ชื่อเรื่องนี้ไม่ได้ตั้งใจจะลำดับขั้นตอนใดๆ เพราะถ้าเลือกตั้งแล้ว รัฐประหารย่อมไม่ควรมี
แต่การเลือกตั้งที่ถูกขัดขวางสารพัดวิธี จนมีรัฐประหารในที่สุดก็เคยเห็นมาแล้ว เมื่อปี 2557
ไทยแลนด์ 2562 เลือกตั้งไปเรียบร้อย เมื่อวันที่ 24 มีนาคม แต่ก็ไม่มีผู้การันตีให้ชัดๆ ดังๆ ว่าจะไม่มีรัฐประหารเกิดขึ้น
รัฐประหารเป็นหนทางเลือกที่เกิดได้น้อยมากในยุคนี้ แต่เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งเกิดขึ้นที่ประเทศซูดาน ในทวีปแอฟริกา
ประเทศนี้มีปัญหาที่ประชาชนถูกกดขี่มานาน หลังจากเกิดรัฐประหารเมื่อปี 2532 ผู้นำตอนนั้น โอมาร์ อัล-บาชีร์ สืบทอดอำนาจลากยาวมาถึงปีนี้
ปัจจัยหลักที่ทำให้ความอดทนของประชาชนซูดานหมดลง ดูจะคล้ายกับหลายๆ ประเทศ นั่นคือภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลงและไม่มีวี่แววจะดีขึ้น
การชุมนุมขับไล่เริ่มมาตั้งแต่ปลายปีก่อน จนเมื่อ 11 เม.ย. กองทัพเข้าแทรกแซง
ประเด็นที่น่าศึกษาอย่างยิ่งคือประชาชนเฉลิมฉลองที่โค่นอำนาจนายบาชีร์ได้ก็จริง แต่ก็ไม่ได้พากันไปถ่ายเซลฟี่กับรถถังหรือยกทหารเป็นฮีโร่
มวลชนในเมืองหลวง ยอมฝ่าคำสั่งเคอร์ฟิวของกองทัพ ชุมนุมต่อไปเพื่อส่งสารว่า ไม่ต้องการโรดแมปของทหารที่ขอเวลา 2 ปีแล้วค่อยเลือกตั้ง
สุดท้ายหัวหน้าคณะรัฐประหารอยู่ได้วันเดียวก็ต้องลาออกไป แล้วตั้งให้นายทหารรุ่นน้องขึ้นมาแทน เพื่อลดกระแสต่อต้านจากประชาชน
ช่วงเวลาถัดจากนี้ไปจึงต้องติดตามต่อว่าเหตุการณ์จะลงเอยอย่างไร เพราะประชาชนยืนกรานว่า กองทัพต้องคืนอำนาจทันที
หากเป็นเหมือนกรณีอินโดนีเซีย เมื่อปี 2541 ที่มวลชนลุกฮือจากปัจจัยทางเศรษฐกิจจนโค่นซูฮาร์โตลงได้ และทหารไม่เข้ามาแทรกแซงการเมืองอีกเลย ประชาธิปไตยของซูดานก็จะเข้าสู่โหมดของความปลอดภัยในระดับหนึ่ง
ขณะที่อินโดนีเซีย ตอนนี้วันนี้ 17 เมษายน มีการเลือกตั้งใหญ่มาก วันเดียวเลือกหมด ทั้งสมาชิกสภา ประธานาธิบดี และผู้แทนท้องถิ่น
เรื่องน่าทึ่งคือ อินโดฯไม่เพียงจำนวนประชากรผู้มีสิทธิสูงถึง 192 ล้านคน ยังมีผู้สมัครทั้งระดับประเทศและระดับท้องถิ่นราว 245,000 คน ลงชิงชัยเก้าอี้ในสภาใหญ่และท้องถิ่น 20,000 ที่นั่ง ด้วยภูมิประเทศซึ่งมีเกาะน้อยใหญ่ราว 18,000 เกาะ
จึงได้ชื่อว่าเป็นการเลือกตั้งที่ซับซ้อนที่สุดในประวัติศาสตร์โลก
ผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการต้องใช้เวลา 2-3 สัปดาห์จึงจะมีความชัดเจน
ช่วงเวลานี้ อินเดียเป็นอีกประเทศที่จัดการเลือกตั้งทั่วไปในฐานะประเทศประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เพราะมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากกว่า 900 ล้านคน มากกว่าในสหรัฐอเมริกาถึง 4 เท่า
วันลงคะแนนหย่อนบัตรของอินเดียยาวนานมาก จากวันที่ 11 เม.ย. ไปจนถึงวันที่ 19 พ.ค. แต่การรู้ผลว่าใครจะได้เป็น ส.ส.และนายกรัฐมนตรีวาระ 5 ปี คือวันที่ 23 พ.ค. ซึ่งจะนับคะแนนพร้อมกันในวันเดียว
ไม่แน่ว่า ถึงวันนั้นพออินเดียรู้ผลแล้ว ประเทศเล็กๆ อย่างไทยแลนด์จะรู้หรือยังว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี
ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์

