การเลือกตั้งทั่วไปของประเทศอินเดียถูกยกว่าเป็นการเลือกตั้งของประเทศประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประชากรกว่า 1.34 พันล้านคน ผู้ใช้สิทธิร่วม 900 ล้านคน ใครต่อใครต่างทึ่งกับอินเดียสามารถรับมือการเลือกตั้งได้อย่างไร ทั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. มีคณะทำงานรับผิดชอบแค่ 2-3 คน แต่ใช้สรรพกำลังหน่วยงานของรัฐเข้าร่วมมือจัดคิวให้ผู้ใช้สิทธิเข้าคูหากันได้อย่างถ้วนหน้า จัดวันเลือกตั้งทั้งหมด 7 นัด
เริ่มครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา จะทยอยไปจนถึงวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ รวมระยะเวลา 39 วัน กำหนดนับคะแนนในอีก 4 วันต่อมา คือวันที่ 23 พฤษภาคม 2562 จะรู้ทันทีใครได้เป็น ส.ส.ในโลกสภา (Lok Sabha) ที่มีทั้งหมด 543 ที่นั่ง หรือพรรคไหนได้เสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล
รวมแล้วใช้เวลาเพียง 43 วัน
เมื่อกล่าวถึงบทบาทของ กกต.อินเดียที่เน้นว่าทุกคนที่มีสิทธิต้องได้เลือกตั้ง ส่งผลทำให้มีการตั้งคูหาประมาณ 1 ล้านจุดทั่วประเทศ วางกระจายทั่วพื้นที่ประมาณ 3.2 ล้านตารางกิโลเมตร อินเดียไม่ได้ใช้กระดาษเพื่อกากบาท แต่ใช้เครื่องอิเล็กทรอนิกส์กว่า 4 ล้านเครื่อง รับมือกับผู้มีสิทธิหลายร้อยล้านคนที่ส่องดูหน้าจอเครื่อง จะทราบว่ามีพรรคไหนที่อยากเลือก ไม่ต้องพลิกหลายหน้า กดปุ่มเพียงครั้งเดียว
คนที่มีสิทธิกว่า 900 ล้านคน ไม่ได้ใช้สิทธิกันทั้งหมด คาดกันว่าน่าจะมีคนมาใช้สิทธิกันเกือบ 600 ล้านคน เมื่อเทียบผลการเลือกตั้งของอินเดียเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ผู้มีสิทธิออกเสียงรวม 814 ล้านคน มีคนออกมาใช้สิทธิประมาณ 66% หรือ 541 ล้านคน
น่าสนใจว่า กกต.อินเดียทำการจัดตั้งหน่วยเลือกตั้งในรัศมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 2 กิโลเมตรเท่านั้น ต้องยกคูหาขึ้นไปบนเขา หรือแบกลงเรือไปอีกฝั่งฟากเพื่อตั้งใกล้บ้านคนที่มีสิทธิเลือก ไม่สนว่าพื้นที่ตรงนั้นจะมีผู้ใช้สิทธิบางตาก็ตาม
ส่วนเรื่องการตุกติกระหว่างการลงคะแนนเสียง กกต.อินเดียไว้ใจเครื่องสูงมาก เป็นเครื่องที่คนอินเดียคิดเอง ประดิษฐ์ขึ้นมาเอง ทุกขั้นตอนมีกลไกการตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่าทุกคะแนนเสียงที่กดไปแล้ว จะเป็นคะแนนบริสุทธิ์ไม่สามารถปรุงแต่งได้
ส่วนที่จะมีการโกงเลือกตั้งเกิดขึ้น ล่าสุดไม่เกี่ยวกับเครื่องกดโหวต สำนักข่าวต่างประเทศตีข่าวเมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา กกต.อินเดียจับได้ว่าผู้สมัครชิง ส.ส.คนหนึ่งในรัฐทมิฬนาฑู จาก 29 รัฐทั้งหมด กำลังกระทำผิดการเลือกตั้ง สามารถยึดเงินได้จำนวนหนึ่ง ส่งผลทำให้หน่วยเลือกตั้งบางหน่วยต้องเลื่อนเลือกตั้งไปก่อน เป็นการจับได้ในคืนหมาหอนก่อนวันเลือกตั้งนัดที่ 2 เพียง 1 วัน และยังมีอีกหลายกรณีที่ กกต.อินเดียใช้อำนาจสกัดไฟแต่ต้นลม เพื่อให้การเลือกตั้งเดินหน้าต่อไปตามปกติ
หลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยเคยส่งคนไปดูงานของ กกต.อินเดียกันมาแล้ว ในสมัยที่ยังมีคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. ที่ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2560 ออกมาในปัจจุบัน ก็ส่งทีมไปศึกษามาเช่นกัน ยิ่งเข้าไปดูเว็บไซต์ กกต. เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2558 ยังเป็น กกต.ชุดที่แล้ว ก็ยกคณะไปสังเกตการณ์การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ของอินเดีย ไปชมการสาธิตเครื่องลงคะแนนถึงหน่วยเลือกตั้งที่กรุงนิวเดลี
สำหรับประเทศไทยทดสอบใช้เครื่องลงคะแนนเสียงอิเล็กทรอนิกส์มาตั้งแต่ปี 2545 ทุกวันนี้เครื่องที่ใช้ทดสอบเป็นรุ่นที่ 4 ภายใต้ความร่วมมือของบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย เรื่องข้อดีนั้นมีมากมาย ส่วนข้อเสียก็ยังมีเช่นกัน แต่ด้วยโลกของดิจิทัลและการย่างก้าวเข้าสู่ 5G ในอนาคตอันใกล้ เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องนำมาใช้ เพราะเครื่องเหล่านี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยให้แข็งแกร่งขึ้นได้เช่นกัน ตั้งแต่เลือกตั้ง ส.ส.ไปจนถึงเลือกตั้งท้องถิ่น หรือการเลือกประธานนักเรียนในโรงเรียน
สมมุติกันเล่นๆ ว่า การเลือกตั้งของเราที่ผ่านมาใช้เครื่องลงคะแนนเสียง สามารถตัดปัญหาเรื่องบัตรเสียออกไปได้ทันที รวมทั้งข้อครหาเรื่องการนับคะแนนหน้าคูหาบางหน่วยเลือกตั้ง และการคิดคำนวณ ส.ส.ทั้งสองแบบ เผลอๆ ตอนนี้พรรคที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดรวมทีมจัดตั้งรัฐบาลกันได้แล้ว
เสกสรรค์ กิตติทวีสิน

