#เชื่อในพลังคนไทย
#MusicPower
#TIWSC

