สภาพที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล กำลังประสบ มีทั้งความเหมือนและความต่างกับสภาพที่ นายทักษิณ ชินวัตร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เคยประสบ
เพียงแต่ 2 คนหลัง “จบ” ไปแล้วระดับหนึ่ง
ขณะที่กล่าวสำหรับ 2 คนแรก คือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เพิ่งจะเริ่มต้น ซึ่งหากมองผ่านบทเรียนของ 2 คนหลัง
น่าเชื่อว่า คงไม่แตกต่างมากนัก
แต่ความน่าสนใจอยู่ที่รายละเอียดที่ “แตกต่าง” นั้นจะเป็นอย่างไร จะจบในชั้นศาล หรือจะจบโดยกระบวนการรัฐประหาร
เพราะ นายทักษิณ ชินวัตร ประสบคือ รัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประสบคือ รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ซึ่งเหมือนว่าจะจบ แต่เอาเข้าจริงๆ พลังเฉื่อยจากกรณีของ นายทักษิณ ชินวัตร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ยังไม่จบ
หากจบทำไมต้องมีกรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ทำไมต้องมีกรณี นายปิยบุตร แสงกนกกุล
ต้องยอมรับว่ามีบทเรียนมากมายจากความพยายามบริหารจัดการ นายทักษิณ ชินวัตร และจากความพยายามบริหารจัดการ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
จึงไม่รอถึง “รัฐประหาร”
ตรงกันข้าม เริ่มจัดการตั้งแต่วินาทีแรกที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ไม่ว่าจะเป็น คสช. ไม่ว่าจะเป็น กกต.
สัมผัสได้จากกรณี สน.ปทุมวัน สัมผัสได้จากกรณี บก.ปอท.
จากนั้นก็โหมปฏิบัติการ IO อย่างจริงจังกระทั่งเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ กกต. คราวนี้ก็โหมประโคมไม่เพียงใบส้ม ใบแดง
หากรุนแรงถึงขั้น “ยุบ” พรรคอนาคตใหม่
นั่นก็คือ กระทำในทุกวิธีการเพื่อสกัดขัดขวางมิให้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ก้าวถึงวันที่ 9 พฤษภาคม
ถือได้ว่าเป็น ยุทธการ ตัดไฟต้นลม
ใครก็ตามที่ศึกษาบทบาทของพรรคอนาคตใหม่ตั้งแต่แรกปรากฏตัวเมื่อเดือนมีนาคม 2561 ก็ต้องยอมรับว่าประสบผลสำเร็จเกินคาด
ไม่เพียงแต่ได้รับเลือกมากกว่า 80
กลายเป็นพรรคอันดับ 3 รองจากพรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ และดำรงความเหนือกว่าพรรคเก่าแก่อย่างพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา พรรคภูมิใจไทย
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือ การปักธงในทาง “ความคิด”
ประการหลังนี้ต่างหากคือความสำเร็จอันยอดเยี่ยมอย่างที่สุดของพรรคอนาคตใหม่ ไม่ว่าจะมองผ่าน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หรือ นายปิยบุตร แสงกนกกุล
หากปักธงไม่ได้ก็คงไม่มีว่าที่ ส.ส.มากกว่า 80
การดำเนินคดีไม่ว่าที่ สน.ปทุมวัน ไม่ว่าที่ บก.ปทุมวัน ไม่ว่าที่ กกต.อาจทำลาย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ในทางปัจเจก
แต่กล่าวในทาง “ความคิด” ยังน่าสงสัย
ความคิดที่พรรคอนาคตใหม่หว่านกระจายในขอบเขตทั่วประเทศในห้วงระหว่างเดือนมีนาคม 2561 ถึงเดือนมีนาคม 2562 ต่างหาก
ที่จะมี “บทบาท” และทรง “ความหมาย”
อาการที่ คสช.และ กกต.สำแดงออกผ่าน “คดีความ” ต่อ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ต่อ นายปิยบุตร แสงกนกกุล จึงเสมอเป็นเพียงอาการดิ้น
เหมือนที่ “ลุงเสรี” ดิ้น เหมือนที่ “ป้าสินจัย” ดิ้น

