หน้าแรก เด่นวันนี้ บทนำ : ต้องพร...

บทนำ : ต้องพร้อมกว่านี้

10.06.19 | 11:37 น.

เหตุการณ์ฝนตกหนักเมื่อบ่ายและเย็นวันที่ 7 มิ.ย. ทำให้เกิดน้ำท่วมตามท้องถนน การจราจรติดขัดไปทั่วพื้นที่ กทม. บางซอยน้ำท่วมเกือบมิดหลังคารถ ประชาชนที่เดินทางกลับบ้านประสบปัญหารถโดยสารขาดช่วง ต่อมา พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการ กทม. ได้ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กว่า ปริมาณฝนที่ตก โดยเฉลี่ยมากกว่า 100 มิลลิเมตร ได้แก่ เขตปทุมวัน พระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย พญาไท บางกอกน้อย มีความรุนแรงของฝนประมาณ 130-160 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ขณะฝนตกเกิดไฟฟ้าขัดข้องที่สถานีสูบน้ำรัชดาวิภาวดีตั้งแต่เวลา 14.30 น. และที่สถานีสูบน้ำอุโมงค์บางซื่อตั้งแต่เวลา 15.40 น. โดยการไฟฟ้านครหลวงได้แก้ไขระบบไฟฟ้าให้สามารถเดินเครื่องสูบน้ำได้ตามปกติเมื่อเวลาประมาณ 18.15 น.

ผู้ว่าฯกทม.เผยด้วยว่า ได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการใช้สถานีสูบน้ำเดิมที่วัดแก้วฟ้า และส่งรถติดตั้งเครื่องสูบน้ำโมบายกระจายเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะบนถนนวิภาวดีฯฝั่งขาเข้า ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องมือ/อุปกรณ์เครื่องสูบน้ำ เข้าเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วม จนระดับน้ำลดลงกลับเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงเวลาประมาณ 19.00 น.
ส่วนประชาชนที่ติดค้างบนท้องถนน ได้สั่งการให้ทุกๆ สำนักงานเขตทำการสำรวจเส้นทางที่มีปัญหา และจัดรถพร้อมเจ้าหน้าที่เทศกิจเข้าไปรับ-ส่ง อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยทันที

เหตุการณ์ความทุลักทุเลที่ประชาชนได้รับจากน้ำท่วม ต้องตกค้างตามป้ายรถเมล์และตามถนนต่างๆ ไม่มีรถเดินทางกลับบ้าน มีการบันทึกภาพและเผยแพร่ตามโซเชียลมีเดียโดยทั่วไป ขณะที่มีคำถามถึงความพร้อมในการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมของ กทม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในเรื่องของอุโมงค์ระบายน้ำที่เกิดไฟดับอุโมงค์อีก พยากรณ์อากาศล่าสุด ระบุว่าจากวันที่ 9 ถึง 14 มิ.ย. เป็นเวลาติดต่อกัน กทม.จะเผชิญฝนตก 60% ของพื้นที่ และขณะนี้เป็นฤดูฝน ยังเหลือเวลาอีกกว่า 140 วันจะสิ้นฤดูฝน กทม.จะต้องนำเหตุการณ์เมื่อ 7 มิ.ย. มาเป็นบทเรียน และหาทางเตรียมพร้อม เตรียมแก้ปัญหาในเรื่องของระบบระบายน้ำ โดยเฉพาะกรณีอุโมงค์ระบายน้ำ ซึ่งมีปัญหาต่อเนื่องมาโดยตลอด และต้องไม่ยอมให้สภาพทุลักทุเลดังเช่นที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.เกิดขึ้นอีก