หน้าแรก เด่นวันนี้ สานสายใย ร่วม...

สานสายใย ร่วมใจอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้

27.06.19 | 08:00 น.

         ป่าไม้เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสิ่งมีชีวิต เป็นแหล่งวัตถุดิบของปัจจัยสี่  คือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัยและยารักษาโรครวมทั้งยังช่วยรักษาสมดุลของสิ่งแวดล้อมรัฐบาลได้เดินหน้าปราบปรามและหยุดยั้งการบุกรุกทําลายทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่ต่างๆเพื่อทวงคืนผืนป่า คืนความสมดุลสู่ธรรมชาติ

 พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีป่าและทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์มีความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรมอันหลากหลาย อย่างตำบลทรายขาว อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ที่มีพื้นที่ครอบคลุมป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาใหญ่ และป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขาสันกาลาคีรี มีผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่านานาชนิด  เป็นป่าต้นน้ำ แหล่งออกซิเจนของชุมชน ชาวบ้านทรายขาวต่างหวงแหนป่าผืนนี้เป็นอย่างมาก จึงได้ร่วมกับ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ปน. 2 (ทรายขาว)

 จัดกิจกรรมเพื่ออนุรักษ์พันธุกรรมพืชประจำถิ่น ด้วยการ บวชต้นไม้ และละหมาดฮายัต ชุมชนทรายขาว”  ตามโครงการ อนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีขึ้น ทั้งยังเป็นการสนองพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการป้องกันการตัดไม้ทำลายป่าในทุกรูปแบบ  

กิจกรรมบวชต้นไม้ และละหมาดฮายัต ชุมชนทรายขาวจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 มีทั้งพี่น้องไทยพุทธ และพี่น้องไทยมุสลิม มาร่วมทำกิจกรรม เชื่อมความสัมพันธ์ สร้างความปรองดองระหว่างกัน และการอยู่ร่วมกัน การบวชต้นไม้คือการห้าม หรือการขอบิณฑบาตต้นไม้ เพื่อต้องการยับยั้งการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า เป็นกุศโลบายห้ามไม่ให้คนตัดไม้ทำลายป่า ต้นไม้ต้นใดที่ผ่านการบวชแล้ว จะไม่สามารถตัดได้เด็ดขาด วิธีการจะใช้ผ้าสบงห่มรอบต้นไม้ โดยจะเลือกต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีอายุยืน เช่น ต้นตะเคียน ต้นยางนา หรือต้นยางชัน เป็นต้น โดยต้นไม้ในพื้นที่ตำบลทรายขาวที่ได้ทำการพิธีบวชในครั้งนี้มีอายุ 200 – 300 ปีขึ้นไป       เมื่อบวชต้นไม้แล้ว ต้นไม้ต้นนั้นจะเป็นสมบัติของแผ่นดิน 

Advertisement

แม้ว่ากิจกรรมการบวชต้นไม้จะเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับทางพุทธศาสนา แต่ก็ไม่ได้เป็นเงื่อนไขของคนในชุมชมที่ต่างศาสนิก เพราะในกิจกรรมนอกจากจะมีการบวชต้นไม้แล้ว ยังประกอบด้วยพิธีละหมาดฮายัตของพี่น้องชาวมุสลิมในพื้นที่ที่เข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งแสดงออกถึงความเป็นพหุวัฒนธรรมของพื้นที่ได้อย่างชัดเจนเป็นกิจกรรมที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกัน ในการร่วมกันอนุรักษ์ป่าไม้ อนุรักษ์ป่าชุมชนของตำบลทรายขาว  ชุมชนแห่งนี้ได้จัดกิจกรรมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และเป็นต้นแบบของสังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง ผ่านการสร้างจิตสำนึกให้ทุกคนรักป่า รักต้นไม้ รักธรรมชาติ หวงแหนทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นตน เกิดเป็นความสัมพันธ์ที่ดีในชุมชนโดยไม่แบ่งแยกศาสนา สานสายใย ความรัก ความสามัคคีของคนในพื้นที่ให้มีจิตสำนึกร่วมใจกันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้คงอยู่สืบไป