การเมืองไทยยังอยู่ในสภา “ชักเย่อ”
ชักเย่อเพราะไม่รู้ว่าฝ่ายใดจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้
เหตุของความไม่รู้เพราะตัวเลข ส.ส.-โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ “ยังไม่นิ่ง”
ไม่นิ่งเพราะ กกต.ยังไม่ประกาศจำนวนและสูตรในการคำนวณออกมาให้รับรู้กันอย่างเปิดเผย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเผยแพร่วิธีการคำนวณจำนวน ส.ส.ออกมา
ว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะมีพรรคการเมืองได้ ส.ส.ทั้งสิ้น 27 พรรค
โดยในจำนวนนี้ 13 พรรค จะมี ส.ส.พรรคละ 1 คน
และเกือบทั้งหมดในนั้น ได้รับคะแนนเสียงไม่ถึงเกณฑ์ “ส.ส.พึงมี”
เมื่อไม่เปิดเผย ไม่ชัดเจน
ทุกอย่างก็อึมครึม
1 เมษายน
พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค นายนพดล ปัทมะ และ นายโภคิน พลกุล คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย เปิดแถลงข่าว
นายนพดลอ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้ กกต.เปิดเผยผลการนับคะแนนรายหน่วยเลือกตั้งโดยเร็ว
เพราะมีกระแสข่าวว่า อาจมีการคำนวณคะแนนและจัดสรรที่นั่ง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อให้แก่พรรคขนาดเล็กจำนวนมาก
ซึ่งส่งผลถึงการรวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาล
โดยนายโภคินกล่าวว่า ตามสูตรการคิด ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ทั้ง 150 คน คำนวณตามวิธีการที่ระบุไว้ในมาตรา 128 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 คือ
เมื่อนำจำนวนเสียงโหวตทั้งหมดที่ทุกพรรคได้รับมารวมกัน แล้วหารด้วย 500 ซึ่งได้เท่ากับ 71,065.3
อันเป็นเกณฑ์ ส.ส.พึงมี
แล้วนำ ส.ส.พึงมีที่คำนวณได้จากข้อ 2 ลบออกด้วยจำนวน ส.ส.เขต
ด้วยเกณฑ์นี้ ปรากฏว่า ส.ส.บัญชีรายชื่อของทุกพรรครวมกันได้ 152 ซึ่งเกินจำนวน 150 คน
ตามมาตรา 128 (7) บอกว่า ถ้าจัดสรรตามจำนวนเต็มแบบนี้แล้วเกิน 150 คน ให้คำนวณใหม่โดยเอาจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคควรจะมี คูณด้วย 150 แล้วหารด้วย 152 เพื่อปรับสัดส่วนใหม่
แล้วนำผลลัพธ์ที่ได้มาจัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อให้แต่ละพรรคใหม่อีกครั้ง
วันเดียวกัน
นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงว่า
อนาคตใหม่ยืนยันว่าเมื่อคำนวณแล้ว อนาคตใหม่จะมี ส.ส.ทั้งหมด 87 ที่นั่ง โดยคำนวณตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128
(1) คำนวณ ส.ส.พึงมี นำคะแนนดิบทั้งประเทศ 35,532,647 หาร 500 ของจำนวน ส.ส.ทั้งหมด เท่ากับ 71,065.2940 เสียง จะได้ ส.ส. 1 คน
(2) อนาคตใหม่ ได้คะแนนดิบ 6,265,950 คะแนน หาร 71,065 เท่ากับ จำนวน ส.ส.พึงมีของพรรคคือ 88.170 ส.ส. เมื่อนำมาลบกับ ส.ส.เขตอนาคตใหม่ คือ 30 เขต
เท่ากับว่าอนาคตใหม่มี 58 ที่นั่ง สำหรับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
แต่พรรคเล็กที่ได้เพียง 3 หมื่น กลับได้ ส.ส. 1 คน ซึ่งห่างจากเกณฑ์พึงมีถึง 4 หมื่น แต่ได้ ส.ส.
ซึ่งไม่เป็นธรรม
ทันควัน
2 เมษายน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงข้อเรียกร้องให้มีการเปิดเผยสูตรคำนวณ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ว่า
ประเด็นสูตรคำนวณ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ กกต.ยังไม่มีมติ คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในสัปดาห์นี้
ทั้งนี้ สูตรคำนวณ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วย ส.ส.
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ต้องมีต้นแบบการคำนวณ
ซึ่ง กกต.จะได้รวบรวมทุกความเห็นและข้อโต้แย้ง รวมทั้งศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีคำตอบกับสังคม
กกต.ไม่ได้เป็นผู้ร่างกฎหมาย เป็นเพียงผู้ใช้กฎหมาย
และยืนยันว่าที่ผ่านมา กกต.ยังไม่ได้เริ่มคำนวณเลย ส่วนเรื่องจุดทศนิยม หรือการปัดเศษต่างๆ ตนยังไม่ขอตอบ
แต่ขอให้มั่นใจว่า กกต.รับฟังทุกข้อโต้แย้ง
ในฐานะ “ตำบลกระสุนตก” ของการเลือกตั้งครั้งนี้
ทางเลือกที่ดีที่สุดของ กกต. คือ การเร่งเปิดเผยข้อมูลทุกประการ อย่างเปิดเผยและโปร่งใส
ยิ่งยืดเยื้อยาวนานไป
มิใช่แต่ กกต.จะต้องสวมบทจำเลยสังคม
ผู้มีอำนาจอื่นก็จะพลอยติดหลังแหไปด้วย

