ทูตธรรมดา

10.04.19 | 10:00 น.

ประเด็นขำๆ หนึ่งที่แตกแขนงออกมาจากกรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ไปร่วมรับทราบข้อกล่าวหา มาตรา 116 ที่สถานีตำรวจปทุมวัน เมื่อวันที่ 6 เม.ย. คือเรื่องที่ผู้แทนของสถานเอกอัครราชทูตและองค์กรระหว่างประเทศ 12 คนไปร่วมสังเกตการณ์ด้วย

เรื่องนี้กลับกลายเป็นประเด็นเรียกเสียงคอมเมนต์อย่างกว้างขวาง

คอมเมนต์ที่ชวนขำอันดับต้นๆ น่าจะยกให้คนที่บอกว่า การไปส่งข่าวให้เจ้าหน้าที่ทูตมาเหมือนชักศึกเข้าบ้าน และ ฉันไม่แคร์ไอ้พวกฝรั่งตาน้ำข้าวนี่หรอก ไปจนถึง การตั้งคำถามว่าเจ้าหน้าที่เหล่านี้ใช่ทูตจริงหรือไม่ ดูเหมือนฝรั่งแถวถนนข้าวสารมากกว่า

5555 นี่เรามาถึงยุคที่รัฐบาลบอกว่า ประเทศไทยเป็น 4.0 แล้วจริงๆ ใช่ไหม

ผู้แสดงความเห็นแนวนี้คงไม่ทันได้ติดตามข่าวเรื่องที่รัฐบาลพยายามดิ้นรนปรับปรุงกฎหมายและการทำงาน ให้พ้นจากคะแนนสอบตกจากมาตรฐาน “ตาน้ำข้าว” ทั้งด้านสิทธิมนุษยชน เทียร์ 3-เทียร์ 2 ไอยูยู ไอเคโอ การละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญา และอื่นๆ อีกมากมาย

Advertisement

และน่าสงสัยว่าภาพเจ้าหน้าที่ทูตต้องเป็นข้าราชการที่ดูสูงส่ง หรือดูแตกต่างจากคนทั่วไปแบบ อเวนเจอร์ หรือ เอ็กซ์เมน หรืออย่างไร

แม้ทูตเป็นบุคคลซึ่งรัฐบาลประเทศหนึ่งส่งไปประจำอีกประเทศหนึ่งเพื่อให้จัดการแทนตน แต่ก็เป็นเหมือนคนธรรมดาทั่วไป ยิ่งต้องทำงานหาข้อมูลสำคัญให้ประเทศแล้ว ยิ่งต้องดูธรรมดาอย่างที่สุด จะให้มาแอ๊กท่าเป็นมหาทูต ก็ไม่ต้องได้ข้อมูลอะไรกันพอดี

เหตุการณ์วันธนาธรเข้ารับทราบข้อกล่าวหา มีตัวแทนครบโหลจากสถานทูตนานาชาติ ได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส สหภาพยุโรป ฟินแลนด์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ แคนาดา และเจ้าหน้าที่จากสหประชาชาติเข้าร่วมสังเกตการณ์

หลังจากนั้นไม่นาน กระทรวงการต่างประเทศของไทย ต้องโดดเข้ามาร่วมให้ข้อมูล ว่าคณะทูตและผู้แทนองค์การระหว่างประเทศที่ไปปรากฏตัวในวันนั้นได้รับเชิญจากธนาธรเอง

ข้อมูลนี้เองที่ทำให้โลกโซเชียลคึกคักขึ้นมาอีกระลอก โดยเฉพาะจากกลุ่มที่คิดไม่ออก ว่าทำไมคนอย่างธนาธรถึงมีตัวแทนทูตจากชาติใหญ่ๆ คอยสังเกตการณ์ ติดตามความคืบหน้าด้วย

คำอธิบายของพรรคอนาคตใหม่ ก็คือเจ้าหน้าที่ของสหประชาชาติหรือยูเอ็น ติดต่อมาด้วยตนเองว่า จะขอเข้าร่วม ส่วนเจ้าหน้าที่ทูตอื่นๆ มีความสัมพันธ์อันดี

พอรู้ว่ามีเรื่องการกลับมาของมาตรา 116 ไปจนถึงการส่งคดีไปถึงศาลทหาร ถ้าทูตไม่มาติดตามนี่สิจะดูแปลก

เมื่อครั้งที่บ้านเรามีม็อบเหลือง ม็อบแดง เจ้าหน้าที่ทูตต่างก็เข้าไปสำรวจในที่ชุมนุม เพื่อประเมินว่าอะไรเป็นอะไร

จนถึงวันนี้บ้านเรามีการเลือกตั้งที่เกิดข้อสงสัยในหมู่ประชาชน จากนั้นยังเกิดการตั้งข้อหาที่ตกค้างมาจากช่วงรัฐประหารกับหัวหน้าพรรคที่ตั้งขึ้นใหม่ นำเสนอตัวเลือกใหม่ นโยบายใหม่ จนได้คะแนนเสียงมาเป็นอันดับสาม

สิ่งเหล่านี้เจ้าหน้าที่ทูตต้องหาข้อมูล และต้องแสดงให้เห็นด้วยว่ากำลังหาข้อมูลอยู่ มันธรรมดามากๆ เลย